จับเทรนด์ค้าปลีก On – Demand รู้ก่อนตกยุค

SME Update
29/05/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 92 คน
จับเทรนด์ค้าปลีก On – Demand รู้ก่อนตกยุค
banner
เชื่อได้ว่าหลายคนจะได้รู้จัก Digital Disruption หรือเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมยุคดิจิทัล เฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมค้าปลีกซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ ธุรกิจค้าปลีกไทยต้องเตรียมรับมือ ซึ่งมีรายงานทางสถิติระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ยอดขายของธุรกิจค้าปลีกผ่านทางช่องทางการขายแบบออนไลน์โตขึ้นถึง 75%  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์หลายรายต้องเจอปัญหาทางการเงิน หรือต้องปิดกิจการล้มหายตายจากไป เพราะไม่เรียนรู้ที่จะใช้เรื่องของเทคโนโลยี On-Demand นั่นเอง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme



ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต้องเปลี่ยนแปลงด้วยแพลตฟอร์มระบบไอทีที่ทำงานยืดหยุ่นกว่านี้ ด้วยการนำเอาบริการบนเทคโนโลยี ‘Cloud On-Demand’ มาใช้กับระบบการขายหลายช่องทาง ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์หรือตามหน้าร้านก็ได้

ในบ้านเราก็มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งเริ่มนำมาใช้เช่น กลุ่มเซ็นทรัล ได้นำบริการ Central OnDemand ช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้า ผ่านแพลตฟอร์มของไลน์ เพื่อชิงความได้เปรียบและอุดช่องว่างพื้นที่ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลตั้งอยู่แต่ลูกค้ามีความต้องการสินค้าของทางเซ็นทรัลซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในยุคของ ‘Retail Tech’ ถึงเวลาห้างร้านค้าปลีกทั้งหลายยิ่งต้องเร่งปรับตัว เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา Disrupt วงการค้าปลีกที่เรียกว่า ‘On - demand Shopping and Service’ เข้ามามีบทบาท

เมื่อการผสานกันของ E-Commerce กับ Shopping Service เหล่านี้ เป็นตัวเร่งให้ร้านค้าปลีกทั้งหลายต้องปรับตัวให้พร้อมรับ ‘On - demand Shopping’ ที่ผู้ซื้อหลายคนปรับตัวและหันมาใช้บริการนี้กันแล้ว โดยไม่เพียงแต่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้สินค้าสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่มสามารถเข้าถึงผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมายโดยตรง

เมื่อร้านค้าเริ่มหันมาให้บริการผ่าน ‘On-demand Shopping’ มากขึ้นและบริการเองก็มีการปรับปรุงดีขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็จะเปลี่ยนไป จึงนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าต้องรับมือ

ทั้งนี้ ‘On-Demand Shopping and Service’ ต้องการ โซลูชั่นใหม่ๆ ที่แม่นยำเพื่อรองรับข้อมูลซื้อขายขนาดมหาศาลบนออนไลน์ เช่น การจัดการสต็อก, การจัดการร้าน และการขนส่ง ร้านค้าปลีกที่จะขึ้นไปบุกตลาดออนไลน์จึงต้องปรับใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว

รวมทั้ง Location Intelligence ปรับประสบการณ์บริการจากตำแหน่งผู้ซื้อเทคโนโลยีด้านการระบุตำแหน่งที่ละเอียดขึ้นจาก GPS, Wi-Fi ,Bluetooth และ NFC ที่จะมีประโยชน์กับธุรกิจค้าปลีกอย่างมาก โดยแยกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนแรกLocation Intelligence ระบบที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถทราบรายละเอียดเชิงลึกได้จากเทคโนโลยีระบุตำแหน่งภายในร้านแม้จะเป็นเพียงพื้นที่จำกัด โดยสามารถสังเกตพฤติกรรมของผู้ซื้อได้จากการดูเส้นทางการเดินของผู้ซื้อ หรือดูความถี่การหยุดเดินในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ออกแบบพื้นที่ภายในร้านเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ซื้อได้

อีกส่วนหนึ่งคือ Geospatial Customer Analytic การเก็บข้อมูลผู้ซื้อจากตำแหน่งที่ทำการซื้อ กระบวนการนี้เหมาะกับธุรกิจ E-Commerce Platform บนออนไลน์ระบบสามารถระบุข้อมูลเบื้องต้น เช่น อายุ เพศ ประเภทและจำนวนการสั่งซื้อสินค้า เพื่อนำไปใช้วางแผนการตลาด เป็นตัวช่วยสำหรับเลือกสินค้าที่จะนำลงไปโฆษณาบนสื่อต่างๆ หรือแม้แต่เป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์การเลือกพื้นที่จัดตั้งร้านค้า

นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคโนโลยีระบุตำแหน่งมาสร้างเป็นแผนที่สำหรับศูนย์การค้าเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ซื้อได้หรือที่เรียกว่าGeomagnetic เป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ร้านค้าปลีกสามารถเข้าถึงผู้ซื้อที่ใช้บริการในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างที่ได้นำมาพัฒนาแล้วในประเทศไทยอย่าง เช่น  แพลตตินั่ม ไกด์ และจัตุจักร ไกด์

ที่สำคัญโซลูชั่นใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมค้าปลีกจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาผลักดันอยู่เบื้องหลัง ซึ่งในเวลานี้เทคโนโลยีเชิงลึกกำลังได้รับความสนใจในอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างชัดเจน Deep Tech ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจค้าปลีกไปอย่างสิ้นเชิงพลิกตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วย ‘บล็อกเชน เทคโนโลยี’ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ตที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมด้านการจัดเก็บข้อมูล ตัวอย่างการใช้งานที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการใช้ บล็อกเชนบันทึกข้อมูล ซับพลายเชน ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน


ขณะเดียวกันเมื่ออุตสาหกรรมค้าปลีกเริ่มมีช่องทางซื้อขายบนอินเตอร์เน็ตทำให้มีข้อมูลการซื้อขายถูกบันทึกเอาไว้เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเกิดเทคโนโลยีชั้นสูงอย่าง Big Data และ AI ที่สามารถทำความเข้าใจข้อมูลขนาดใหญ่ได้รวดเร็ว รวมถึงมีการแสดงผลให้นักการตลาดเข้าใจง่าย การวางแผนทางการตลาดจึงทำได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้นตอบโจทย์บริการใหม่โดยปัญญาประดิษฐ์ ไม่เพียงเท่านี้

AI ยังสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ซื้อสินค้าได้มากกว่าที่เคย เช่น สามารถแนะนำสินค้าจากพฤติกรรม ช่วงอายุ ยอดใช้จ่ายต่อครั้งและชนิดสินค้าที่ซื้อในแต่ละช่วงของวัน ผสานกับเทคโนโลยี Augmented Reality ช่วยจำลองการใช้สินค้า ยกตัวอย่างการลองเสื้อผ้าผ่านกล้อง รวมถึงสามารถเป็นพนักงานขายและตอบปัญหาบริการเบื้องต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งหลายทั้งปวงย่อมส่งผลต่อแรงงานในอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างมาก โดยเฉพาะทักษะที่คนต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับในอนาคตอันใกล้นี้ 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
115039 | 11/06/2019
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า SME Update

จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็น “การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก”...
14822 | 04/07/2019
เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
12519 | 19/07/2019
banner
banner