ฝนหลวง น้ำพระทัยจากในหลวงรัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตร รวมถึงการอุปโภค บริโภค นำน้ำไว้ใช้ภายในครัวเรือน

หากเราตั้งคำถามขึ้นมาว่า โครงการใดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ประชาชนชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อเลยว่าหนึ่งในคำตอบนั้นต้องมีโครงการฝนหลวง อยู่อย่างแน่นอน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตร รวมถึงการอุปโภค บริโภค นำน้ำไว้ใช้ภายในครัวเรือน หลังจากเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์เดลาเฮย์ ซีดานสีเขียว จากจังหวัดนครพนมไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านจังหวัดสกลนครและ เทือกเขาภูพาน ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของราษฎรและเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร

จากเหตุการณ์วันนั้นทำให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงศึกษา ค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร จึงมีพระราชดำริโครงการฝนหลวงขึ้น ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 โดยพระองค์ทรงคิดดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนในยามแห้งแล้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 14 ปีในการวิเคราะห์วิจัย

หลังจากนั้นการทดลอง ฝนหลวง ครั้งแรกจึงเกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณวนอุทยานเขาใหญ่

โดยวิธีการหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้วเข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่การทดลองทำให้กลุ่มเมฆเกิดการเปลี่ยนแปลงรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ เมื่อปฏิบัติการทดลองสิ้นสุดลง ทางเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากประชาชนว่าเกิดฝนตกลงในพื้นที่ทดลอง ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าการบังคับเมฆให้เกิดฝนนั้นสามารถทำได้จริง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ โครงการฝนหลวง ได้เพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่าง และเขื่อนกักเก็บน้ำเพื่อการชลประทานได้ในระดับที่สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำให้สามารถทำการเกษตร เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของคนในพื้นที่ให้ประกอบอาชีพได้ตลอดปี อีกทั้งปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของโครงการฝนหลวง ยังส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติให้แก่ต้นน้ำ ลำธาร ตลอดจนทำนุบำรุงป่าไม้ให้มีสภาพสมบูรณ์อีกด้วย

2027 Total Views 6 Views Today
แสดงความคิดเห็น