เปิดเบื้องลึกเฟซบุ๊ก...ทำไมต้องเงินดิจิทัล “ลิบรา”

SME Update
21/07/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1394 คน
เปิดเบื้องลึกเฟซบุ๊ก...ทำไมต้องเงินดิจิทัล “ลิบรา”
banner

กล่าวสำหรับแนวคิดบริการทางการเงินที่ดีจะต้องเข้าถึงได้สำหรับคนทุกคน แต่ในแง่ความเป็นจริงของโลกยังมีผู้คนทั่วโลกอีกไม่น้อยกว่า 1.7 พันล้านคน ที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนหรือธนาคารในระบบการเงินแบบดั้งเดิม ทั้งที่มีผู้คนที่เข้าถึงสมาร์ทโฟนนั้นจำนวนมากกว่า

ตรงนี้จึงกลายเป็นเปิดช่องให้ เฟชบุ๊กและพันธมิตรทั้ง 27 รายเห็นโอกาสของ เงินดิจิทัล” เพื่อทำให้เกิดความง่ายในการเข้าถึงและทำธุรกรรม ขอให้แค่มีอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเท่านั้นก็สามารถใช้บริการทางการเงินลิบราได้อย่างสะดวกและเสรี  เรียกว่าสมารถโอนเงินได้ทันทีเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอเท่านั้น

ที่สำคัญในกรณีที่เป็นการโอนเงินระหว่างบุคคล หากใช้บริการของลิบราฟรีค่าธรรมเนียมอีกด้วย ส่วนผู้ให้บริการหรือร้านค้าจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม แต่เฟซบุ๊กยืนยันว่าอัตราการคิดค่าธรรมเนียมถูกมากๆ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


อย่างไรก็ตามเมื่อเป็น เงินดิจิทัล” หลายคนมีความเป็นห่วงเกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ”บิตคอย” ตรงนี้ผู้รู้ได้อรรถาธิบายว่าถึงจะเป็นเงินดิจิทัลเหมือนกัน แต่ลิบราและบิตคอยน์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในแง่ของฟีเจอร์การใช้งาน และแนวคิดการพัฒนา

ทั้งนี้เนื่องจากลิบราเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบ Stable ที่ไม่มีการผันผวน ไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของมูลค่า กำเนิดขึ้นมาเพื่อใช้แทนเงินสดในโลกออนไลน์ โลกดิจิทัลเท่านั้น ขณะที่บิตคอยน์ดูจะตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนมากกว่า เพราะมีการผันผวนของมูลค่าราคาตามกลไกตลาดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเงินคริปโตประเภทอื่นๆ คือเครื่องมือในการลงทุน ส่วนลิบราคือสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

ส่วนจะปลอดภัยเฟซบุ๊กระบุว่าจะใช้มาตรฐานการตรวจสอบ การลงทะเบียน และการป้องกันการฉ้อโกงแบบเดียวกับธนาคาร และผู้ให้บริการบัตรเครดิตทั่วโลก (ต้องใช้บัตรประชาชนในการยืนยันสมัครใช้งาน) มีระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันพฤติกรรมการโกงแบบเรียลไทม์ ถ้าเงินหายจะคืนเต็มจำนวน

ที่สำคัญพวกเขาสัญญาว่าจะไม่มีการแชร์ข้อมูลบัญชี และข้อมูลการเงินของผู้ใช้กับเฟซบุ๊กหรือผู้พัฒนาแอปฯ เจ้าอื่นๆ เด็ดขาด หากไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน แล้วข้อมูลใน”คาลิบรา”ซึ่งเป็นบริษัทลูกของเฟซบุ๊ก เป็นที่เก็บเงินหรือบัญชีเงินฝากสำหรับซื้อสินค้า บริการ หรือโอนเงินไปให้บุคคลที่สาม ผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ก็จะไม่ถูกนำไปใช้ในการโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมายบนแพลตฟอร์ม และบริการของเฟซบุ๊กด้วย

หลายคนสงสัยว่าลิบราจะมีรายได้จากไหน หลักๆ แล้วช่องทางรายได้ที่เฟซบุ๊กจะหาจากลิบราหรือคาลิบราก็หนีไม่พ้นการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้ฝั่งแบรนด์หรือผู้ประกอบการ  แม้จะบอกว่าค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บต่ำ แต่เมื่อรวมจำนวนธุรกรรมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เงินธรรมเนียมที่ว่าก็น่าจะสูงพอสมควรอีกขาหนึ่งหากตัวผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมขึ้นมาก็อาจจะหาช่องทางทำเงินด้วยการทำบริการให้กู้ยืมลิบรา ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร

ฟันธงได้เลยว่าหากมีลิบรา” สถาบันการเงิน ธนาคารหลายแห่งทั่วโลก สะเทือนแน่นอนเพราะในอนาคต เมื่อการโอนเงินลิบราระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านคาลิบราหรือบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ไม่เสียค่าธรรมเนียมอีกต่อไป สถาบันการเงินที่เคยทำหน้าที่เป็นตัวกลางก็จะเสื่อมความนิยม และหมดประโยชน์ลงทันทีต้องเริ่มมองหาลู่ทางการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด

ล่าสุดหน่วยงานหลายแห่งทั่วโลกเริ่มแสดงความกังวลต่อจังหวะขยับตัวของเฟซบุ๊กกันแล้ว ไม่ว่าจะคณะกรรมการสภาบริการทางการเงินสหรัฐอเมริกา และคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ที่เรียกร้องให้เฟซบุ๊กยุติการพัฒนาโครงการจนกว่าสภาคองเกรส และผู้กำหนดนโยบายจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยให้น้ำหนักความกังวลไปที่ความเสี่ยงจากการถือข้อมูลของผู้ใช้จำนวนมหาศาลไว้มากที่สุด

กล่าวได้ว่าแม้เฟซบุ๊กจะเป็นธุรกิจในสหรัฐฯและผู้นำสหรัฐฯเองกลับไม่เชื่อมั่นในลิบรา ...ตัวแปรมันมากเกินไป


ความพยายามของเฟซบุ๊กในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ท้าทาย ทะเยอทะยาน เพราะพวกเขากำลังสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้งานบนโลกดิจิทัลโดยเฉพาะ ต่อไปในอนาคต เมื่อต้องการจะโอนเงินให้ใครสักคน  ซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซหรือใช้บริการออนไลน์ สตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ก็ไม่ต้องเข้าแอปฯ ธนาคาร สแกนคิวอาร์โค้ด กรอกรหัสบัตรเครดิตให้วุ่นวายแล้ว  เพราะลิบรากำลังจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างความยากลำบากที่เกิดขึ้นทั้งหมด

แถมพวกเขายังเดินเกมฉลาดมาก เพราะเมื่อเห็นว่าถูกเพ่งเล็งจากความล้มเหลวในการป้องกันข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งาน เฟซบุ๊กก็ตั้งองค์กรอิสระ “สมาคมลิบรา”เข้ามาดูแลการบริหารจัดการของลิบราทันที

แต่ที่ถือเป็นหมัดเด็ดของเฟซบุ๊กเหนือแพลตฟอร์มเงินดิจิทัลรายอื่นๆ เพราะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 2.4 พันล้านคน ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในแง่ของฐานผู้ใช้งานที่สามารถต่อยอดมาสู่ลิบราได้

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดเพื่อจะเป็นเครื่องยืนยันว่า ทำไมเฟซบุ๊กจึงต้องออกสกุลเงินดิจิทัลที่ชื่อว่า ลิบรามาท้าทายสกุลเงินเดิมๆในโลกใบนี้

และน่าจับตาว่า แม้ท่าทีล่าสุดของสหรัฐฯที่ไม่เอา ลิบราขณะที่หลายประเทศยังสงวนท่าที และโจทย์ใหม่ของเฟซบุ๊กที่ระงับการออก ลิบรา ไว้ก่อน ซึ่งอาจจะแค่เป็นการเบรกกระแสและรอจังหวะ รอดูกันต่อไป แต่เชื่อแน่ว่าเรื่องนี้มีอะไรให้ดูอีกยาว โปรดติดตาม 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
1347425 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
118517 | 11/06/2019
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า SME Update

จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็น “การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก”...
19049 | 04/07/2019
banner
banner