จับเทรนด์ค้าปลีก On – Demand รู้ก่อนตกยุค

SME Update
29/05/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 180 คน
จับเทรนด์ค้าปลีก On – Demand รู้ก่อนตกยุค
banner
เชื่อได้ว่าหลายคนจะได้รู้จัก Digital Disruption หรือเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมยุคดิจิทัล เฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมค้าปลีกซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ ธุรกิจค้าปลีกไทยต้องเตรียมรับมือ ซึ่งมีรายงานทางสถิติระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ยอดขายของธุรกิจค้าปลีกผ่านทางช่องทางการขายแบบออนไลน์โตขึ้นถึง 75%  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์หลายรายต้องเจอปัญหาทางการเงิน หรือต้องปิดกิจการล้มหายตายจากไป เพราะไม่เรียนรู้ที่จะใช้เรื่องของเทคโนโลยี On-Demand นั่นเอง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme

On-Demand

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต้องเปลี่ยนแปลงด้วยแพลตฟอร์มระบบไอทีที่ทำงานยืดหยุ่นกว่านี้ ด้วยการนำเอาบริการบนเทคโนโลยี ‘Cloud On-Demand’ มาใช้กับระบบการขายหลายช่องทาง ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์หรือตามหน้าร้านก็ได้

ในบ้านเราก็มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งเริ่มนำมาใช้เช่น กลุ่มเซ็นทรัล ได้นำบริการ Central OnDemand ช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้า ผ่านแพลตฟอร์มของไลน์ เพื่อชิงความได้เปรียบและอุดช่องว่างพื้นที่ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลตั้งอยู่แต่ลูกค้ามีความต้องการสินค้าของทางเซ็นทรัลซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในยุคของ ‘Retail Tech’ ถึงเวลาห้างร้านค้าปลีกทั้งหลายยิ่งต้องเร่งปรับตัว เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา Disrupt วงการค้าปลีกที่เรียกว่า ‘On - demand Shopping and Service’ เข้ามามีบทบาท

เมื่อการผสานกันของ E-Commerce กับ Shopping Service เหล่านี้ เป็นตัวเร่งให้ร้านค้าปลีกทั้งหลายต้องปรับตัวให้พร้อมรับ ‘On - demand Shopping’ ที่ผู้ซื้อหลายคนปรับตัวและหันมาใช้บริการนี้กันแล้ว โดยไม่เพียงแต่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้สินค้าสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่มสามารถเข้าถึงผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมายโดยตรง

เมื่อร้านค้าเริ่มหันมาให้บริการผ่าน ‘On-demand Shopping’ มากขึ้นและบริการเองก็มีการปรับปรุงดีขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็จะเปลี่ยนไป จึงนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าต้องรับมือ

ทั้งนี้ ‘On-Demand Shopping and Service’ ต้องการ โซลูชั่นใหม่ๆ ที่แม่นยำเพื่อรองรับข้อมูลซื้อขายขนาดมหาศาลบนออนไลน์ เช่น การจัดการสต็อก, การจัดการร้าน และการขนส่ง ร้านค้าปลีกที่จะขึ้นไปบุกตลาดออนไลน์จึงต้องปรับใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว

รวมทั้ง Location Intelligence ปรับประสบการณ์บริการจากตำแหน่งผู้ซื้อเทคโนโลยีด้านการระบุตำแหน่งที่ละเอียดขึ้นจาก GPS, Wi-Fi ,Bluetooth และ NFC ที่จะมีประโยชน์กับธุรกิจค้าปลีกอย่างมาก โดยแยกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนแรกLocation Intelligence ระบบที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถทราบรายละเอียดเชิงลึกได้จากเทคโนโลยีระบุตำแหน่งภายในร้านแม้จะเป็นเพียงพื้นที่จำกัด โดยสามารถสังเกตพฤติกรรมของผู้ซื้อได้จากการดูเส้นทางการเดินของผู้ซื้อ หรือดูความถี่การหยุดเดินในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ออกแบบพื้นที่ภายในร้านเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ซื้อได้

อีกส่วนหนึ่งคือ Geospatial Customer Analytic การเก็บข้อมูลผู้ซื้อจากตำแหน่งที่ทำการซื้อ กระบวนการนี้เหมาะกับธุรกิจ E-Commerce Platform บนออนไลน์ระบบสามารถระบุข้อมูลเบื้องต้น เช่น อายุ เพศ ประเภทและจำนวนการสั่งซื้อสินค้า เพื่อนำไปใช้วางแผนการตลาด เป็นตัวช่วยสำหรับเลือกสินค้าที่จะนำลงไปโฆษณาบนสื่อต่างๆ หรือแม้แต่เป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์การเลือกพื้นที่จัดตั้งร้านค้า

นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคโนโลยีระบุตำแหน่งมาสร้างเป็นแผนที่สำหรับศูนย์การค้าเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ซื้อได้หรือที่เรียกว่าGeomagnetic เป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ร้านค้าปลีกสามารถเข้าถึงผู้ซื้อที่ใช้บริการในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างที่ได้นำมาพัฒนาแล้วในประเทศไทยอย่าง เช่น  แพลตตินั่ม ไกด์ และจัตุจักร ไกด์

ที่สำคัญโซลูชั่นใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมค้าปลีกจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาผลักดันอยู่เบื้องหลัง ซึ่งในเวลานี้เทคโนโลยีเชิงลึกกำลังได้รับความสนใจในอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างชัดเจน Deep Tech ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจค้าปลีกไปอย่างสิ้นเชิงพลิกตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วย ‘บล็อกเชน เทคโนโลยี’ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ตที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมด้านการจัดเก็บข้อมูล ตัวอย่างการใช้งานที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการใช้ บล็อกเชนบันทึกข้อมูล ซับพลายเชน ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน


ขณะเดียวกันเมื่ออุตสาหกรรมค้าปลีกเริ่มมีช่องทางซื้อขายบนอินเตอร์เน็ตทำให้มีข้อมูลการซื้อขายถูกบันทึกเอาไว้เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเกิดเทคโนโลยีชั้นสูงอย่าง Big Data และ AI ที่สามารถทำความเข้าใจข้อมูลขนาดใหญ่ได้รวดเร็ว รวมถึงมีการแสดงผลให้นักการตลาดเข้าใจง่าย การวางแผนทางการตลาดจึงทำได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้นตอบโจทย์บริการใหม่โดยปัญญาประดิษฐ์ ไม่เพียงเท่านี้

AI ยังสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ซื้อสินค้าได้มากกว่าที่เคย เช่น สามารถแนะนำสินค้าจากพฤติกรรม ช่วงอายุ ยอดใช้จ่ายต่อครั้งและชนิดสินค้าที่ซื้อในแต่ละช่วงของวัน ผสานกับเทคโนโลยี Augmented Reality ช่วยจำลองการใช้สินค้า ยกตัวอย่างการลองเสื้อผ้าผ่านกล้อง รวมถึงสามารถเป็นพนักงานขายและตอบปัญหาบริการเบื้องต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งหลายทั้งปวงย่อมส่งผลต่อแรงงานในอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างมาก โดยเฉพาะทักษะที่คนต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับในอนาคตอันใกล้นี้ 

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
2157874 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
120231 | 11/06/2019
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า SME Update

จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็น “การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก”...
21581 | 04/07/2019
banner
banner