FTA อียู-เวียดนาม สะเทือนส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย

SME in Focus
12/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 615 คน
FTA อียู-เวียดนาม สะเทือนส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย
banner

นับตั้งแต่สหภาพยุโรป (อียู) และเวียดนาม ได้ลงนามความตกลงเขตการค้าเสรีหรือ EU-Vietnam Free Trade Agreement (EVFTA) เมื่อปลายปี 2558 และใช้เวลาในการเจรจาเป็นเวลา 3 ปีจนบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมการเปิดตลาด การค้าสินค้า การค้าบริการ การค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุน รวมถึงลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินกระบวนการให้สัตยาบันเพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับใช้เสร็จสิ้นภายในปี 2562 นี้

ก่อนเข้าเรื่องเราอยากให้ท่านผู้อ่านเข้าใจสาระสำคัญของความตกลง EVFTA คือ ทั้งสองประเทศจะลดภาษีสินค้านำเข้ากว่าร้อยละ 99 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด โดยสหภาพยุโรปจะลดภาษีสินค้าทันทีเมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ร้อยละ 71 ของสินค้าส่งออกจากเวียดนาม และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 7 ปี ส่วนเวียดนาม จะลดภาษีสินค้าทันทีร้อยละ 65 ของสินค้าส่งออกจากสหภาพ-ยุโรป เมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 10 ปี

การลดภาษีสินค้านำเข้าภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรี EVFTA ในภาพรวมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเวียดนามมากขึ้น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


หมัดต่อหมัด ไทยยังเป็นต่อแค่ต้นเกม

พิจารณาเฉพาะหมวดสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับโดยศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้แจกแจงเรื่องนี้ว่า ในระยะสั้นถึงกลาง ไม่ได้ส่งผลให้เวียดนามได้เปรียบไทยมากนัก เพราะแม้ว่าไทยจะต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าประเภทนี้ในปัจจุบัน แต่อัตราภาษีนำเข้าในอียูก็อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ คืออยู่ที่ร้อยละ 0-4 และด้วยไทยมีฝีมือการเจียระไนอัญมณีและผลิตเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงทำให้สินค้าไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงและยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลกรวมถึงตลาดอียูซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักของไทยด้วย

สะท้อนให้เห็นจากสถิติการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในตลาดอียู ซึ่งปัจจุบันไทยส่งออกไปยังอียูสูงกว่าเวียดนามถึงเกือบ 10 เท่า โดยไทยมีมูลค่าส่งออกราว 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออกเป็นเครื่องประดับเงินที่ไทยครองตำแหน่งแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับแรก ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นเครื่องประดับทองที่ไทยเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับ 2 และส่วนที่เหลือเป็นเพชรพลอยเจียระไน และเครื่องประดับเทียม ตามลำดับ

ในขณะที่เวียดนามมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 180 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าส่งออกหลักคือ เครื่องประดับเทียม ซึ่งมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกรวม โดยคาดว่าเป็นการส่งออกจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับรายใหญ่ของโลกที่ย้ายฐานการผลิตไปจากประเทศไทย

เมื่อพิจารณาในระยะยาว EVFTA อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของไทย เพราะแม้ว่ามูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของเวียดนามไปยังอียูจะยังค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น หากเวียดนามได้พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพิ่มมากขึ้นประกอบกับการได้รับยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าจากอียู รวมถึงไม่มีมาตรการการค้าที่เป็นอุปสรรคระหว่างกันแล้ว สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากเวียดนามก็อาจแย่งส่วนแบ่งตลาดของไทยในอียูได้ในอนาคต

เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรเร่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าอยู่เสมอ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตและการตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของไทยในอียูไว้ให้ได้


ตามตารางข้างบนจะเห็นว่าตลาดอียูคือเบอร์สองของกลุ่มส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ทั้งมีอัตราการขยายตัวที่ดี โดยเฉพาะเครื่องประดับที่มีการออกแบดีไซน์ที่โดดเด่น ตลาดจึงยังเปิดกว้างมากสำหรับงานแฟชั่นและดีไซน์ ดังนั้นการรักษามาตรฐานและการเน้นการออกแบบที่โดดเด่น เชื่อว่าตลาดอียูยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพของอัญมณีและเครื่องประดับไทย ที่ใครก็แย่งไปไม่ได้ นอกจากเราจะหยุดการพัฒนาเสียเอง

อ้างอิง : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30142 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18048 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
10515 | 08/07/2019
banner
banner