“ภาพยนตร์ส่วนพระองค์” บันทึกความทรงจำมหาพระกรุณาธิคุณต่อคนไทยของในหลวง ร.9

“รายได้ของการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์สามารถนำไปจัดสร้าง และจัดซื้อสิ่งจำเป็นแก่สาธารณประโยชน์ให้กับหน่วยงานต่างๆ มากมาย ก่อนที่จะนำออกฉายในโรงภาพยนตร์ทุกครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชจะทรงทอดพระเนตรภาพยนตร์ใหม่ทุกเรื่อง”

การถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2493 ในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

ภาพยนตร์ชุดแรกที่ปรากฏสู่สายตาประชาชนในนาม “ภาพยนตร์ส่วนพระองค์” คือชุด “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ซึ่งมีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสรวมอยู่ด้วย โดยฉายในโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2493

โดยสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ลงบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ส่วนพระองค์ไว้ว่า

“ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ได้รับพระราชานุญาตให้นำออกฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2493 ที่ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง คือ “ภาพยนตร์ประมวลข่าวพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” (5 พฤษภาคม พ.ศ.2493) และ “พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส” (28 เมษายน พ.ศ.2593) ประกอบกับภาพยนตร์ข่าวสีธรรมชาติของปรเมรุภาพยนตร์ ได้แก่ ภาพยนตร์ข่าวเสด็จนิวัติพระนคร ภาพยนตร์ข่าวถวายพระเพลิงในพระบรมโกศ ภาพยนตร์ข่าวเสด็จวันจักรี ภาพยนตร์ข่าวเสด็จงานกาชาด ภาพยนตร์ข่าวเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ภาพยนตร์ข่าว ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เยี่ยมโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ภาพยนตร์ข่าวพิธีเปิดพระรูปสมเด็จพระราชบิดา งานฉลอง 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ภาพยนตร์ข่าวเสด็จพระราชดำเนินไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฯลฯ เพื่อพระราชทานรายได้แก่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แห่งกองทัพอากาศ

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุดดังกล่าวประสบความสำเร็จในการออกฉายมีพสกนิกรต่างเดินทางมาชมภาพยนตร์จนแน่นโรง ตั้งแต่ปี 2493-2510 ทำให้รายได้ของการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์สามารถนำไปจัดสร้างและจัดซื้อสิ่งจำเป็นแก่สาธารณประโยชน์ให้กับหน่วยงานต่างๆ มากมาย  ก่อนที่จะนำออกฉายในโรงภาพยนตร์ทุกครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช จะทรงทอดพระเนตรภาพยนตร์ใหม่ทุกเรื่อง สำหรับการฉายในกรุงเทพฯ จะมีการประชาสัมพันธ์การเข้าฉายของภาพยนตร์ส่วนพระองค์ด้วยการให้รถปิกอัพขับไปรอบกรุงเทพฯ และกระจายข่าวทางลำโพง

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์หลายเรื่องที่เข้าฉายในโรงฉายในกรุงเทพฯ จะมีผู้เข้าชมสูง ในขณะที่ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่ถูกนำออกฉายในอีกหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ส่วนมากแล้วจะเป็นการฉายกลางแจ้งหรือฉายในโรงเรียนและโรงพยาบาล ซึ่งจะไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นที่ซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรผู้ยากไร้เป็นอย่างยิ่ง”

ต่อมาในปี พ.ศ.2499 พระองค์พระราชทานรายได้จาการจัดฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุด “เสด็จประพาสจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ให้เป็นทุนสำหรับการสร้างสถาบันวิจัยโรคเรื้อน

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายในโรงภาพยนตร์มีทั้งหมด 17 ชุด เมื่อถึงปี พ.ศ. 2510 ก็ยุติ เพราะเข้าสู่ยุคที่สื่อโทรทัศน์แพร่หลาย จึงเปลี่ยนมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แทนจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงที่ฉายในโรงภาพยนตร์นั้น ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมาก ยิ่งกว่าหนังไทยหรือหนังฮอลลีวูดที่ฉายในช่วงเดียวกันเสียอีก

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์เกือบทั้งหมดถ่ายด้วยฟิล์มขนาด 16 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติภาพยนตร์ส่วนบุคคลที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก

  • 6,000 ม้วน คือจำนวนฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ (รวมที่ถ่ายโดยช่างถ่ายภาพยนตร์และด้วยพระองค์เอง)
  • 6 เดือน คือระยะเวลาที่หากนำภาพยนตร์ทั้งหมดมาฉายอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดเลย (ความยาวม้วนละ 40 นาที)
  • 100,000 ภาพ คือจำนวนฟิล์มภาพนิ่งส่วนพระองค์
  • 198 ล้านบาท คืองบประมาณที่รัฐบาลอนุมัติให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไว้เพื่อเผยแพร่ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้

 

เรียบเรียงจาก : หนังสือตามรอยพ่อ ก-ฮ และ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

 

 

1922 Total Views 6 Views Today
แสดงความคิดเห็น