งานดี พนักงานแฮปปี้ SMEs เฟรนด์ลี่กับครอบครัว

SME Update
19/05/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 91 คน
งานดี พนักงานแฮปปี้ SMEs เฟรนด์ลี่กับครอบครัว
banner
“ความยืดหยุ่น” เป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญของโลกธุรกิจทุกวันนี้ ชนิดที่หากนายจ้างมองข้ามไป ก็อาจเสียพนักงานฝีมือดีไปได้

บรรดายักษ์ใหญ่ภาคไฮเทค ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ,ทวิตเตอร์,กูเกิ่ล ต่างชูสวัสดิการให้พ่อแม่ลาคลอดไปดูแลลูกพร้อมกับได้รับเงินเดือน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายิ่งบริษัทมีนโยบายที่เป็นมิตรกับพนักงานมากเท่าไร จะนำไปสู่ศักยภาพการผลิตและความสำเร็จที่มากขึ้นในระยะยาว

ในทางตรงกันข้าม หากไม่มีนโยบายที่ดีต่อใจพนักงาน ขวัญกำลังใจจะตกต่ำ อันจะทำให้ศักยภาพการผลิตหรือการทำงานลดลง

แต่ ...ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า SMEs ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบนโยบายของธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ แต่สามารถนำไอเดียดังกล่าวไปปรับใช้ และเติมความยืดหยุ่นลงไปในวิธีการทำงาน เช่น

ออฟฟิศน่าอยู่ พนักงานแฮปปี้ Productivity เพิ่มแน่นอน
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme


ลาคลอด-ทำงานจากบ้าน

ทวิตเตอร์มีนโยบายลาคลอด 20 สัปดาห์โดยจ่ายเงินเดือนให้ ส่วนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Etsy ให้ลาคลอดได้นาน 26 สัปดาห์พร้อมจ่ายเงินเดือนให้ เพราะมองว่าการที่ผู้หญิงต้องวางมือจากการทำงานเพื่อไปเลี้ยงลูก ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญและต้องได้รับการสนับสนุน

สำหรับเจ้าของกิจการ SMEs ที่ต้องคำนึงถึงกระแสเงินสด ไอเดียของการให้ลาคลอดนาน 5 เดือนพร้อมจ่ายเงินเดือน อาจเป็นสิ่งท้าทาย แต่ก็สามารถจัดทำนโยบายที่เอื้อต่อครอบครัว ด้วยการให้ลาคลอดได้ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด แล้วเพิ่มเติมในส่วนของการยืดหยุ่นเกี่ยวกับการทำงาน อย่างการทำงานและส่งงานจากนอกออฟฟิศหรือจากบ้าน โดยเฉพาะตอนที่ลูกป่วย อาศัยเทคโนโลยีมากมายสมัยนี้ที่เอื้อต่อการทำงานได้ในทุกสถานที่ หรืออาจเปิดโอกาสให้นำลูกไปออฟฟิศได้ในบางวัน

ห้องเด็ก

หากในออฟฟิศพอหาพื้นที่ได้ อาจจัดห้องสักห้องหนึ่งเป็น “ห้องเด็ก” เพื่อให้พนักงานนำลูกไปที่ทำงานด้วยแล้วฝากไว้ที่ห้องเด็ก จะช่วยให้พนักงานที่เป็นพ่อแม่อุ่นใจ และหากเป็นไปได้ก็อาจเจียดงบสักก้อนเพื่อจ้างผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการดูแลเด็ก การมีห้องเด็กอยู่ในบริษัท ช่วยพนักงานได้มากในเรื่องการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการดูแลครอบครัว เพราะปกติพนักงานมักไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกมากนักในแต่ละวัน หรือในทางตรงกันข้าม หากมีลูกที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มาก ก็จะทำให้พนักงานขาดงานบ่อย

พาลูกออกงาน

บางบริษัทมีนโยบายของการ ชู “ครอบครัว” มาเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นมิตรกับเด็กมาก อย่าง Piccolo Foods ซึ่งเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ผลิตอาหารออร์แกนิกสำหรับเด็กในอังกฤษ ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้พาลูกวัย 4 ขวบไปเข้าร่วมการประชุมนัดใหญ่ๆ พร้อมกับทีมงานด้วย รวมถึงพาไปในวันที่นัดพบลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกรายใหม่ๆ และพาลูกไปร่วมงานแสดงสินค้า รวมถึงเวทีประชุมต่างๆ ด้วย

การพาลูกออกไปพบปะลูกค้าหรือตามงานต่างๆ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัท ทั้งยังเป็นที่จดจำว่าเป็นแบรนด์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ที่สำคัญคือกล้าลงมือทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป

ยืดหยุ่นเวลาเข้า-ออกงาน

คิดนอกกรอบ “9-5” หรือเข้างาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น จริงๆ แล้วความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและปัจจัยอื่นๆ ทำให้ยุคของการทำงานแบบ “9-5” ควรหมดไปแล้ว และมีวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่ SMEs สามารถนำมาใช้ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้างานเร็วขึ้น-เลิกงานเร็วขึ้น หรืออาจมีสัก 2-3 วันที่ทุกคนต้องทำงานในออฟฟิศตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เพื่อจัดการงานต่างๆ อย่างเป็นทางการและเปิดโอกาสให้ยืดหยุ่นเวลาเข้า-ออกงานได้ในวันที่เหลือของสัปดาห์

เพราะเทคโนโลยีเข้ามาปรับเปลี่ยนโฉมหน้าและรูปแบบการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง เปิดโอกาสให้ยืดหยุ่นในการทำงานได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน เทคโนโลยีในการรับ-ส่งข้อความหรืองานเป็นหน้าๆ เป็นเล่มๆ เปิดโอกาสให้ได้ทั้งเนื้องาน แถมยังมีเวลาไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียน  โดยยังสามารถรับรู้และแก้ปัญหาเร่งด่วนได้ผ่านการรับ-ส่งข้อความ

ไม่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แต่ชั่วโมงการทำงานแบบยืดหยุ่น ก็มีการนำมาใช้มากขึ้นในหมู่พนักงานชาย เพื่อเปิดโอกาสให้บริหารเวลาทำงานไปพร้อมกับการทำหน้าที่พ่อ อย่างไปส่งลูกที่โรงเรียนหรือพาลูกไปทำกิจกรรมต่างๆ หลังเลิกเรียน ถือเป็นการแบ่งภาระกันระหว่างพ่อ-แม่ที่ต้องทำงานทั้งคู่

ความยืดหยุ่น

FanFinders เป็นธุรกิจสร้างแบรนด์ในอังกฤษและมีพนักงาน 10 คน ผู้ก่อตั้งบอกว่าต้องการให้พนักงานเอนจอยกับการทำงาน ซึ่งเทคโนโลยีสมัยนี้เอื้ออย่างมากต่อการกำหนดรูปแบบการทำงานที่ “เวิร์ก”สำหรับทุกฝ่าย รวมถึงตัวผู้ก่อตั้งบริษัทที่ลุกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเคลียร์งานจำนวนหนึ่ง ก่อนเดินไปส่งลูกที่โรงเรียน

การวางนโยบายให้เป็นมิตรกับครอบครัว อาจเริ่มจากมอบหมายให้พนักงานคนหนึ่ง ศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการลาคลอดและสิทธิตามกฎหมายของพนักงาน เนื่องจาก SMEs บางแห่งอาจไม่มีฝ่ายบุคคลดูแลเรื่องนี้ นอกจากนั้น เจ้าของกิจการยังต้องดูด้วยว่าบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันนั้น มีนโยบายอย่างไรในเรื่องเหล่านี้ เพื่อจะได้จัดวางนโยบายให้เป็นที่ดึงดูดใจสำหรับพนักงานและไม่ด้อยไปกว่าคู่แข่ง

การพูดคุยกับพนักงานยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อจะได้ทราบว่าพนักงานมีภาระรับผิดชอบในส่วนของการดูแลลูกหรืออื่นๆ อย่างไรบ้าง จะได้จัดวางกติกาการทำงานได้เหมาะสม และพนักงานก็รู้สึกแฮปปี้ที่นายจ้างใส่ใจกับภาระหน้าที่ นอกเหนือจากงานการของพวกเขา

การมีนโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัว เป็นสิ่งที่ SMEs ทำได้ไม่ยากนัก และไม่เสี่ยงกระเป๋าฉีก ขณะเดียวกัน นายจ้างก็ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวพนักงาน ว่าสามารถทำงานจากที่บ้านหรือนอกออฟฟิศได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความตั้งใจทำงาน เพื่อผลักดันให้บริษัทเดินไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

เมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จ ก็จะเปิดโอกาสให้ยืดหยุ่น หรือให้พนักงานมีเวลาในการดูแลครอบครัวมากขึ้น อันจะทำให้พนักงานทำงานอย่างแฮปปี้ ก็เท่ากับ win-win ทั้งพนักงานและบริษัท


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
114440 | 11/06/2019
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า SME Update

จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็น “การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก”...
11406 | 04/07/2019
ทุเรียนไทยอาจเสียแชมป์ส่งออกในมาเลเซีย SME Update

ทุเรียนไทยอาจเสียแชมป์ส่งออกในมาเลเซีย

ปี 2562  ถือเป็นทองของ ทุเรียนไทย ที่ทางนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประเมินว่ามีราคาสูงถึง 5 เท่าของต้นทุน เนื่องจากตลาดต่า...
4713 | 28/05/2019
banner
banner