5 เคล็ดลับสำหรับนักลงทุน ซื้อแฟรนไชส์ยังไง ให้ได้เงินคืนเป็นสิบเท่าตัว

การลงทุนซื้อธุรกิจแฟรนไชส์นั้นถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ฉลาดมากเลยนะครับ เพราะถ้าจะให้เราไปสร้างธุรกิจด้วยตัวเองก็คงต้องเหนื่อย ต้องเสียเวลา ต้องยุ่งยากลำบากลำบนอย่างมากกว่าจะประสบความสำเร็จ เชื่อได้เลยว่ามีเรื่องให้ปวดหัวจนนอนไม่หลับไม่เว้นแต่ละวันแน่ ๆ

แต่การซื้อธุรกิจแฟรนไชส์นั้นแตกต่างกันออกไป เพราะเราแทบไม่ต้องทำอะไร แค่มีเงินลงทุนสักก้อน ก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างง่ายดาย มีคนคอยแนะนำ แถมการันตีความสำเร็จและกำไรที่เราจะได้รับในแต่ละเดือนไว้ด้วย เหมือนเป็นการใช้เงินต่อยอดเงินอีกทีเลยก็ได้ ซึ่งแฟรนไชส์บางรายนี่สามารถคืนกำไรให้เราได้มากกว่าเงินลงทุนนับ 10 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อนี้จะช่วยให้คุณหาแฟรนไชส์แบบที่ว่าเจอได้นั่นเองครับ

1. ดูเงินของตัวเองซะก่อน ว่าพร้อมมากแค่ไหน
ธุรกิจแฟรนไชส์มีให้เราเลือกมากมายเป็นร้อยเป็นพันแบรนด์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องรีบครับ ค่อย ๆ ศึกษากันไปว่าแบรนด์ไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด โดยเริ่มดูจากจำนวนเงินลงทุนในกระเป๋าของเรา ว่ามากพอจะซื้อแฟรนไชส์ขนาดไหนได้บ้าง และที่ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือ ต้องสำรองเงินทุนหมุนเวียนไว้สำหรับ 3 เดือนแรกด้วย เพราะการทำธุรกิจในช่วงเริ่มต้นนั้นอาจจะยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเท่าที่ควร แต่ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าจ้างพนักงาน ค่าที่ และค่าสินค้าต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะฉะนั้นเตรียมเงินสำหรับส่วนนี้เอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ

2. สำรวจค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แต่ละที่ให้ดี
แฟรนไชส์ใหญ่ ๆ  ส่วนมากเค้าจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูงกันเป็นล้าน ๆ เลยนะครับ ซึ่งตรงนี้แหละที่ใครหลายคนไม่รู้ ก็หวังไกลเกินตัวจะไปคว้าเอาแบรนด์ดัง ๆ มาเป็นของตัวเอง ซึ่งค่าธรรมเนียมที่มากมายมหาศาลนี้เกิดขึ้นเพราะแฟรนไชส์เหล่านั้นเค้าเป็นที่นิยมในตลาดอยู่แล้ว การลงทุนกับเค้ายังไงก็คุ้มแน่นอนไม่ตองห่วง เพราะบริษัทจะช่วยโปรโมททุกอย่างให้ตลอดอายุสัญญา ไม่ต้องเหนื่อยทำอะไรเองเลย แต่กลับกันถ้าเป็นแฟรนไชส์ทั่วไป แล้วมีค่าธรรมเนียมสูงด้วย อันนี้แหละครับที่ต้องดูให้ดี ว่าค่าธรรมเนียมตรงนั้นมันคุ้มกับบริการที่เค้าจะให้เรารึเปล่า มีการบริหารจัดการที่คอยช่วยเหลือเรามั้ย นี่แหละครับคือสิ่งที่เราต้องสำรวจก่อนจะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์สักราย

3. พูดคุยกับคนที่ทำธุรกิจแฟรนไชส์ที่เราสนใจ
สำคัญมากเลยนะครับสำหรับข้อนี้ เพราะการพูดคุยกับผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ที่คุณสนใจไปนั้น จะช่วยทำให้เราสามารถวิเคราะห์ได้เต็มที่และครอบคลุมว่า แฟรนไชส์ตัวนั้นมันดี หรือ ไม่ดียังไง น่าซื้อไปลงทุนหรือไม่ ซึ่งการพูดคุยตรงนี้ก็อาจจะทำสัก 4-5 คนก็ได้ครับ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน เอาทั้งแบบที่ล้มเหลว และแบบที่ประสบความสำเร็จด้วยนะครับ จะได้รู้ว่าสาเหตุทุกอย่างนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร ทำให้รู้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์นั้นน่าลงทุนหรือเปล่า นอกจากนี้อาจลองถามเจ้าของแฟรนไชส์โดยตรงเลยว่า ผลประกอบการแต่ละปีเป็นยังไง กำไรเท่าไหร่ ขาดทุนเท่าไหร่ ในแต่ละปี ยิ่งตรวจย้อนหลังไปสัก 4-5 ปียิ่งดี จะได้รู้ว่าอนาคตต่อไปของแฟรนไชส์ตัวนี้จะคืนกำไรให้เราเป็นสิบ ๆ เท่าได้รึเปล่า

4. อ่านรายละเอียดทุกอย่างให้ดีที่สุด
เนื่องจากการซื้อขายแฟรนไชส์เนี่ยมันมีรายละเอียดต่าง ๆ เยอะมาก ทำให้บางทีเจ้าของแฟรนไชส์เค้าก็ไม่ได้บอกเราทั้งหมด หรืออาจจะตกหล่นอะไรไป ซึ่งตรงนี้แหละครับที่เป็นหน้าที่ของเราในการที่จะอ่านรายละเอียดการซื้อขายแฟรนไชส์ทั้งหมดที่มี ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่เข้าใจในจุดไหนก็ให้ถามเจ้าของแฟรนไชส์ทันที เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะเรื่องของคู่มือและสัญญาแฟรนไชส์เนี่ยต้องห้ามพลาดหรือละเลยเด็ดขาดเลยนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาภายหลังได้

5. ดูว่าแฟรนไชส์นั้นหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปมากน้อยแค่ไหน 
การทำธุรกิจแฟรนไชส์นั้นอาจจะดูเหมือนง่ายก็จริง แต่มันมีการหักค่านั่นค่านี่เยอะแยะไปหมดเลยนะครับ ทั้งค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ค่าธรรมเนียมผลตอบแทนการดำเนินงาน ไหนจะค่าการตลาด ประชาสัมพันธ์ ต่าง ๆ อีก ตรงนี้แหละครับที่เราต้องดูให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์สักตัว เพราะค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เหล่านี้เค้าจ่ายกันเป็นประจำทุกปี ทุกเดือน ทุกอาทิตย์ แล้วแต่ว่าแฟรนไชส์ไหนจะเป็นยังไง เพราะมันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะลงทุนกับแฟรนไชส์ตัวนั้นดีมั้ย ผลตอบแทนมันคุ้มค่ากันหรือเปล่า

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

36526 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น