ล้วงลึกทุกมิติการลงทุน กับ ผจก. แบงก์กรุงเทพ สาขาอินโดนีเซีย

AEC Center
27/05/2016
รับชมแล้วทั้งหมด 7 คน
ล้วงลึกทุกมิติการลงทุน กับ ผจก. แบงก์กรุงเทพ สาขาอินโดนีเซีย
banner
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย กว่าจะมาเป็น 1 ในผู้ก่อตั้งเขตการค้าเสรีภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสำหรับธนาคารกรุงเทพเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เห็นเรื่องราวเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอด กว่าจะมาเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการที่ธนาคารกรุงเทพได้เข้าไปเปิดสาขาจาการ์ตา ในปี พ.ศ.2511 และได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์จากรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อให้บริการธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ศึกษาภูมิหลัง กว่าจะมาเป็น “อินโดนีเซีย” อินโดนีเซียมีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ความเจริญและการพัฒนาต่าง ๆ ไล่ตามประเทศไทยเข้ามาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมอาหาร ที่จะกลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนไทย ถือเป็นปัจจัยด้านบวก ซึ่งเรื่องนี้      คุณชลิต เตชัสอนันต์ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาในประเทศอินโดนีเซีย เล่าว่าเริ่มแรกก่อนที่จะเข้าไปลงทุน ผู้ประกอบการต้องเข้าใจพื้นฐานวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมืองก่อนว่า กว่าจะมาเป็นประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันนั้นมีเรื่องราวอย่างไรบ้าง ก่อนจะเข้าไปลงทุนนั้น อยากให้ศึกษาเรียนรู้ว่า พื้นฐานเดิมของคนอินโดนีเซียเป็นคนที่คุยง่าย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีอุปนิสัยใกล้เคียงกับคนไทยอย่างมาก คนอินโดนีเซียมีลักษณะที่เป็นผู้รับฟังมากกว่าจะเสนอแนวคิด จากการที่เคยตกเป็นประเทศอาณานิคม ในอาณัติการปกครองของชาวดัตซ์ (Dutch) หรือประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherland) ในปัจจุบัน ยาวนานกว่า 300 ปี ก่อนจะตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) ทำให้ชาวอินโดนีเซียเป็นผู้รับฟังมากกว่าผู้ให้ความคิดเห็น คุณชลิต กล่าวย้ำว่า ช่วงที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญคือ ช่วงที่ ซูการ์โน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซีย (พ.ศ. 2488-2510) ผู้ปลุกกระแสรักชาติสร้าง Identity ขึ้นมา สร้างความเป็นเอกราชให้กับอินโดนีเซียหลังจากเป็นประเทศอาณานิคมมาหลายร้อยปี โดย ซูการ์โน ใช้เวลากับการสร้างจิตวิญญาณแห่งความเป็นชาติอินโดนีเซีย แต่ไม่ได้สร้างความอิ่มท้องให้กับประชาชน และมีความใกล้ชิดกับประเทศจีนมากขึ้น จนสร้างความกลัวเรื่องแนวคิดคอมมิวนิสต์ในอินโดนีเซียมากขึ้นด้วย จนก่อให้เกิดการปฏิวัติขึ้นมาโดยการนำของ ซูฮาร์โต ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 พ.ศ. 2510-2541(31 ปี) ประชาชนอยู่ภายใต้รัฐบาลซูฮาร์โต มา 31 ปี จนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้ IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) เข้ามาจัดการ  โดยยื่นข้อเสนอต่าง ๆ ในการให้กู้ยืมเงิน หนึ่งในข้อเสนอนั้นคือ การที่ประธานาธิบดีซูฮาร์โต ต้องลงจากเก้าอี้ จนมีการเปลี่ยนถ่ายเกิดขึ้นเพื่อเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และเกิดการเลือกตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2542 แต่ในยุคที่น่าสนใจที่สุดคือ  ในปี พ.ศ.2557 การขึ้นมาของ โจโก วิโดโด้ (Jokowi) ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และคนที่ 7 ของอินโดนีเซีย “จากนี้ไปเสถียรภาพทางการเมืองของอินโดนีเซียจะนิ่งและมั่นคงมากขึ้น การคอร์รัปชันที่ผ่านมาก็จะมีความยากมากขึ้นเช่นกัน” คุณชลิต กล่าว สถานการณ์ปัจจุบันในอินโดนีเซีย คุณชลิต กล่าวต่อว่า ประชากรในอินโดนีเซีย 42% อยู่ในวัย 24-34 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังทำงาน มีรายได้ มองหาความต้องการที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตนเอง และจากการสำรวจของธนาคารชาติในอินโดนีเซีย พบว่า 60% ของประชากร จัดอยู่ใน  Middle Income Group มีรายได้ 2,200 เหรียญสหรัฐ/ปี ส่วน High Income Group ที่มีรายได้เกิน 7,000 เหรียญสหรัฐ/ปี อยู่ที่ 17% ถือว่าเป็นศักยภาพหนึ่งในปัจจัยที่น่าลงทุนในอินโดนีเซีย ที่ผู้ประกอบการชาวไทยน่านำไปพิจารณา ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ ประจำประเทศอินโดนีเซีย ยังแนะเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ประกอบการชาวไทยควรที่จะเข้าไปคลุกคลีในอินโดนีเซียให้มากขึ้น โดยการลงพื้นที่จริง ใช้ชีวิตร่วมกับชาวอินโดนีเซีย นอกเหนือจากการวิเคราะห์ผ่านตัวเลข จำเป็นต้องใช้เวลาเข้าไปอยู่กับสิ่งแวดล้อมในอินโดนีเซียให้มากขึ้น สำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คุณชลิต แจงว่า คณะรัฐมนตรีอินโดนีเซียที่เพิ่งเปลี่ยนเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา เป็นคณะรัฐมนตรีรุ่นใหม่ที่มีความต้องการผลักดันให้เกิดการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียโดยชาวต่างชาติ ซึ่งเน้นไปที่สินค้าบริโภคและพลังงานให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยมี 6 เกาะใหญ่ที่เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อน GDP ประเทศ ประกอบด้วย Sumatra, Java, Bali, Kalimanta, Sulawesi และ Papua – Maluku Island นอกจากนี้ ปัญหาที่ผู้ประกอบการอาจเจอคือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ระหว่างค่าเงินรูเปียและดอลลาร์มีความผันผวนตลอดเวลา ซึ่งผู้ประกอบการอาจใช้เปลี่ยนจากเงินบาทเป็นรูเปียแทน เพราะไม่มีความผันผวนเท่าดอลลาร์ อีกทั้งรัฐบาลชุดใหม่ยังมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมภาษี ให้กับบุคคลที่ไม่ได้ยื่นเรื่องแจ้งทรัพย์สินนอกประเทศ โดยมีการประมาณการว่า มีมูลค่ามากถึง 195,000 เหรียญสหรัฐที่มีอยู่นอกประเทศ รัฐบาลจึงผลักดันให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อให้เศรษฐีสามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศได้โดยเสียภาษีที่ 6% รวมถึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำการแจ้งข้อมูล ถ้ามีการยื่นเรื่องเร็วก็อาจเสียแค่ 3% แต่ถ้ายื่นปลายปีก็อาจเสีย 6% โดยทางรัฐบาลให้เวลา 12 เดือนในการทำเรื่องยื่นแจ้งทรัพย์สิน เมื่อสามารถรวบรวมได้ว่าทรัพย์สินที่กำลังจะเข้าประเทศอินโดนีเซียมีจำนวนถึง 195,000 เหรียญสหรัฐฯ จะทำให้เศรษฐกิจและเงินทุนหมุนเวียนดีขึ้น อุตสาหกรรมเคมีและก๊าซธรรมชาติ มะพร้าวและอาหาร สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอินโดนีเซียนั้น คุณชลิต ให้ข้อมูลว่า กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี ก๊าซ ยางพารา มะพร้าว และอาหาร มีความสำเร็จจนหลายกลุ่มต่างชาติและหลายกลุ่มธุรกิจ ใช้อินโดนีเซียเป็นแหล่งวัตถุดิบการผลิตที่สำคัญ โดยความสำเร็จทั้งหมด อยากให้ผู้ประกอบการได้ลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าใจขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ “จัดซื้ออย่างไร ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดมีลักษณะอย่างไร ต้องทำการตลาดแบบไหน จัดจำหน่ายในรูปแบบใด โดยบริษัทจากประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จนั้นมีทีมที่เข้าใจภูมิหลัง วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม การเมือง เศรษฐกิจ ของชาวอินโดนีเซียและลงพื้นที่จริง เพื่อจะได้คลุกคลี คอยสอดดูยุทธวิธีทางการตลาดของคู่แข่งในอินโดนีเซีย และสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เป็นคีย์สำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อม ที่จะเข้าไปคลุกคลีในประเทศอินโดนีเซีย”  คุณชลิต กล่าว ด้านการหา Business partner คุณชลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้รัฐบาลให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการต่างประเทศมากขึ้น  ในกรณีการครอบครองธุรกิจในส่วนของเปอร์เซ็นต์ที่มากขึ้น  เช่น จากเดิม 60% และต้องมีชาวอินโดนีเซียร่วมอีก 40% ก็อาจขยับได้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งในบางธุรกิจ ชาวต่างชาติสามารถครอบครองเป็นเจ้าของธุรกิจได้ 100% โดยไม่ต้องมีคู่ค้าเป็นชาวอินโดนีเซีย ในส่วนของการหาคู่ค้าที่เป็นชาวอินโดนีเซีย หรือผู้ประกอบการจะดำเนินการด้วยตัวเองนั้น หากผู้ประกอบการสามารถจัดการด้านต่าง ๆ ด้วยตนเอง 100% ตามที่รัฐบาลอินโดนีเซียขยายขอบเขตให้ แต่อาจรับสมัครเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือในด้านของการตลาด และส่งเสริมการขายที่มีความเข้าใจธรรมชาติของชาวอินโดนีเซียอย่างแท้จริง ทั้งนี้  ตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีประชากรมากที่สุด เพราะฉะนั้นความต้องการทางการตลาดย่อมสูง โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล  จากการที่มีประชากรเป็นชาวมุสลิมซึ่งมีจำนวนมหาศาล ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุน จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างละเอียด และลงพื้นที่เข้าทำการสำรวจจริง หรือสามารถปรึกษาได้ที่ Call Center ของธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธนาคารกรุงเทพ หนุน SME ไทย เปิดห้องให้ความรู้การค้าการลงทุนในกัมพูชา AEC Center

ธนาคารกรุงเทพ หนุน SME ไทย เปิดห้องให้ความรู้การค้าการลงทุนในกัมพูชา

ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดงาน AEC Investment Clinic : Cambodia ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านั้นเป็นเรื่องราวของประเทศเวียดนาม ลาว และอิน...
18 | 28/05/2016
เปิดแผนพัฒนา ศก.ชาติ วางเป้า ปท.หลุดพ้นรายได้ปานกลางใน 10 ปี AEC Center

เปิดแผนพัฒนา ศก.ชาติ วางเป้า ปท.หลุดพ้นรายได้ปานกลางใน 10 ปี

นางสาวสุนันทา กังวานกุลกิจ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ภาครัฐและหลายภาคส่วนหนุน Trade Facilitation เพื่อยกระดับการค้า และแนวโน้มการน...
13 | 24/04/2016
รู้จักอาณาจักรล้านเกาะ อินโดนีเซียก่อนลงทุน AEC Center

รู้จักอาณาจักรล้านเกาะ อินโดนีเซียก่อนลงทุน

อินโดนีเซียมีมาตรการป้องกันการผูกขาดทางการค้า อินโดนีเซียกำหนดให้สินค้าทุกชนิดที่วางจำหน่ายภายในประเทศ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการ...
11 | 25/04/2016
banner
banner