Tower of London หอคอยที่เป็นตั้งแต่พระราชวังจนถึงคุกประหารชีวิตแห่งราชวงศ์อังกฤษ

ดินแดนผู้ดีอังกฤษแห่งนี้ เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกผู้ต้องการจะสัมผัสความคลาสสิคที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

บรรยากาศสีหม่นๆ อากาศเย็นๆ พร้อมให้เดินชมสถาปัตยกรรมต่างๆ ก็คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว และจะยิ่งคุ้มขึ้นไปอีก หากเพื่อนๆ ได้มาสัมผัสกับสถานที่ที่มีเรื่องราวมากมายนับพันปีอย่าง Tower of London

หอคอยแห่งลอนดอน หรือ Tower of London เป็นทั้งพระราชวังหลวงและป้อมปราการของประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอน แต่เดิมในปี ค.ศ. 1078 พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสไตล์โรมาเนสต์ (Romanesque style) โดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งราชวงศ์อังกฤษ สถาปัตยกรรมนี้รู้จักกันในชื่อของ “หอคอยแห่งลอนดอน” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “หอ”

 

ตัวหอคอยคืออาคารแห่งแรกในบริเวณ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงอาวุธโบราณ เสื้อเกราะ ของประจำตัวกษัตริย์ และของกำนัลที่ได้จากประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ในสมัยกลางจนถึงปี ค.ศ. 1914 ที่นี่ตั้งอยู่แยกตัวออกไปจากนครหลวงลอนดอน (City of London) ทางด้านตะวันออก ภายในบริเวณโบโรแห่งทาวเวอร์แฮมเล็ท (London Borough of Tower Hamlets) ตรงกลางหลังกำแพงชั้นนอกและชั้นใน บริเวณ Tower of London มีลานโล่งที่เรียกว่า เนินหอคอยแห่งลอนดอน หรือ ทาวเวอร์ฮิลล์ (Tower Hill)

นอกจากชื่อ Tower of London แล้ว หอคอยแห่งนี้ยังมีอีกชื่อคือ หอคอยสีขาว (White Tower)  ซึ่งแต่เดิม หอคอยแห่งนี้ถูกใช้ประโยชน์หลายอย่าง เป็นทั้งป้อมปราการ พระราชวังของกษัตริย์ เป็นคลังแสงเก็บอาวุธ เป็นท้องพระคลัง สวนสัตว์ หอเก็บเอกสาร โรงกษาปณ์หลวง หอดูดาว และเป็นที่จำคุกสำหรับนักโทษที่มียศสูงศักดิ์จนถึงเชื้อพระวงศ์ ในอดีต พระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ก็ทรงเคยถูกขังในหอคอยแห่งนี้ โดยพระราชินีนาถแมรีมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หอคอยสีขาวนี้ ยังเป็นสถานที่สำหรับทรมานนักโทษและประหารชีวิต จนกระทั่งปี ค.ศ. 1303 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นที่เก็บรักษาทรัพย์สินมีค่าแห่งราชวงศ์อังกฤษ อย่างมงกุฏและเครื่องราชาภิเษกของสหราชอาณาจักรจนถึงปัจจุบัน

ภายในของ Tower of London หรือ White Tower มีโบสถ์เซนต์จอห์น (Saint John’s Chapel) อยู่ โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในลอนดอน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1080 โดย Norman เพื่อให้เครือญาติแห่งราชวงศ์ได้ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และทำพิธีชำระร่างกายก่อนเข้าร่วมพิธีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

นอกจากนี้ ทางทิศเหนือของ Tower of London ยังมีโรงทหารวอเตอร์ลู (Waterloo Block) ที่ใต้อาคารนี้มีห้องนิรภัยอยู่ สำหรับเก็บของมีค่าต่างๆ ของราชวงศ์ ทั้ง ดาบ คทา มงกุฎ เครื่องเงินเครื่องทองต่างๆ

อีกหนึ่งอาคารที่เป็นจุดที่น่าสนใจคือ หอคอยสีเลือด หรือ Bloody Tower นอกจากหอคอยสีขาวที่เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับจำคุก ทรมาน และประหารชีวิตแล้ว Bloody Tower แห่งนี้ก็เป็นสถานที่สำหรับลงโทษ ทรมาน จนถึงประหารชีวิตเช่นกัน ผู้ที่เคยถูกคุมขัง ณ ที่แห่งนี้ คือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 ในวัย 12 พรรษา กับเจ้าชายริชาร์ด ดยุกออฟยอร์ก พระอนุชาในวัย 9 พรรษา

Tower of London มีสัญลักษณ์เป็นกาดำตัวใหญ่ (Ravens) มีเรื่องเล่ากล่าวว่า หากกาดำทั้ง 6 ตัวที่ประจำอยู่หอคอยแห่งนี้หายไปแม้แต่ตัวเดียว ระบอบกษัตริย์ของอังกฤษจะล่มสลายไปด้วย พระเจ้าชาลส์ที่ 2 จึงทำการสั่งให้ตัดปีกกาข้างหนึ่งเพื่อไม่ให้กาบินหนีไป ปัจจุบันมีกาทั้งสิ้น 7 ตัว เผื่อกาหายหรือตายไปจะได้นำตัวสำรองอีกตัวมาใช้ได้ทัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจจะไปเที่ยวและอยากซึมซับประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนี้ เมื่อไปถึง Tower of London เพื่อนๆ จะได้พบกับเจ้าหน้าที่ “Yeoman Wander” หรือ “Beefeaters” คือเจ้าหน้าที่ประจำหอคอยแห่งนี้ ที่สวมชุดเครื่องแบบโบราณสีน้ำเงินเข้มขลิบแดง คอยเป็นไกด์นำเที่ยวและให้ข้อมูลสถานที่แก่เรา ยิ่งเพิ่มความขลังให้แก่สถานที่นี้ไปอีกค่ะ

 

แสดงความคิดเห็น