แกะรอย ‘ซัยโจเดนกิ’ จาก”OEM”สู่แอร์แบรนด์ไทยแท้

SME in Focus
01/05/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 45 คน
แกะรอย ‘ซัยโจเดนกิ’ จาก”OEM”สู่แอร์แบรนด์ไทยแท้
banner
ยิ่งนับวันอากาศเมืองไทยร้อนขึ้นเรื่อยๆ “เครื่องปรับอากาศ” จึงกลายเป็นสินค้าจำเป็น เป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคจะขาดไม่ได้นับวันจะเป็นสินค้าขายดี ถ้าไม่นับ แบรนด์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ครองตลาดแอร์เมืองไทยมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ‘ซัยโจเดนกิ’ ก็เป็นอีกแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงและรู้จักกันดี น่าแปลกที่คนไม่น้อยคิดว่าเป็น  “แบรนด์ญี่ปุ่น” แต่เชื่อหรือไม่ว่าคนก่อตั้งคือคนไทยที่ชื่อ “สมศักดิ์ จิตติพลังศรี” ส่วนความหมาย ซัยโจ” แปลว่าดีที่สุด ส่วน “เด็นกิ” แปลว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อรวมสองคำนี้เข้าด้วยกันหมายถึง “เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดีที่สุด”  

สินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์คนไทยขายดีในต่างประเทศ

ทีมอลล์ โกลบอล ช่องทางแบรนด์ไทยเจาะตลาดจีน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

ย้อนประวัติความเป็นมาเดิมทีครอบครัวของสมศักดิ์ทำธุรกิจขายข้าวสารและค้าปลีกด้วยความคิดที่ว่าเมืองไทยอากาศร้อนขึ้นทุกวัน ต่อมาจึงหันมาผลิตแอร์ในรูปแบบ รับจ้างผลิต” (OEM= Original Equipment Manufacturer คือ การรับจ้างผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ตามแบบที่ผู้จ้างกำหนด )เมื่อราว 40 ปีก่อนโดยที่ไม่มีเทคโนโลยีใดๆมาสนับสนุน ท้ายสุดธุรกิจไปไม่รอด ครอบครัวต้องเป็นหนี้ 30 ล้านบาท ในครอบครัวไม่มีใครที่พอจะช่วยกู้วิกฤตได้ ความรับผิดชอบจึงตกอยู่กับสมศักดิ์ ทั้งที่ไม่มีความรู้ด้านแอร์ ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีเงิน ไม่มีเครดิต สมศักดิ์ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่ปี 3 นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ต้องเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบเพื่อขอเวลาทำงานหาเงินใช้หนี้ ครั้นเริ่มเคลียร์เจ้าหนี้ เริ่มเคลียร์ซัพพลายเออร์ เพื่อให้เขาปล่อยสินค้าให้ ต้องใช้เวลาเกือบ 4 ปีถึงจะชำระหนี้ได้หมด จากนั้นก็เดินหน้าทำธุรกิจ จ้างผลิตแอร์” เต็มตัวแต่คราวนี้มีบทเรียนจากความผิดพลาดในอดีตจึงมีการวางแผนอย่างรัดกุม มีลูกค้าเป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศอย่าง ยอร์ค, แคเรียร์ และองค์กรหลายแห่ง เช่น กรมการปกครอง, กระทรวงการคลัง, โรงแรมในเครือดุสิตธานี เป็นต้น อย่างไรก็ตามการขาดเทคโนโลยีและโนว์ฮาว กลายเป็นสิ่งที่หลอกหลอนเขาตลอดหลายปีจึงต้องเร่งหาเทคโนโลยีมาสนับสนุน เขาคิดว่าหากจะทำธุรกิจแอร์ให้โตแบบมั่นคง ก็จำเป็นต้องอาศัยโนว์ฮาวของญี่ปุ่นเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นมีคุณภาพสูงและทนทาน จึงมีความคิดเปลี่ยนธุรกิจจากรับจ้างผลิต มาเป็นการผลิตแอร์ที่เป็น “แบรนด์” ของตัวเอง ดังนั้น เขาจึงเดินทางไปโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าพบเจ้าของบริษัท เด็นกิ-โชจิ (Denki-Shoji) บริษัทจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีทั้งบารมีและคอนเน็คชั่นกว้างขวางในกลุ่มผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศและผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศของญี่ปุ่น ปรากฏว่า ทั้งคู่คุยกันถูกคอประกอบกับมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจตรงกัน เจ้าของบริษัท เด็นกิ-โชจิ ก็ตกลงร่วมมือกันสร้างแบรนด์เครื่องปรับอากาศ “ซัยโจ เด็นกิ” จึงถือกำเนิดในปี พ.ศ.2530 ที่เมืองโอซาก้า หลังจากทำธุรกิจร่วมกันมาประมาณ 10 ปี หุ้นส่วนญี่ปุ่น ไม่มีทายาทสานต่อจึงตัดสินใจถอนตัว ไม่ทำธุรกิจนี้แล้ว แบรนด์ “ซัยโจ เดนกิ” จึงเป็นของคนไทย 100% อย่างไรก็ตามนับวันการแข่งขันรุนแรงขึ้น ทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าตลาดเดิม และแบรนด์เกิดใหม่ของไทย จีน เกาหลี ต่างใช้วิธีขายตัดราคา ดังนั้นซัยโจเดนกิจึงเลือกจะสร้างความแตกต่าง ด้วยการปั้นแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในคุณภาพ และนวัตกรรมที่พิเศษยิ่งกว่าเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด หนึ่งในนวัตกรรมชิ้นเอกของซัยโจเดนกิ ได้แก่ การนำเชื่อมต่อเครื่องปรับอากาศกับการใช้งานอินเตอร์เน็ต ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน โดยริเริ่มทำตั้งแต่ก่อนกระแส IoT จะบูมอย่างในปัจจุบัน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว การนำอินเตอร์เน็ตมาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเริ่มเป็นที่ถูกกล่าวถึงกันบ้างแล้ว แต่หากคิดเชื่อมอินเตอร์เน็ตแค่เปิดปิดแอร์ ใครๆ ก็ทำได้ ซัยโจ เดนกิ จึงคิดนวัตกรรมเชื่อมแอร์กับอินเตอร์เน็ตโดยนำปัญหาการใช้งานของลูกค้ามาเป็นตัวตั้ง จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบอุปกรณ์ภายในแอร์ได้เองกว่า 30 รายการ ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน รวมถึง ตรวจสอบค่าไฟฟ้าได้เป็นรายชั่วโมงและรายวัน อีกทั้ง มีหมวดประหยัดไฟ ติดตั้ง GPS ควบคุมการเปิดปิด และกำหนดอุณหภูมิได้จากทุกสถานที่ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ รวมถึง มีสัญญาณเตือนเปิดปิดแอร์ ในระยะทาง 3 กิโลเมตรรอบรัศมีของตัวแอร์ ซัยโจเดนกิ ด้วยนวัตกรรมนี้ ประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจ จนต้องสั่งนำเข้า ทำให้ “ซัยโจเดนกิ” เป็นผู้ผลิตแอร์ไทยรายแรกที่ส่งสินค้าไปขายที่ญี่ปุ่นได้ นอกจากนั้น การมีนวัตกรรมแปลกใหม่ ยังก่อประโยชน์ทางอ้อม หัวใจในการสร้างนวัตกรรมของซัยโจ เดนกิ มุ่งไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ด้านสุขภาพ 2.ความประหยัด และ3.ทันสมัยเข้ากับเทรนด์โลกยุคใหม่ โดยก่อนจะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ใดๆ ก็ตาม จะสำรวจก่อนว่า เวลานั้น ผู้บริโภคต้องการสิ่งใดบ้าง และมีสินค้าใดที่ดีสุดในตลาด เพื่อจะพัฒนาให้ดียิ่งกว่าคู่แข่งอย่างน้อย 2-3 เท่าตัว เพื่อดักรอโอกาสของตลาดในอนาคต นี่คือกลยุทธ์ที่จะคนตัวเล็กๆจะสู้ยักษ์ใหญ่ได้ คือ วิ่งให้เร็วกว่า ดักรอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้ อย่างเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซัยโจเดนกิ เริ่มจากพัฒนาแอร์เพื่อจับเทรนด์ “สุขภาพ” โดยพัฒนาแผ่นฟอกอากาศพิเศษ ซึ่งทุกวันนี้ เรื่องสุขภาพกลายเป็นเทรนด์ฮิต หรือเมื่อหลายปีก่อน เทรนด์ “IoT” (Internet of Things) จะมาแรง ซัยโจ เดนกิ จึงรีบพัฒนานวัตกรรมเชื่อมอินเตอร์เน็ตกับแอร์ฯ เพื่อส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดก่อนรายใหญ่ ควบคู่กับจดสิทธิบัตรไว้ก่อน ขอบคุณภาพ http://www.saijo-denki.co.th

เซนบิวตี้ จากโอทอปบ้านๆ สู่ SME ที่เข้มแข็ง

5 เอสเอ็มอีต้นแบบ กรณีศึกษาสำหรับยกระดับธุรกิจสู่แฟรนไชส์

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30161 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18058 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
10538 | 08/07/2019
banner
banner