อุปสรรคคือการเรียนรู้ “Paiduay Carpool” แอปพลิเคชันตอบโจทย์คนเมือง

Startup ไอเดียเก๋ ตอบโจทย์คนเมือง แอปพลิเคชันแก้ปัญหาการเดินทาง ส่งผลดีในระยะยาวสู่องค์กรและสังคม ร่วมโครงการคูปองนวัตกรรม NIA เพื่อหาเงินทุน วางแผนทำงานรัดกุม ประสบความสำเร็จได้ด้วยมุมมอง “อุปสรรคคือการเรียนรู้”

แอปพลิเคชัน คาร์พูล (Carpool)

คุณธีรวัฒน์ ตั้งสินมั่นคง หรือคุณเอ Co-Founder & COO Paiduay Carpool กล่าวว่า สำหรับตนเองแล้วสตาร์ทอัพคือการแก้ปัญหาจากสิ่งที่เราเจอ ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึงทุกอย่าง วิธีแก้จึงออกมาในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำมาก่อนโดยเริ่มแนวคิดกับเพื่อนที่ต้องการทำธุรกิจ ซึ่งตนเองสนใจในเรื่องการเดินทางจึงเกิดไอเดียเรื่องคาร์พูล (Carpool) ซึ่งคือการร่วมโดยสารกันไปในเส้นทางเดียวกัน หรือเส้นทางใกล้เคียงกัน และมีผู้โดยสารมากกว่า 1 คนบนยานพาหนะ

คุณธีรวัฒน์ ตั้งสินมั่นคง หรือคุณเอ Co-Founder & COO Paiduay Carpool

“ไปด้วย” คือแอพลิเคชัน คาร์พูล (Carpool) ที่ให้บริการแบ่งปันที่นั่งว่างบนรถให้กับเพื่อนๆ ที่บ้านและที่ทำงานอยู่ใกล้เคียง เป็นการจับคู่ระหว่างคนที่ขับรถมาทำงานในองค์กรกับผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะ นำสองกลุ่มนี้ให้เดินทางมาด้วยกันได้ โดยมีแต้มเก็บสะสมที่สามารถรับสิทธิพิเศษจากองค์กรได้

“แอปพลิเคชันใช้งานง่าย เริ่มจากการวางแผนเส้นทางและเวลาออกจากบ้านไปที่ทำงาน หรือจากที่ทำงานกลับบ้าน มีการจับคู่เส้นทางอัตโนมัติ มีระบบช่วยแนะนำคนที่เดินทางบนเส้นทางเดียวกัน ทำให้สามารถจับคู่กันได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อทางเดียวกันไปด้วยกัน จะสามารถลดรายจ่าย ลดเวลาการเดินทาง สร้างมิตรภาพใหม่ และยังช่วยลดมลพิษให้กับโลก” สตาร์ทอัพหนุ่ม กล่าว

กลุ่มลูกค้าของ “ไปด้วย” คือองค์กร โดยให้พนักงานในบริษัทใช้แพลตฟอร์มนี้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือองค์กรใหญ่ที่มีพนักงานจำนวน 200-500 คนขึ้นไป โดยประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ คือพนักงานจะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นเนื่องจากไม่มีความตึงเครียดและเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทำงาน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในองค์กรเดียวกัน ทำให้การทำงานดีขึ้น เพิ่ม Employee Engagement ส่งผลดีในระยะยาวกับองค์กร และสามารถนำไปใช้เป็นแผนสู่ความยั่งยืนในระยาวขององค์กรได้

ทุนสนับสนุนจากโครงการคูปองนวัตกรรม

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน เป็นช่วงที่เริ่มแนวคิดในการสร้าง “ไปด้วย” คุณเอเปิดเผยว่า การเริ่มต้นทำงานนั้นต้องศึกษาสิ่งต่างๆ มากมาย หาข้อมูลทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ประเมินความเป็นได้ในด้านต่างๆ ซึ่งในส่วนของการทำสตาร์ทอัพที่สำคัญคือ Market Validation คือการออกไปสัมภาษณ์ รวบรวมข้อมูลว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมีตลาดและความต้องการอยู่จริงไหม ซึ่งตรงนี้ใช้เวลาทำอยู่นานพอสมควร จนแน่ใจว่าปัญหานี้มีกลุ่มคนที่จะใช้จริง พิสูจน์ตลาดได้ว่าสามารถใช้ในองค์กรใหญ่ได้จริงและเป็นที่ต้องการ

“เมื่อตัดสินใจทำจึงเริ่มศึกษาข้อมูล เขียนแผน Proposal ธุรกิจ โดยไปยื่นเข้าร่วมโครงการคูปองนวัตกรรมของ NIA ซึ่งผ่านการอนุมัติ ได้รับเงินทุน และทำให้คิดว่าได้ว่านอกจากตัวเองแล้วยังมีคนอื่นมองเห็นว่าแนวคิดสามารถเป็นไปได้ จึงเกิดกำลังใจแล้วเดินหน้าทำเต็มตัว” คุณเอกล่าว

หลังจากการเตรียมความพร้อมประมาณครึ่งปี “ไปด้วย” เริ่มดำเนินงานเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา โดยเปิดตัวแคมเปญกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้การตอบรับที่ดี มีพนักงานในลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก มีการจัดแมชชิ่งระหว่างพนักงานในองค์กรนับสิบครั้ง ซึ่งในการพบปะกันทำให้ได้รู้ว่ามีพนักงานหลายคนอยู่ในเส้นทางเดียวกัน และต่อมาได้ร่วมเดินทางมาด้วยกันตามระบบของ “ไปด้วย”

ส่วนในเรื่องงบประมาณการลงทุนนั้น เจ้าของ สตาร์ทอัพ เล่าต่อว่าใช้เงินลงทุนไปประมาณ 700,000 บาท โดยได้รับทุนในการสนับสนุนจากสำนักงานงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA จากโครงการคูปองนวัตกรรม เป็นเงินทุนหลัก ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นในเรื่องของการ Develop Platform ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์เอง โดยร่วมทำกับทีมทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก

อุปสรรคคือความท้าทายและการเรียนรู้

ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงในการทำสตาร์ทอัพนั้น “ไปด้วย” วางแผนตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือจับกลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งต้องเริ่มต้นให้ได้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่งภายในปีแรกของการทำงาน ซึ่งคุณเอเล่าว่า

“ต้องเริ่มให้ได้ภายใน 1 ปี อาจไม่จำเป็นว่าต้องจ่ายเงินในการใช้บริการ ซึ่งทำได้ตามเป้าคือได้บริษัทแสนสิริเข้ามาใช้ เริ่มเห็นช่องทางความสำเร็จ เนื่องจากเรื่องที่เราทำนั้นแปลกใหม่สำหรับคนไทย อาจจะมีความยาก แต่มั่นใจว่าเริ่มต้นได้แล้วจะสามารถไปต่อได้อย่างแน่นอน”

ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจด้านสตาร์ทอัพ คุณเอ กล่าวว่า หากคิดจะทำแล้วต้องมีความอดทน เจอกับงานที่มีความท้าทาย ในส่วนของ “ไปด้วย” ความยากในการทำงานคือการเข้าไปคุยกับองค์กร ซึ่งกว่าจะได้การยอมรับนั้นต้องใช้เวลา มองอุปสรรคเป็นเรื่องของการเรียนรู้ ได้ทำในสิ่งที่รักและมีความสุขในการทำงาน แม้อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย แต่ในทุกๆ วันก็จะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ซึ่งการเป็นสตาร์ทอัพต้องหาความรู้อยู่เสมอ อัพเดตตัวเองตลอดเวลา

นอกจากนี้ ซีอีโอหนุ่มยังกล่าวเสริมว่า ในปัจจุบันวงการสตาร์ทอัพนั้นได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมากจากทางภาครัฐ ด้วยโครงการต่างๆ เช่น โครงการคูปองนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งตัวสตาร์ทอัพเองหากต้องการได้รับการสนับสนุนนั้นไม่ยาก เพียงแค่มีความพร้อมในการนำเสนอ

“สื่อสารชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ของงานว่าเราทำอะไร Business Model ที่ชัดเจน อยู่รอดได้อย่างไร มีผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง เพราะคูปองนวัตกรรมไม่ได้เป็นการแข่งขันกับใคร เพียงนำเสนอแผนธุรกิจได้ตรงกับเกณฑ์ที่ NIA กำหนด แค่มีคุณสมบัติคือจดทะเบียนในรูปบริษัท และไม่ได้จำกัดแค่กลุ่ม สตาร์ทอัพ เท่านั้น แต่ยังรวมถึง SME ทั่วไป แค่มีอินโนเวชั่นในการแก้ปัญหา และมีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ” คุณเอกล่าวทิ้งท้าย

ติดต่อ Paiduayapp.com 08-7661-0723

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

 

431 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น