อิโปห์-ปีนัง…เที่ยวให้ปังได้อีกเยอะ

มาเลเซีย….หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนญาติมิตรกับคนไทยมานานแสนนาน หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า มนต์เสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวที่เพื่อนบ้านอย่างเราควรจะก้าวไปเยี่ยมเยือนดูสักครั้งนั้น จะไปที่ไหน อย่างไร

อย่ารอช้า เพราะมาเลเซียไปง่ายกว่าที่ใจคุณคิดค่ะ….เก็บกระเป๋าแล้วก้าวเท้าไปเที่ยวด้วยกันเลย

….ด้วยความคิดถึงอารมณ์ Tourist mode และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคย เลยขอรวบรวมที่เที่ยวแสนชิลในปีนังและอิโปห์จากทริปล่าสุดมาให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นแล้วกัน รอบนี้ขอบอกว่าอิโปห์และปีนัง ยังมีอะไรปังๆ อยู่อีกเยอะเลย

ปีนัง … อีกกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

พูดถึงปีนัง ชื่อนี้คงคุ้นหูนักท่องเที่ยวไทยกันไม่น้อย เพราะการเดินทางจากประเทศไทยนั้นง่ายแสนง่าย บินจากกรุงเทพเพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินนานาชาติปีนังแล้ว หลังจากจัดการขั้นตอนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาพุ่งไปสู่ที่หมายแรกกัน

  • Penang Hill + The Habitat

Penang Hill หรือที่ชาวมาเลเซียเรียกว่า Bukit Bendera ถือเป็นสถานที่ที่ทุกคนจะต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวปีนัง ถึงขนาดมีคนบอกไว้ว่าถ้าไม่ได้มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงปีนัง

Penang Hill อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 800 เมตร สามารถชมเมืองจอร์จทาวน์ได้อย่างสุดสายตา การขึ้นมาด้านบนก็ขึ้นด้วยรถรางไฟฟ้า ซึ่งเป็นรถรางสายแรกในเอเชีย สร้างโดยบริษัทรถรางสัญชาติสวิส โดยเคเบิลที่ใช้ลากรถเลื่อนขึ้น-ลงนั้นใช้งานมาตั้งแต่ปี 1923 และด้วยการดูแลระบบเป็นอย่างดี รถรางไฟฟ้าก็ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เห็นทิวทัศน์ต้นไม้นานาชนิด เพลินดีเหมือนกัน ด้านบนของ Penang Hill มีสถานที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น พิพิธภัณฑ์นกฮูก ร้านอาหาร สนามเด็กเล่น สวนนก สวนดอกไม้ ลานกุญแจคล้อง

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง The Habitat แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติน้องใหม่ที่เราอยากไฮไลต์ให้แรงๆ ที่นี่เป็นสวนรุกขชาติที่มีทางเดินให้ชมธรรมชาติยาว 5 กิโลเมตร ระหว่างทางเราได้เรียนรู้พืชพรรณและสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ผ่านไกด์ที่แบ่งปันข้อมูลได้อย่างเป็นกันเอง ของเด็ดอยู่ที่ Canopy Walk และ Tree Top Walk สะพานสูงเหนือยอดไม้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความโปร่งสบายของบรรยากาศธรรมชาติจากมุมสูง และอีกหนึ่งบทบาทของ The Habitat ที่นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นห้องปฏิบัติการเชิงนิเวศน์ที่ทำงานวิจัยในการดูแลธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผลงานวิจัยทุกชิ้นจะกลับมาช่วยต่อยอดพัฒนาพื้นที่สีเขียวต่อๆ ไป

**สำหรับราคาค่ารถรางไฟฟ้าไป-กลับอยู่ที่ 30 ริงกิต หรือประมาณ 300 บาทไทย และเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.30 น. – 23.00 น.

  1. Kebaya Dining + Seven Terraces

หากพูดถึงอาหาร “เปอรานากัน” (Peranakan) หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าคืออะไร ถ้าให้อธิบายง่ายๆ คืออาหารลูกครึ่งจีน-มาลายู ซึ่งต้นกำเนิดของชาวเปอรานากันดั้งเดิมอยู่ที่มะละกา เชื่อกันว่าบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นพ่อค้าชาวจีนที่แต่งงานกับหญิงชาวมาลายูในท้องถิ่น ส่วนชาวเปอรานากันในปีนังก็มาจากการแต่งงานข้ามเชื้อชาติระหว่างหนุ่มชาวจีนฮกเกี้ยนกับสาวมลายูที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้เกิดการผสมผสานจนกลายเป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตร่วมกันรวมถึงการทำอาหาร

ความโดดเด่นที่บ่งบอกถึงความเป็นเปอรานากันอย่างชัดเจนคือ การปรุงด้วยเครื่องเทศ ซึ่งตามประวัติศาสตร์ ปีนังเป็นแหล่งซื้อขายเครื่องเทศมานานเป็นร้อยๆ ปี ร้านอาหารสไตล์เปอรานากันที่ขึ้นชื่อที่สุดในปีนัง คือ Kebaya Dining ตั้งอยู่ในโรงแรม Seven Terraces Boutique Hotel ที่ปรับโครงสร้างมาจากบ้านตึกโบราณสไตล์ Anglo-Chinese และตกแต่งด้วยของแอนทีคมากมาย ทำให้แขกที่เยี่ยมชมสามารถจินตนาการถึงวิถีชีวิตชาวเปอรานากันได้อย่างดี

ตามประวัติแล้ว ผืนดินแห่งนี้เคยเป็นสมบัติของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เจ้าเมืองตรังผู้ได้รับพระราชทานนามสกุล ณ ระนอง ต่อมาลูกหลานได้ขายทอดที่ดินผืนนี้จนตกมาเป็นของนักลงทุนชาวจีนมาเลที่พัฒนาจนกลายมาเป็นโรงแรมและร้านอาหารที่ขอบอกว่า ถ้าใครไม่มาลองเห็นเองกับตา สัมผัสกับใจ และหลงใหลไปกับรสชาติที่นี่

ถือว่าพลาดมากจริงๆ … ขอย้ำ!!

  1. Avatar Secret Garden

สวนลับแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่วัด Thai Pak Koong ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในปีนัง หลายคนเปรียบให้เป็นสวรรค์บนดินที่จำลองโลก Pandora จากภาพยนตร์เรื่อง Avatar เอาไว้ให้ชาวปีนังและนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสความงามของแสงสีแพรวพราวในป่า ที่นี่จะมีชีวิตชีวาในเวลากลางคืน ไฟหลากสีจำนวนมากถูกแต่งระโยงระยางจากบนต้นไม้เพื่อสร้างมุมมองแปลกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่เดินไปรอบๆ สีสันแสงไฟสลับกันเปล่งแสงให้จินตนาการเหมือนฝัน อีกด้านของสวนนี้สามารถมองออกไปเห็นเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยดอกทิวลิป ประดับไฟ LED หลากสี

Avatar Secret Garden กลายเป็นสถานที่เดินเล่นหย่อนใจของชาวปีนังที่มาได้ทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสถานที่ต้องห้ามพลาดอีกที่หนึ่งในปีนัง … แล้วคุณล่ะ จะยอมพลาดเหรอ?!

**เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

  1. Penang Street Art

เมื่อพูดถึงปีนัง ก็ต้องมีคนนึกถึง Street Art ที่ George Town แน่นอน เพราะที่นั่นรวมภาพศิลปะเก๋ๆ ไว้ให้ผู้คนได้ตามหากันทั้งวัน ซึ่งอาจจะถึงขั้นจัดทริปให้ Street Art กัน 1 วันเต็มๆ เลยก็ได้ George Town เมืองหลวงของปีนังได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกจาก Unesco เมื่อปี 2008 เป็นเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมงดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แฝงไปด้วยความอบอุ่นของวัฒนธรรมและการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัสด้วยตนเอง แต่อีกอย่างที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่แพ้กันก็คือ street art ที่ซ่อนอยู่ตามผนังบ้านเรือนและมุมต่างๆ ของเมือง มาถึงจุดนี้ เราอยากชวนให้ทุกคนลองไปตามล่าหา street art กันสักครั้ง แล้วจะตกหลุมรักการเล่นเกมซ่อนแอบกันในเมืองเล็กๆ แห่งนี้แน่นอน … ไม่เชื่อก็ลองดู!

  1. Café Hopping

มาถึงแหล่ง hipster อีกกิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ Café Hopping ในใจกลาง George Town มีคาเฟ่ให้เราได้ลองแวะเข้า-ออกกันเยอะมาก แต่รอบนี้เราขอแนะนำ 2 ร้าน ร้านแรกคือ China House Café ร้านนี้บอกเลยว่าต้องแวะ! เหมาะนั่งชิล เมาท์มอย ตากแอร์เย็นๆ แล้วกินเค้กยามบ่ายพร้อมจิบเครื่องดื่มชื่นใจ การตกแต่งที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เขาดัดแปลงอาคารเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสให้กลายมาเป็นคาเฟ่และแกลเลอรี่สุดคลาสสิค ตอนกลางคืนเปิดเป็น Bar & Restaurant มีดนตรีสดทุกคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ มีมุมอ่านหนังสือและงานศิลปะเล็กๆ ให้เราได้ชื่นชม

ร้านนี้มีดีที่เค้กชิ้นใหญ่ หน้าตาน่าทาน และมีหลายแบบให้เลือกละลานตาไปหมด ด้วยบรรยากาศและการตกแต่งในทุกๆ ส่วนของร้านที่มีเอกลักษณ์ ที่นี่ควรเป็นสถานที่ควรปักหมุดเมื่อมาเที่ยวปีนังเป็นอย่างยิ่ง!

อีกร้านคือ Gudang Café ร้านนี้เดินผ่านหน้าร้านเผินๆ อาจนึกว่าเป็นตึกเก่าธรรมดา ดีนะที่เราแอบเหลือบไปเห็นป้าย Open แขวนไว้ ถึงได้รู้ว่าข้างในเป็นคาเฟ่สุดชิคตกแต่งสไตล์ลอฟท์ แต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น โครงเหล็ก กำแพงอิฐ และโต๊ะไม้ที่จัดไว้ดูนุ่มนวลน่ารักขึ้นมาทันทีเมื่อมีตู้เค้กถูกวางร่วมอยู่อีกมุมหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นหอมของกาแฟที่เตะจมูกยิ่งทำให้มวลรวมของคาเฟ่มีความกลมกลืนเข้าไปอีก … แต่จะแอบบอกว่าเทรนด์ใหม่ล่ามาแรงในปีนังตอนนี้ คือ “Hidden Bar” แทนแล้วนะ จะเป็นอย่างไร เอาไว้จะมาเล่ารอบหน้าละกัน

  1. Chew Jetty

คือชุมชนบ้านริมน้ำ เป็นกลุ่มบ้านไม้ที่ทำประมงริมทะเลที่ยังคงบรรยากาศเหมือนปีนังสมัยก่อน ภาพรวมของสถานที่ยังคงรักษาสภาพความเป็นอยู่เดิมได้ดี บ้านไม้แต่ละหลังมีขนาดหน้ากว้างปกติ แต่ว่าแนวลึกจะลึกมาก มีการแบ่งห้องแนวยาวได้หลายห้อง ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านเป็นศาลเจ้าจีน กลางคืนมีไฟประดับสวยงาม เมื่อเดินเข้าไปจะเป็นทางเดินแคบๆ ไปสุดที่ศาลเจ้าริมทะเล มองเห็นวิวสวย

ที่ Chew Jetty มีร้านขายของฝาก กาแฟทุเรียน ไอศกรีมทุเรียน และร้านอาหารท้องถิ่น บรรยากาศเหมือนเดินตลาดย้อนยุคเมืองไทย เพราะของฝากที่นี่จะคล้ายๆ กัน มีพื้นที่ขายของและท่าน้ำให้ไปนั่งเล่น ถ้าใครยังไม่เคยไปขอแนะนำให้ลองสัมผัสสักครั้ง

  1. Lebuh Keng Kwee Street Food

สำหรับนักชิมสาย street food นอกจากย่าน Gurney Drive ยอดนิยมของชาวเมือง  เราขอแนะนำให้ทุกคนมาที่ถนน Lebuh Keng Kwee ที่นี่ทุกคนจะเจอร้านละลานตาไปอีกแบบ ไฮไลต์อยู่ที่ร้านลอดช่องเจ้าเก่าของปีนังเปิดขายมาแล้วกว่า 70 ปี เข้าซอยไปเพียงไม่กี่ก้าวจะสังเกตเห็นคนต่อแถวยาวเฟื้อย เมื่อเดินไล่ไปจนถึงต้นแถวจะเจอเพียงรถเข็นคันเล็กๆ ที่มีคุณลุงคอยตักลอดช่องด้วยสปีดเร็วทะลุมิติ พร้อมทีมงานคอยช่วยหยิบจับอีก 2-3 คน ลอดช่องที่นี่มีความหอมนวลที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อลอดช่องนิ่มๆ สีเขียว ซดกับน้ำลอดช่องที่ไม่หวานจัดแต่มีกลิ่นน้ำตาลอ้อยหอมอ่อนๆ บวกกับถั่วแดงเนื้อนุ่มเป็นตัวชูโรง ทำให้ใครที่ได้ชิมก็ต้องติดใจ ยอมต่อแถวยาวและยืนทานกันหน้าร้านเลยทีเดียว ซึ่งดูไปดูมาก็กลายเป็นสเน่ห์ของร้านนี้ไปแล้ว

ใครมาจอร์จทาวน์แล้วไม่ได้ลองลอดช่องร้านนี้ คงต้องบอกว่ามาไม่ถึงจริงๆ จากร้านลอดช่องถัดมาไม่กี่ก้าว จะเจอร้าน Penang Road Famous Teochew Chendul ขายก๋วยเตี๋ยวผัดหรือที่มาเลเซียเรียกว่า Cha Kway Teaw จากที่สังเกตความเก๋าของร้านคงไม่ทิ้งช่วงจากร้านลอดช่องมากนัก น่าจะอยู่มาหลายสิบปีเช่นกัน ข้างในมีที่นั่งเป็นโต๊ะๆ ของเด็ดที่นี่มีหลายอย่างนอกจากก๋วยเตี๋ยวผัดแล้วยังมี Asam Laksa ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปแซ่บแบบมาเล และ Fried Oyster หรือหอยนางรมทอดและอีกมากมาย รสชาติอาหารที่นี่ไม่ต้องโม้มาก พิสูจน์ได้จากที่เห็นคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเวียนกันเข้าร้านอยู่ตลอด เมื่ออิ่มของคาวแล้วใครอยากตบของหวานอีกรอบ ฝั่งตรงข้ามจะมีร้านไอศกรีมทุเรียนเนื้อเนียนเข้มข้นไว้ให้เลือกปิดท้ายกันด้วย งานนี้ขอย้ำอีกรอบ ใครอยากได้รสชาติปีนังของจริง ควรมาลองเดินเล่นที่ถนน Lebuh Keng Kwee นี้กัน

  1. Lexis Suites Penang

หลังจากสนุกสนานกันในเมืองก็ได้เวลาพักกันบ้าง ทริปนี้มีโอกาสพักโรงแรมที่อยู่นอกเมืองออกมาซักหน่อยชื่อ Lexis Suites Penang อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติปีนังเพียง 10 นาที จุดขายของที่นี่คือเป็นที่พักที่เหมาะกับการเที่ยวทั้งครอบครัวมาก นอกจากเตียงนอนกว้างขวางนุ่มสบาย ทุกห้องยังมีสระน้ำของตัวเองอยู่ที่ระเบียงที่สามารถมองออกไปเห็นทะเลสุดลูกหูลูกตา พร้อมมีห้อง steam-sauna ส่วนตัวอีกด้วย มีห้องน้ำและ walk-in closet กว้างขวาง มินิบาร์ ตู้เซฟ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายในโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมาย ทั้งห้องอาหาร Roselle Coffee House, Sky Lite Bar, Sky Terrace ที่สามารถจัดงานริมสระน้ำได้หลายรูปแบบ, Kid’s Corner, Lex Spa และ O2 Gym เรียกได้ว่าทันทีที่เข้ามาในโรงแรม คุณจะลืมโลกภายนอกไปเลย

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ยังรวบรวมมาได้แค่ครึ่งทริปเฉพาะในปีนังเท่านั้น สำหรับอิโปห์ยังมีของดี hidden gems ไม่แพ้กัน ติดตามกันต่อรอบหน้านะคะ

***************************************************

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเลเซีย

เว็บไซต์ http://www.malaysia.travel/th-th/th

Facebook: https://www.facebook.com/malaysia.travel.th/

แสดงความคิดเห็น