“ในหลวงรัชกาลที่ 9” กับ “ชาวเขาและเหล้าต้ม”

“ผู้ใหญ่บ้านจัดแจงเอาที่นอนมาปูสำหรับเป็นที่ประทับ จากนั้นก็ริน “เหล้า” ที่ต้มเองใส่ในถ้วยที่น่าจะผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ด้วยมีคราบดำๆ จับอยู่ด้านในจนเขรอะ แล้วกุลีกุจอนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระองค์ท่าน”

เมื่อพุทธศักราช 2513

สมัยนั้นการเดินทางคมนาคมในประเทศยังไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน ถนนหนทางเต็มไปด้วยป่ารกชัฏ แต่ด้วยพระราชประสงค์ที่จะทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของเหล่าพสกนิกรเพื่อหาหนทางสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่ราษฎรทุกพื้นที่ ทำให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไม่ทรงย่อท้อต่อความทุรกันดารของเส้นทางแม้แต่น้อย และปีนั้นเองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินบุกป่าฝ่าดง ขึ้นดอยไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ท้ายดอยจอมหด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยภูเขา และต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่านอย่างท่วมท้นเช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่บ้านชาวลีซอจึงกราบทูลพระองค์ท่านให้ “ไปแอ่วบ้านเฮา” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็ทรงตอบรับ และเสด็จฯ ตาม “ผู้ใหญ่บ้าน” เข้าไปในเรือนหลังน้อย ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่และมุงหญ้าแห้ง

“ผู้ใหญ่บ้าน” จัดแจงเอาที่นอนมาปูสำหรับเป็นที่ประทับ จากนั้นก็ริน “เหล้า” ที่ต้มเองใส่ในถ้วยที่น่าจะผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ด้วยมีคราบดำๆ จับอยู่ด้านในจนเขรอะ แล้วกุลีกุจอนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระองค์ท่าน

คณะผู้ตามเสด็จฯ เห็นดังนั้น ต่างก็ลอบมองตากันอยู่เลิ่กลั่ก   มีคนในคณะที่ตามเสด็จฯ ผู้หนึ่งได้กระซิบกราบทูลพระองค์ท่านว่าควรจะทรงทำท่าเสวย แล้วส่งเหล้าถ้วยนั้นพระราชทานแก่คณะผู้ติดตามซึ่งจะจัดการเอง

ปรากฏว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงยกเหล้าถ้วยนั้นขึ้นเสวยเสียเกลี้ยง…ในอึกเดียว!

และรับสั่งกับผู้ตามเสด็จฯ ในภายหลังว่า

“ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้น เชื้อโรคตายหมด”

แสดงความคิดเห็น