พาณิชย์ ผนึกกำลัง เดินหน้าหนุนค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศและซัพพลายเออร์

พาณิชย์’ จับมือ สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ซัพพลายเออร์ และร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นขนาดใหญ่ทั่วประเทศ จัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” ลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคครั้งใหญ่ 20-50% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายใช้สอยในร้านโชวห่วยท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนระยะยาว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมมือกับร้านค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย (ซัพพลายเออร์) สินค้าอุปโภค-บริโภค จัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” ต้อนรับหน้าฝน ครั้งนี้จัดขึ้น 2 ช่วง : ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 25 – 30 มิ.ย. 61 และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 11 – 15 ส.ค. 61 โดยจะมีการลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคครั้งใหญ่ 20 – 50% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าส่ง-ค้าปลีกแบบดั้งเดิมในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชนระยะยาว

“งานค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคมจัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาค้าส่งค้าปลีกไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน ปี 2561 ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกขนาดกลางและขนาดใหญ่ในท้องถิ่น รวมถึง ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภคจำนวนมาก โดยได้รับการสนับสนุนจากซัพพลายเออร์สินค้าอุปโภค-บริโภครายใหญ่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ภาครัฐให้การสนับสนุนอื่นๆ เช่น สินค้าโอทอปและสินค้าของเอสเอ็มอีที่มีแหล่งผลิตในท้องถิ่นก็จะนำเข้ามาจำหน่ายในร้านค้าส่งค้าปลีกด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งที่แท้จริงให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจชุมชน และก่อให้เกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ”นายสนธิรัตน์ กล่าว

รมว.พณ. กล่าวต่อว่า ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับประโยชน์จากการลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคในครั้งนี้ เนื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่กระทรวงพาณิชย์ให้การสนับสนุนและติดตั้งเครื่อง EDC เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำบัตรฯ มาจับจ่ายซื้อสินค้าได้ รวมถึงร้านค้าปลีกขนาดเล็กก็จะได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้าในราคาต้นทุนที่ลดลงจากร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้สามารถนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคได้ในราคาที่ถูกลง

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

http://www.dbd.go.th/ewt_news.php?nid=469409331&filename=index

แสดงความคิดเห็น