ส่งออกข้าวไทย 4 เดือนแรกปี 2561 ทะยานขึ้นอันดับ 1 ของโลก

การส่งออกข่าวไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2561 (ตั้งแต่ 1 มกราคม – 17 เมษายน) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ปริมาณ 3.31 ล้านตัน แซงหน้าประเทศคู่แข่งอย่างอินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ที่ส่งออกเป็นปริมาณ 3.21 ล้านตัน 1.61 ล้านตัน และ1.28 ล้านตัน ตามลำดับ

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ชนิดข้าวที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ข้าวขาว (ร้อยละ 48.74) รองลงมา ได้แก่ ข้าวนึ่ง (ร้อยละ 27.70) และข้าวหอมมะลิไทย (ร้อยละ 16.19) โดยราคาส่งออกข้าวของไทยเกือบทุกชนิดในเดือนเมษายน 2561 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ราคาข้าวหอมมะลิไทย อยู่ในระดับคงที่จากเดือนมีนาคม 2561 ที่ 1,150 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ เบนิน ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ จีน เป็นต้น แนวโน้มการส่งออกข้าวไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีประเทศผู้นำเข้าข้าวในหลายประเทศที่ยังมีความต้องการนำเข้าข้าวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฟิลิปปินส์ และภาคเอกชนไทยได้ชนะการประมูลนำเข้าข้าวในหลายประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ปริมาณ 200,000 ตัน

“ในส่วนการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยและข้าวนึ่งในระยะต่อไป อาจจะมีแนวโน้มส่งออกลดลง เนื่องจากประเทศผู้ซื้อบางราย เช่น บังคลาเทศ ได้ชะลอการซื้อข้าวเพราะในช่วงก่อนหน้านี้มีการนำเข้าข้าวนึ่งเข้าไปค่อนข้างมากประกอบกับราคาข้าวไทยอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศคู่แข่งและอุปทานข้าวมีจำกัดโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย ส่งผลให้ประเทศผู้ซื้อบางรายอาจหันไปซื้อข้าวจากประเทศคู่แข่งทดแทน เช่น เวียดนาม และกัมพูชา เป็นต้น” นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 ถึง 25 เมษายน 2561 กรมฯ ได้ดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐไปแล้ว ปริมาณรวมทั้งสิ้น 14.84 ล้านตัน มูลค่า 135,120 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือข้าวในสต็อกของรัฐ ประมาณ 2 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นข้าวที่รอการระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมาตรการกำกับดูแลติดตามไม่ให้รั่วไหลไปสู่ระบบการค้าข้าวปกติอย่างเคร่งครัด กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะเร่งดำเนินการระบายข้าวคงเหลือในสต็อกของรัฐในปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมในปี 2561 ตามแนวทางและแผนการระบายข้าวคงเหลือในสต็อกของรัฐที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐ ตัดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการเก็บรักษาข้าวต่อไป

ที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ

 

แสดงความคิดเห็น