ข้าวต้มมัด “แม่นภา” ต่อยอดจากข้าวไก่แจ้ รุ่งจนบุกตลาดทั้งไทยและเทศ

คิดง่าย แต่ทำยาก หากมีความตั้งใจเสียอย่างแล้ว. อะไรๆ ก็ทำได้ อย่าง ธุรกิจข้าวต้มมัด แบรนด์ แม่นภา ที่แตกไลน์ธุรกิจครอบครัวตราข้าวไก่แจ้ ด้วยการลองผิดลองถูก 2 ปี พร้อมทุ่มงบ 20 ล้าน ผลิตสินค้ากระจายทั่วประเทศผ่านเซเว่น จนกระทั่ง 80-90% อยู่ในโมเดิร์นเทรด และเข้าต่างประเทศอีก 10 ประเทศ

คุณธีรินทร์  ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท ทีอาร์ ไทยฟู้ดส์ จำกัด ได้มาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำขนมไทยข้าวต้มมัด แบรนด์แม่นภาว่า “ผมเติบโตมาในธุรกิจครอบครัวที่ทำข้าวสารบรรจุใส่ถุงตราไก่แจ้มากว่า 30 ปี ซึ่งเป็นสินค้าที่โด่งดังตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ดีผมได้เข้ามารับช่วงต่อเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จนสามารถนำข้าวไก่แจ้กระจายขายไปทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เซเว่น บิ๊กซี โลตัส และส่งออกไปยังต่างประเทศอีกมากมาย นอกจากนี้ผมจึงมีไอเดียที่จะแตกไลน์ธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยคิดที่จะทำเป็นขนมไทยขึ้นมา”

ข้าวต้มมัด “แม่นภา” ต่อยอดจากข้าวไก่แจ้ รุ่งจนบุกตลาดทั้งไทยและเทศ-1
คุณธีรินทร์ บอกว่า“จุดเริ่มต้นของการทำข้าวต้มมัดเนื่องมาจากตอนเด็กๆ ผมชอบซื้อขนมถุงกิน แล้วคุณแม่ก็กลัวว่าอาจจะเสียสุขภาพ เลยทำขนมไทยให้ผมกินแทน โดยเฉพาะข้าวต้มมัดที่มีรสชาติหวานอร่อย และผมก็ชอบกินเช่นกัน ดังนั้นจึงวางแผนที่จะทำขนมไทยอะไรสักอย่าง เพื่อให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายที่สุด ดังนั้นก็เลยตัดสินใจมาลงอยู่ที่ข้าวต้มมัด รวมไปถึงยังไม่เคยเห็นใครทำธุรกิจนี้อีกด้วย”

คุณธีรินทร์ เล่าต่อว่าความยากของการเริ่มต้นทำธุรกิจคือไม่มีประสบการณ์ด้านการถนอมอาหาร เพราะโดยปกติข้าวต้มมัดจะอยู่ได้แค่ 1-2 วันเท่านั้น แต่ถ้าต้องการนำสินค้าเข้าร้านสะดวกซื้อ จะต้องหาวิธีทำให้ข้าวต้มมัดสามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอย่างไรเพื่อให้คงรสชาติ ความสดของขนมไทย และสะดวกในการรับประทาน รวมทั้งการทำให้แตกต่างไปจากข้าวต้มแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นโจทย์ที่สร้างความท้าทาย จนกระทั่งตนได้หาทีมงานเพื่อเริ่มทดลองทำข้าวต้มมัดโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี และสามารถทำสำเร็จตามวัตถุประสงค์โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “แม่นภา” อีกทั้งข้าวต้มมัดถ้าขายในประเทศก็จะคงคุณภาพได้ถึง 6 เดือน แต่ถ้าส่งออกไปต่างประเทศก็จะอยู่ได้ 1 ปี โดยไม่ใส่สารกันบูดในขนมไทยแต่อย่างใด

หัวใจของความสำเร็จ

คุณธีรินทร์ มองว่า อยู่ที่ความตั้งใจมากกว่า ไม่ล้มเลิกกับสิ่งที่เราทำ อย่าง 2 ปีที่เสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูก มันคือความพยายาม เพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจเอาไว้  แต่ใช่ว่าเมื่อผลิตออกมาแล้วจะขายได้ง่ายๆ เพราะลูกค้าบางคนไม่เข้าใจในตัวสินค้าของเรา  ดังนั้นจึงต้องพยายามทำการตลาดให้ลูกค้าหันมายอมรับสินค้าให้ได้ ด้วยการซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และต่อตนเอง สร้างมาตรฐานสินค้าให้มีคุณภาพ อีกทั้งการบริการก็ต้องดีเช่นกัน

“การทำตลาด อย่างแรกผมเดินหน้านำสินค้าเข้าเซเว่นก่อน จนกระทั่ง 80-90% อยู่ในโมเดิร์นเทรด และเข้าต่างประเทศได้อีกว่า 10 ประเทศไม่ว่าจะเป็น จีน อังกฤษ อเมริกา ยุโรป อียู เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงค์โปร์ และมาเลเซีย ขณะเดียวกันก็กำลังขยายตลาดให้กลายเป็นที่รู้จักของทุกคน ซึ่งข้าวต้มมัดแบรนด์แม่นภาคือความแตกต่างในเรื่องสินค้าที่ีไม่เคยมีมาก่อน”คุณธีรินทร์ เล่าถึงกลยุทธ์

ข้าวต้มมัด “แม่นภา” ต่อยอดจากข้าวไก่แจ้ รุ่งจนบุกตลาดทั้งไทยและเทศ-2

สำหรับเงินลงทุนในการทำข้าวต้มมัด “แม่นภา” คุณธีรินทร์ เล่าว่า ตนใช้ 20 ล้าน เป็นค่าวัตถุดิบ เครื่องปรุง และก่อตั้งโรงงานผลิตที่ชลบุรี ซึ่งตอนนี้ถือว่ามีผลตอบรับที่ดีมาก ส่วนถ้าพูดถึงเรื่องกำไรนั้น จะไม่โฟกัสเรื่องนี้มาก เพราะธุรกิจจำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขได้อย่างแน่ชัด”

ก้าวต่อไปของธุรกิจ

 

สำหรับแผนงานในอนาคตของข้าวต้มมัด “แม่นภา” คือการขยายโรงงานเพิ่ม เพื่อรองรับออเดอร์จากลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการหาตัวแทนจัดจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งทางครอบครัวได้มีการศึกษาอย่างละเอียด เพื่อสร้างตลาดให้มีความแข็งแรง รวมไปถึงการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น กล้วยเบรกแตก เผือกและมัน ซึ่งจะไม่หยุดนิ่งกับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง และจะมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับขนมไทยใหม่ๆ ออกมาอย่างแน่นอน นอกจากนี้การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งภายใน 5 ปี ข้างหน้า คาดการณ์ว่าข้าวต้มมัด “แม่นภา” จะครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

Family-Biz-Infographic_8

1895 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น