จีน กลายเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดเครื่องสำอาง อันดับ 2 ของโลก

SME Go Inter
03/01/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 14 คน
จีน กลายเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดเครื่องสำอาง อันดับ 2 ของโลก
banner
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เฉิงตู เผยว่า ขณะนี้จีนกลายเป็นตลาดบริโภคเครื่องสำอางอันดับ 2 ของโลก รองมาจากสหรัฐฯ โดยมูลค่าการขายเครื่องสำอางในตลาดจีนมากกว่า 2 แสนล้านหยวนต่อปี หรือคิดเป็น 15.45% ของตลาดเครื่องสำอางทั้งโลก โดยปัจจุบันเครื่องสำอางที่วางขายในตลาดจีนมีทั้งสิ้น 11 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก, คอสเมติกส์, เครื่องอาบน้ำ, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเด็ก, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชาย, ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย และผลิตภัณฑ์กำจัดขน ย้อนดูใน ปี 2560 พบว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวครองส่วนแบ่งในตลาดเครื่องสำอางของจีนกว่า 51.62% หรือกว่า 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั้งโลก ขณะที่คอสเมติกส์ และน้ำหอมมีสัดส่วน 9.5% และ 1.7% ตามลำดับ คาดว่าปี 61 ขนาดตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของจีนจะมีมูลค่าสูงถึง 1.8 แสนล้านหยวน โดยเครื่องสำอางที่ผลิตภายในประเทศมีกว่า 5 แสนชนิด และกว่า 4,000 แบรนด์ (ในจำนวนนี้มีแบรนด์ใหญ่ราว 375 บริษัท) โดยส่วนใหญ่กระจายใน 5 พื้นที่หลักของจีน ได้แก่ กวางตุ้ง, เจียงซู, เซี่ยงไฮ้, เจ้อเจียง และอานฮุย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลาง และขนาดเล็กที่อยู่ในช่วงการพัฒนา มีปัญหาด้านเงินทุน ขาดการวิจัยและพัฒนาในการผลิต ทำให้คุณภาพของสินค้าไม่สามารถแข่งขันกับเครื่องสำอางนำเข้าได้ ทั้งบางบริษัทยังไม่มีแบรนด์เป็นของตนเอง จีนจึงยังต้องพึ่งพาการนาเข้าจากต่างประเทศ เพื่อชดเชยตลาดที่แคลนแบรนด์เครื่องสำอางไฮเอนด์ นอกจากนี้ ในปี 60 ขนาดตลาดเครื่องสำอางจีนมีมูลค่าสูงถึง 3.512 แสนล้านหยวน +10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าปี 64 ขนาดตลาดบริโภคเครื่องสำอางในจีนจะมีมูลค่าสูงถึง 4.337 แสนล้านหยวน แต่ปัจจุบันการบริโภคเครื่องสำอางในจีนมีค่าเฉลี่ยเพียง 352.4 หยวนต่อคนเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จีนยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการบริโภคเครื่องสำอางเป็นอย่างมากในอนาคต ส่วนกลุ่มผู้บริโภคเครื่องสำอางในตลาดจีนแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มหลัก คือ
  • กลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนมัธยม โดยจะนิยมบริโภคสินค้าเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศเพราะมีราคาถูก โดยแบรนด์สินค้าดังกล่าว เช่น Dabao, Pechoin, Inoherb
  • กลุ่มอายุ 18-24 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัย หรือวัยเริ่มทำงาน โดยมีสัดส่วนถึง 11.9% และนิยมบริโภคแบรนด์สัญชาติจีนที่มีชื่อเสียง เช่น Maxam, Shulei, Oupres
  • กลุ่มอายุ 25-29 ปีที่มีรายได้ระดับกลาง มีสัดส่วน 36% มักให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าโทนเนอร์ และมาร์คหน้า มีแบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น L'Oreal, Lancome, Chando
  • กลุ่มอายุ 30-35 ปีเป็นกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายหลักของจีน เพราะมีสัดส่วนถึง 40% และส่วนใหญ่จะเป็นหญิงวัยทำงานในเมืองมีรายได้สูง และนิยมซื้อเครื่องสำอางแบรนด์ไฮเอนด์ ทั้งมีชื่อเสียงและนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐฯ เกาหลีไต้ ไทย และญี่ปุ่น เช่น L'Oreal, Mary Kay, Innisfree, Snail White, Olay, Clarins
  • กลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง ส่วนใหญ่นิยมบริโภคครีมบำรุงผิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย ที่ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
จีนมีช่องทางการจำหน่ายสำคัญ คือ
  • ออนไลน์ คือร่วมมือกับบริษัทที่ทำธุรกิจ Cross Border E-commerce ในจีน เช่น kaola.com, tmall.hk, global.vip.com และ jd.hk
  • ออฟไลน์ เช่นห้างสรรพสินค้า Wangfujing, Pacific, Ito Yokado, Isetan ร้านแฟรนไชส์ Watsons, Gialen, Innisfree และร้านขายเครื่องสำอางโดยเฉพาะ เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ลูกค้ามักนิยมเข้าร้านประเภทนี้มากขึ้น เนื่องจากต่อราคาได้ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ WoWo, 7-eleven และ Family Mart
ด้านภาษี บริษัทนำเข้าต้องเสียภาษีนำเข้า ภาษีบริโภค และภาษีมูลค่าเพิ่ม 30% สำหรับสินค้ากลุ่มคอสเมติกส์ น้ำหอมและชุดเครื่องสำอาง นอกจากนี้ ภาษีนำเข้าทั่วไปของเครื่องสำอางสำหรับปาก ตา และเล็บ จะอยู่ที่ 150% อัตราภาษีนำเข้า MFN (The Most-favoured-nation Rate of Duty) ซึ่งใช้กับการนำเข้าจากประเทศที่มีข้อตกลง MFN กับประเทศจีน 10% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 17% และภาษีบริโภค 30% ส่วนธุรกิจ Cross Border E-commerce (ใช้สำหรับบุคคล) ซึ่งต้องใช้บัตรประชาชนในการสั่งซื้อสินค้าผ่านธุรกิจ Cross Border E-commerce โดยจะต้องชำระ Post tax ตามประเภทเครื่องสำอาง (หาก Post tax ไม่ถึง 50 หยวนจะไม่ต้องเสียเงิน) นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องชำระภาษีบริโภค ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนำเข้า และภาษีรวมของภาษีดังกล่าว

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
228431 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
49280 | 12/06/2019
Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร SME Go Inter

Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร

ยุคสมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า “นักช็อปปิ้งชาวจีน” จะให้น้ำหนักกับคำว่า “ของแท้” (Genuine Product Guarantee) อยู่เหนือปัจจัยด้านราคาและระยะเวลาขนส่งเวลา...
10600 | 02/07/2019
banner
banner