5 นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพองค์รวม 'Holistic Health' เมื่อคนยุคใหม่มองหาสุขภาวะที่ดีขั้นสุด

Mega Trends & Business Transformation
25/03/2024
รับชมแล้วทั้งหมด 1120 คน
5 นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพองค์รวม 'Holistic Health' เมื่อคนยุคใหม่มองหาสุขภาวะที่ดีขั้นสุด
banner

การดูแลสุขภาวะที่ดีกำลังเป็นโจทย์สำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศ ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัย “ (Aged Society) โดยมีข้อมูลพบว่าตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี 2564 ไทยมีสัดส่วนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 12 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 6 ของประชากรไทย ถือเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ (มหิดล : 2022)


ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการคาดการณ์ว่าไทยจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกของโลกที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) เนื่องจากอัตราการเกิดของคนไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนการเกิดเพียงประมาณ 6 แสนคนต่อปี



ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากจำนวนประชากรไทยโดยรวมจะเริ่มลดลงแล้ว ไทยจะขยับขึ้นเป็นสังคมสูงอายุแบบสุดยอด (Hyper Aged Society) ซึ่งมีสัดส่วนประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีถึงร้อยละ 20 หรือมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีกว่าร้อยละ 30 ภายในปี พ.ศ. 2584 เรียกได้ว่าเร็วกว่าประเทศญี่ปุ่น


การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำคัญอย่างไร


การเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ มีผลเชื่อมโยงหลายด้าน โดยเฉพาะด้านแรงงาน ซึ่งภาวะสังคมสูงวัยจะทำให้มีจำนวนแรงงานในวัยทำงานลดลง คนวัยหนุ่มสาวจะต้องดูแลคนสูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐและทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อมทางด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับด้านการรักษาพยาบาลมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพ ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ



ข้อมูลล่าสุดพบว่า อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพทั่วโลกเติบโตขึ้นจาก 7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเป็น 7.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างปี 2565-2566 และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2567 นี้


ภาพการลงทุนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านการเติบโตของนวัตกรรมด้านสุขภาพ 'HealthTech' ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลสุขภาพของผู้คนในยุคใหม่อย่างมหาศาล โดยเฉพาะหลังจากช่วงโควิดที่ผ่านมา 'HealthTech' นับได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้มนุษย์ เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญเทคโนโลยีด้านสุขภาพเหล่านั้นจะต้องตอบโจทย์ เทรนด์การพยาบาลแบบองค์รวม หรือ Holistic Care คือ การดูแลผู้รับบริการแบบมองให้ครบทุกด้านของความเป็นมนุษย์ ไม่แยกส่วน ให้การดูแลโดยคำนึงถึงองค์ประกอบในร่างกาย ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ


ซึ่งที่กล่าวมา จะไม่ได้พิจารณาเฉพาะโรคที่เป็น หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่พิจารณาจากความสัมพันธ์ของทั้ง 4 ด้านให้มีภาวะสมดุล คงไว้ซึ่งความมีสุขภาวะที่ดี การพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพนำไปสู่การเติบโตเป็น 'สุขภาพดิจิทัล' หรือ Digital Health ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการดูแลสุขภาพและการรักษาโรคของบุคคล


แน่นอนว่าสุขภาพดิจิทัลหรือดิจิทัลเฮลธ์ (Digital Health) สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านคุณภาพและความยั่งยืนในระบบการดูแลสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยรักษาชีวิต ทำให้ ประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ดีขึ้น ช่วยสนับสนุนระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ส่งมอบบริการด้านสุขภาพ ที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพสำหรับคนไทยทุกคน


ยกตัวอย่างของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ใน Digital Health หลายคนอาจจะเริ่มคุ้นเคยกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภาพมาใช้ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ AI หรือ Artificial Intelligence ที่มีบทบาทในการเพิ่มความแม่นยำของการวินิจฉัยโรค เช่น Telemedicine อยู่ที่ไหนก็พบแพทย์ได้ เพราะเทคโนโลยีนี้ คือ การให้บริการคำปรึกษาด้านสุขภาพ และการรักษาแบบออนไลน์ ช่วยให้แพทย์กับผู้ป่วยสามารถสื่อสารกันได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันมีหลายโรงพยาบาลที่เริ่มให้บริการ Telemedicine หรือ Teleconsultant แล้ว เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น




ความหลากหลายของ เทคโนโลยี 'HealthTech' มีมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากมายในการช่วยให้ผู้คนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเห็นผล เป็นส่วนตัว และตรวจวินิจฉัยโรคได้รวดเร็ว ซึ่งการใช้เทคโนโลยีที่เข้ามา มีความสำคัญต่อการเพิ่มความรวดเร็วและความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ


ไฮไลท์การพยาบาลแบบองค์รวม หรือ Holistic Care


ในบทความนี้จะเจาะลึกลงไปถึง Health Tech Trends แห่งปี 2024 ที่จะมีส่วนสำคัญต่อการพยาบาลแบบองค์รวม หรือ Holistic Care ซึ่งประกอบด้วย 5 นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพองค์รวม 'Holistic Health' ดังนี้


1. เทรนด์การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI)


ในปี 2024 บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ ( AI) ในด้านการดูแลสุขภาพจะมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของเครื่องและเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก การปฏิวัติการวินิจฉัย การรักษา และการดูแลผู้ป่วย อัลกอริธึม AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมหาศาล ช่วยในการวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ คาดการณ์ผลการรักษา และปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ อัลกอริธึม AI จะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถติดตามสภาวะสุขภาพและการแทรกแซงเชิงรุกได้แบบเรียลไทม์ นำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น



ขณะที่แชทบอทและผู้ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย และให้การสนับสนุนด้านการดูแลสุขภาพทันที การใช้ AI จะขยายไปสู่การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถปรับปรุงความแม่นยำและประสิทธิภาพได้อย่างมาก


2. เทรนด์ Real-Time Virtual Collaboration : การใช้เทคโนโลยีทำงานร่วมกันเสมือนจริงแบบเรียลไทม์


แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีทำงานร่วมกันเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะกำหนดวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสื่อสารและทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลหรือด้อยโอกาส ทีมดูแลสุขภาพสามารถทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ผ่านการประชุมทางวิดีโอ การประชุมทางไกล และการส่งข้อความที่ปลอดภัย โดยไม่คำนึงถึงสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์



แนวโน้มนี้จะช่วยให้เกิดการปรึกษาหารือแบบสหสาขาวิชาชีพ โดยผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ สามารถมารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีที่ซับซ้อน ซึ่งนำไปสู่การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่ครอบคลุม


การทำงานร่วมกันเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ จะอำนวยความสะดวกในการฝึกอบรมและการศึกษาทางไกล ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะได้รับการอัปเดตด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ล่าสุดโดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและข้อจำกัดด้านเวลา


3. เทรนด์ DATA Analysis : การวิเคราะห์ข้อมูล

Data analysis หรือ การวิเคราะห์ข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพ เนื่องจากให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า สำหรับการตัดสินใจ ปรับปรุงผลลัพธ์ของผู้ป่วย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน


ในปี 2024 เราคาดหวังความก้าวหน้าที่สำคัญในเครื่องมือและเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะมาช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้



Predictive Analytic หรือ การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์จะแพร่หลายมากขึ้น ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการแพทย์สามารถระบุได้ว่าผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงและแทรกแซงในเชิงรุกได้


นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์จะช่วยให้สามารถติดตามสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถตรวจจับสัญญาณเตือนล่วงหน้าและเข้าแทรกแซงได้ทันที


ประโยชน์ที่สำคัญจากการวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยขับเคลื่อนความคิดริเริ่มในการจัดการด้านสุขภาพของประชากร อำนวยความสะดวกในการระบุแนวโน้ม รูปแบบของโรค และการแทรกแซงด้านสาธารณสุข


4. เทรนด์ Wearable in Healthcare : อุปกรณ์สวมใส่ในการดูแลสุขภาพ


อุปกรณ์สวมใส่ในการดูแลสุขภาพจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และมีศักยภาพที่จะปฏิวัติการดูแลสุขภาพในปี 2567 อุปกรณ์เหล่านี้ มีเซ็นเซอร์และความสามารถในการติดตาม ช่วยให้ติดตามสัญญาณชีพ ระดับกิจกรรม และพารามิเตอร์ด้านสุขภาพอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง



อีกทั้งอุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้จะช่วยให้สามารถติดตามผู้ป่วยได้จากระยะไกล ช่วยให้บุคคลมีส่วนร่วมในการจัดการด้านการดูแลสุขภาพของตนอย่างแข็งขัน ทั้งยังจะให้ข้อมูลอันมีค่าแก่ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ช่วยให้วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลและตรวจหาปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้ อุปกรณ์สวมใส่จะผสานรวมกับแพลตฟอร์มด้านการดูแลสุขภาพและยังมีเทคโนโลยี Internet of Medical Things (IoMT) เชื่อมต่อการแพทย์กับระบบอินเทอร์เน็ต เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และการวางแผนการรักษาด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่อทางการแพทย์ที่ใช้เก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยแบบองค์รวมได้อีกด้วย


5. เทรนด์ Blockchain การดูแลสุขภาพ


และเทรนด์เทคโนโลยีการดูแลสุขภาพอันดับ 5 ที่จะมีความโดดเด่นในปี 2567 คือ การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) แพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและกระจายอำนาจสำหรับการจัดเก็บและแบ่งปันข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจในความสมบูรณ์ของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการทำงานร่วมกัน จัดการกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับไซโลข้อมูลที่มีจำนวนมากและซับซ้อน และระบบการดูแลสุขภาพที่กระจัดกระจาย



เทคโนโลยีบล็อกเชน จะช่วยให้สามารถแบ่งปันบันทึกผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยระหว่างผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพต่าง ๆ ปรับปรุงการประสานงานด้านการดูแล และลดข้อผิดพลาดทางการแพทย์ ผู้ป่วยจะสามารถควบคุมข้อมูลของตนได้มากขึ้น และสามารถให้สิทธิ์ในการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเฉพาะรายได้ตามความจำเป็น


นอกจากนี้ บล็อกเชนจะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพที่เป็นนวัตกรรม เช่น ยาเฉพาะบุคคล การทดลองทางคลินิก และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยจะทำให้เกิดการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใส รับประกันความถูกต้องและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์



ทั้งหมดนี้ เป็น 5 เทรนด์ที่ยังได้รับความสนใจจากภาคการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก และมีความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของประชาชนในอนาคต



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

วิกฤตห่วงโซ่อุปทานคืออะไร? 5 เหตุผลที่ SME ต้องเร่งทำ Digital Transfomation ที่นี่มีคำตอบ

วิกฤตห่วงโซ่อุปทานคืออะไร? 5 เหตุผลที่ SME ต้องเร่งทำ Digital Transfomation ที่นี่มีคำตอบ

“ห่วงโซ่อุปทาน” หรือ Supply Chain คือ กระบวนการทั้งหมดในการผลิตสินค้าหรือบริการ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ ตลอดจนการจัดส่งถึงมือลูกค้า…
pin
2055 | 14/05/2024
ธุรกิจยุคดิจิทัล ต้อง Transformation อย่างไร เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ในเทศกาลสงกรานต์

ธุรกิจยุคดิจิทัล ต้อง Transformation อย่างไร เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ในเทศกาลสงกรานต์

ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ กลายเป็นโจทย์หลักของนักการตลาดในยุคดิจิทัล หากเจาะลึกลงไปจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงจนทำให้เกิดการดิสรัปด้านเทคโนโลยีรอบนี้…
pin
4497 | 10/04/2024
5 เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ธุรกิจนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ดึงลูกค้า ช่วงมหาสงกรานต์ 2567

5 เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ธุรกิจนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ดึงลูกค้า ช่วงมหาสงกรานต์ 2567

ประเพณีสงกรานต์ของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน สนับสนุนให้ “สงกรานต์” เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์เทศกาลระดับโลก…
pin
5505 | 10/04/2024
5 นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพองค์รวม 'Holistic Health' เมื่อคนยุคใหม่มองหาสุขภาวะที่ดีขั้นสุด