เปิดเบื้องลึกเฟซบุ๊ก...ทำไมต้องเงินดิจิทัล “ลิบรา”

SME Update
21/07/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 2356 คน
เปิดเบื้องลึกเฟซบุ๊ก...ทำไมต้องเงินดิจิทัล “ลิบรา”
banner

กล่าวสำหรับแนวคิดบริการทางการเงินที่ดีจะต้องเข้าถึงได้สำหรับคนทุกคน แต่ในแง่ความเป็นจริงของโลกยังมีผู้คนทั่วโลกอีกไม่น้อยกว่า 1.7 พันล้านคน ที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนหรือธนาคารในระบบการเงินแบบดั้งเดิม ทั้งที่มีผู้คนที่เข้าถึงสมาร์ทโฟนนั้นจำนวนมากกว่า

ตรงนี้จึงกลายเป็นเปิดช่องให้ เฟชบุ๊กและพันธมิตรทั้ง 27 รายเห็นโอกาสของ เงินดิจิทัล” เพื่อทำให้เกิดความง่ายในการเข้าถึงและทำธุรกรรม ขอให้แค่มีอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเท่านั้นก็สามารถใช้บริการทางการเงินลิบราได้อย่างสะดวกและเสรี  เรียกว่าสมารถโอนเงินได้ทันทีเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอเท่านั้น

ที่สำคัญในกรณีที่เป็นการโอนเงินระหว่างบุคคล หากใช้บริการของลิบราฟรีค่าธรรมเนียมอีกด้วย ส่วนผู้ให้บริการหรือร้านค้าจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม แต่เฟซบุ๊กยืนยันว่าอัตราการคิดค่าธรรมเนียมถูกมากๆ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


อย่างไรก็ตามเมื่อเป็น เงินดิจิทัล” หลายคนมีความเป็นห่วงเกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ”บิตคอย” ตรงนี้ผู้รู้ได้อรรถาธิบายว่าถึงจะเป็นเงินดิจิทัลเหมือนกัน แต่ลิบราและบิตคอยน์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในแง่ของฟีเจอร์การใช้งาน และแนวคิดการพัฒนา

ทั้งนี้เนื่องจากลิบราเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบ Stable ที่ไม่มีการผันผวน ไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของมูลค่า กำเนิดขึ้นมาเพื่อใช้แทนเงินสดในโลกออนไลน์ โลกดิจิทัลเท่านั้น ขณะที่บิตคอยน์ดูจะตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนมากกว่า เพราะมีการผันผวนของมูลค่าราคาตามกลไกตลาดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเงินคริปโตประเภทอื่นๆ คือเครื่องมือในการลงทุน ส่วนลิบราคือสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

ส่วนจะปลอดภัยเฟซบุ๊กระบุว่าจะใช้มาตรฐานการตรวจสอบ การลงทะเบียน และการป้องกันการฉ้อโกงแบบเดียวกับธนาคาร และผู้ให้บริการบัตรเครดิตทั่วโลก (ต้องใช้บัตรประชาชนในการยืนยันสมัครใช้งาน) มีระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันพฤติกรรมการโกงแบบเรียลไทม์ ถ้าเงินหายจะคืนเต็มจำนวน

ที่สำคัญพวกเขาสัญญาว่าจะไม่มีการแชร์ข้อมูลบัญชี และข้อมูลการเงินของผู้ใช้กับเฟซบุ๊กหรือผู้พัฒนาแอปฯ เจ้าอื่นๆ เด็ดขาด หากไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน แล้วข้อมูลใน”คาลิบรา”ซึ่งเป็นบริษัทลูกของเฟซบุ๊ก เป็นที่เก็บเงินหรือบัญชีเงินฝากสำหรับซื้อสินค้า บริการ หรือโอนเงินไปให้บุคคลที่สาม ผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ก็จะไม่ถูกนำไปใช้ในการโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมายบนแพลตฟอร์ม และบริการของเฟซบุ๊กด้วย

หลายคนสงสัยว่าลิบราจะมีรายได้จากไหน หลักๆ แล้วช่องทางรายได้ที่เฟซบุ๊กจะหาจากลิบราหรือคาลิบราก็หนีไม่พ้นการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้ฝั่งแบรนด์หรือผู้ประกอบการ  แม้จะบอกว่าค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บต่ำ แต่เมื่อรวมจำนวนธุรกรรมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เงินธรรมเนียมที่ว่าก็น่าจะสูงพอสมควรอีกขาหนึ่งหากตัวผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมขึ้นมาก็อาจจะหาช่องทางทำเงินด้วยการทำบริการให้กู้ยืมลิบรา ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร

ฟันธงได้เลยว่าหากมีลิบรา” สถาบันการเงิน ธนาคารหลายแห่งทั่วโลก สะเทือนแน่นอนเพราะในอนาคต เมื่อการโอนเงินลิบราระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านคาลิบราหรือบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ไม่เสียค่าธรรมเนียมอีกต่อไป สถาบันการเงินที่เคยทำหน้าที่เป็นตัวกลางก็จะเสื่อมความนิยม และหมดประโยชน์ลงทันทีต้องเริ่มมองหาลู่ทางการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด

ล่าสุดหน่วยงานหลายแห่งทั่วโลกเริ่มแสดงความกังวลต่อจังหวะขยับตัวของเฟซบุ๊กกันแล้ว ไม่ว่าจะคณะกรรมการสภาบริการทางการเงินสหรัฐอเมริกา และคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ที่เรียกร้องให้เฟซบุ๊กยุติการพัฒนาโครงการจนกว่าสภาคองเกรส และผู้กำหนดนโยบายจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยให้น้ำหนักความกังวลไปที่ความเสี่ยงจากการถือข้อมูลของผู้ใช้จำนวนมหาศาลไว้มากที่สุด

กล่าวได้ว่าแม้เฟซบุ๊กจะเป็นธุรกิจในสหรัฐฯและผู้นำสหรัฐฯเองกลับไม่เชื่อมั่นในลิบรา ...ตัวแปรมันมากเกินไป


ความพยายามของเฟซบุ๊กในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ท้าทาย ทะเยอทะยาน เพราะพวกเขากำลังสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้งานบนโลกดิจิทัลโดยเฉพาะ ต่อไปในอนาคต เมื่อต้องการจะโอนเงินให้ใครสักคน  ซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซหรือใช้บริการออนไลน์ สตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ก็ไม่ต้องเข้าแอปฯ ธนาคาร สแกนคิวอาร์โค้ด กรอกรหัสบัตรเครดิตให้วุ่นวายแล้ว  เพราะลิบรากำลังจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างความยากลำบากที่เกิดขึ้นทั้งหมด

แถมพวกเขายังเดินเกมฉลาดมาก เพราะเมื่อเห็นว่าถูกเพ่งเล็งจากความล้มเหลวในการป้องกันข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งาน เฟซบุ๊กก็ตั้งองค์กรอิสระ “สมาคมลิบรา”เข้ามาดูแลการบริหารจัดการของลิบราทันที

แต่ที่ถือเป็นหมัดเด็ดของเฟซบุ๊กเหนือแพลตฟอร์มเงินดิจิทัลรายอื่นๆ เพราะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 2.4 พันล้านคน ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในแง่ของฐานผู้ใช้งานที่สามารถต่อยอดมาสู่ลิบราได้

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดเพื่อจะเป็นเครื่องยืนยันว่า ทำไมเฟซบุ๊กจึงต้องออกสกุลเงินดิจิทัลที่ชื่อว่า ลิบรามาท้าทายสกุลเงินเดิมๆในโลกใบนี้

และน่าจับตาว่า แม้ท่าทีล่าสุดของสหรัฐฯที่ไม่เอา ลิบราขณะที่หลายประเทศยังสงวนท่าที และโจทย์ใหม่ของเฟซบุ๊กที่ระงับการออก ลิบรา ไว้ก่อน ซึ่งอาจจะแค่เป็นการเบรกกระแสและรอจังหวะ รอดูกันต่อไป แต่เชื่อแน่ว่าเรื่องนี้มีอะไรให้ดูอีกยาว โปรดติดตาม 


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข้าไปในระบบ…
3491212 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้าน…
125836 | 11/06/2019
โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนชาวไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมล่วงเลยเข้ามาเป็นเวลา 4 เดือนแล้วและยังไม่รู้ชะตากรรมชีวิตวิกฤติครั้งจะจบวันไหนและเมื่อไหร่…
117792 | 12/04/2020
เปิดเบื้องลึกเฟซบุ๊ก...ทำไมต้องเงินดิจิทัล “ลิบรา”