11.11 - วันคนโสด & Black Friday ศึกแห่งศักดิ์ศรีขาช้อป - ช่วงเวลาทองปั้นยอดขาย e-Commerce

SME Update
07/11/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 836 คน
11.11 - วันคนโสด & Black Friday ศึกแห่งศักดิ์ศรีขาช้อป - ช่วงเวลาทองปั้นยอดขาย e-Commerce
banner

ช่วงส่งท้ายปลายปี มีมหกรรมช็อปปิ้งระดับโลกที่บรรดาขาช็อปฯ หลายคนรอคอย นั่นคือ วันที่ 11 เดือน 11 หรือ Dubble Day วันเลขเบิ้ล ที่กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของร้านค้าออนไลน์ ไปจนถึงแบรนด์ดังต่าง ๆ จะขนโปรโมชัน ออกแคมเปญการตลาดให้เป็นที่จดจำ โดยนำเลข 11 มาเป็นกิมมิก เช่น ลดราคาสินค้า 11% สินค้าราคาพิเศษ 11 บาท รวมทั้งทุกแพลตฟอร์ม จะพร้อมใจทำ Advertising เลข 11.11 ตัวโต ๆ เพื่อสร้างจุดเด่นเรียกลูกค้าให้มาจับจ่ายสินค้าในราคาพิเศษ ที่จัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้ง ถือเป็นหนึ่งในแคมเปญการตลาดที่สร้างยอดขายให้กับธุรกิจต่าง ๆ ในช่วงเวลานี้ได้มากขึ้นแบบเท่าตัว


บทความนี้ Bangkok Bank SME จะชวนไปดูไฮไลท์สำคัญ ของปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะคนทำธุรกิจ ทั้งแบบหน้าร้าน หรือบนโลกออนไลน์ผ่านช่องทางการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การจัดเต็มกลยุทธ์ในเดือนนี้ คือสิ่งที่แบรนด์ของคุณ พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด!


จุดกำเนิด ‘วันคนโสด’ (Singles’ Day) วันที่ 11 เดือน 11


จากหอนักศึกษา สู่วันคนโสด (Singles’ Day) โดยบีบีซีไทย ระบุว่า เหตุการณ์ที่อาจเรียกได้ว่า ก่อให้เกิดวันคนโสด คือ ในปี 2536 นักศึกษามหาวิทยาลัยนานจิง ได้รวมตัวกันกำหนดวันที่ 11 พ.ย. เป็นวันฉลองความโสดของตนเอง ต่อมากิจกรรมของพวกเขา แพร่หลายไปทั่วหอพักนักศึกษา ไปถึงระดับมหาวิทยาลัย และสังคมจีน แล้วเมื่อเกิดสังคมออนไลน์ขึ้น กิจกรรมวันคนโสด จึงได้รับความนิยม กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีนสมัยใหม่ไปในที่สุด



เมื่อปี 2552 แจ๊ก หม่า CEO ใหญ่แห่งอาลีบาบากรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมพิเศษที่เรียกว่า “ดับเบิ้ล อีเลเว่น (Double-11)” เพื่อเอาใจคนโสดขึ้น โดยลดแลกแจกแถมและจัดโปรโมชันสินค้ากว่า 2 หมื่นยี่ห้อบนแพลตฟอร์ม ซึ่งผลตอบรับนั้นเรียกได้ว่า ‘มหาศาล’ เลยทีเดียว




การช่วยกระตุ้นการซื้อขายสินค้าบนตลาดอีคอมเมิร์ซและได้รับการตอบรับอย่างดีเพิ่มขึ้นในทุกปี สะท้อนได้จากตัวเลขการจัดกิจกรรม 11.11 ในเว็บไซต์ Alibaba ปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องถึง 11 วัน มีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มรวมกว่า 498.2 พันล้านหยวน หรือกว่า 74.1 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าตัวเลขจากปี 2552 เกือบ 2 เท่า


11.11 มหกรรมระดับโลก ของ ‘อาลีบาบา’ การเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์และผู้ค้า


อาลีบาบา (Alibaba) ประกาศความสำเร็จ มหกรรมช็อปปิ้งระดับโลก 11.11 ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 โดยระบุว่า จำนวนแบรนด์สินค้าที่จัดให้มี Loyalty Programs ผ่านร้านค้าบน ทีมอลล์ (Tmall) เพื่อดึงดูดลูกค้า ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อจากสมาชิกของแบรนด์ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ใน 4 ชั่วโมงแรกของการช็อปปิ้งโดยวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 มีผู้ค้ามากกว่า 130 แบรนด์ สามารถทำรายได้เกิน 100 ล้านหยวน (กว่า 500 ล้านบาท) จากยอด GMV (Gross Merchandise Volume หรือยอดขายสินค้าออนไลน์รวม คำนวณจากจำนวนชิ้นที่ขายได้คูณกับราคาขาย) ที่มาจากการซื้อของลูกค้าสมาชิก




ขณะที่ผู้ค้ามากกว่า 5,600 แบรนด์ ต่างประสบความสำเร็จกับยอด GMV จากลูกค้าสมาชิก ซึ่งสูงเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ 4 ชั่วโมงแรกของการช็อปปิ้งปี 2564



ขอบคุณภาพจาก : alibabanews.com


กลุ่มเถาเทียน (Taotian Group) ของ Alibaba เผยถึงงานเปิดตัวเทศกาล Tmall 11.11 Global Carnival Season ปี 2023 ว่า คาดว่ามหกรรมช็อปออนไลน์ปีนี้ จะมีผู้บริโภคกว่า 1 พันล้านคนเข้าร่วม และสินค้าที่มีมากกว่า 80 ล้านรายการ จะเทขายในราคาต่ำที่สุดตลอดทั้งปี


ทั้งนี้ Taobao (เถาเป่า) และ Tmall (ทีมอลล์) จะใช้โซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยรองรับสำหรับยอดขายจำนวนมหาศาล เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ 11.11 ที่สะดวกสบาย ราคาถูก พร้อมตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น




ขณะเดียวกัน เชื่อว่าจำนวนผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และร้านค้าที่เข้าร่วมงาน 11.11 ในปี 2566 จะยังคงทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยในจำนวนนี้ มีผู้ค้าแบรนด์ 46,000 รายจากทั่วโลกนำผลิตภัณฑ์ Intrends จากทั่วโลก มาร่วมสร้างปรากฎการณ์ Double Day ครั้งนี้ด้วย


เครื่องมืออัจฉริยะสำหรับผู้ค้าออนไลน์ ถูกใช้มากกว่า 200,000 ครั้ง

ความพิเศษที่มากขึ้นของอีคอมเมิร์ซรายยักษ์อย่าง อาลีบาบา คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาของ Taobao และ Tmall เพื่ออัปเกรดการให้บริการทั้งฝั่งผู้บริโภค และเครื่องมือสำหรับผู้ค้า ตัวอย่างเช่น ในเดือนกันยายน บริษัท ได้ทดลองใช้งาน "Taobao Ask" ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน Generative AI แอปพลิเคชันแรกในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในจีน ที่ช่วยให้ผู้บริโภค ถาม-ตอบผ่าน AI ทำให้ความต้องการช็อปปิ้งชัดเจน และคลายข้อสงสัยของลูกค้า ช่วยตัดสินใจ และแก้ไขปัญหาที่การค้นหาแบบเดิมไม่สามารถทำได้ ถือเป็นการส่งเสริมการขายครั้งใหญ่ เพื่อให้คำแนะนำการซื้อที่ดึงดูดใจที่สุดแก่ผู้ใช้


ภาพการสาธิตอินเทอร์เฟซผู้ใช้ "Taobao Ask" Credit : www.alibabanews.com


ในแง่ของเครื่องมือสำหรับผู้ค้า Taobao และ Tmall ได้เปิดตัวเครื่องมือ AI ฟรี 10 รายการ ในช่วง Tmall 11.11 ปีนี้ เช่น การสร้างรูปภาพโมเดลอัจฉริยะ รายงานข้อมูลอัจฉริยะรายสัปดาห์ หุ่นยนต์บริการลูกค้า ระบบส่งข้อความให้ผู้ติดตามร้านค้าแบบอัตโนมัติ โดยร้านค้าสามารถสร้างรูปแบบการเขียนคำโฆษณาที่แตกต่างกันได้ถึง 7 รูปแบบตามข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างชาญฉลาด รายงานรายสัปดาห์อัจฉริยะ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์ และ การเพิ่มประสิทธิภาพชื่อผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งจากการเก็บข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม ระบุว่าเครื่องมือ AI เหล่านี้ ถูกใช้โดยร้านค้ามากกว่า 200,000 ครั้ง


นอกจากนั้น อาลีบาบายังเป็นองค์กรต้นแบบที่พัฒนาระบบ AI “Xiaomanlv” หนึ่งในโมเดลของหุ่นยนต์ขนส่งพัสดุ ที่ชื่อในภาษาจีนแปลว่า “เจ้าลาน้อย” สามารถส่งพัสดุได้สูงสุด 50 ชิ้น และวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 62 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้หุ่นยนต์ที่ขับขี่อัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมาก

นอกจากในวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนแล้ว หลายแพลตฟอร์มก็ได้มีการจัดแคมเปญลดราคาสินค้าในทุกด้วยเลขสวยของเดือน เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการขาย จนกลายเป็นการตลาดประจำเดือน ด้วย Flash Sale โค้ด และ คอยน์ (Cion) ที่จะทยอยปล่อยออกมาให้เก็บไว้ และใช้ได้ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อสร้างกิจกรรมทางการตลาดที่กวักมือเรียกให้ลูกค้า แวะเข้ามาเคลียร์ของที่หย่อนไว้ในตะกร้าช็อปปิ้ง ไล่มาตั้งแต่ 1.1 2.2 3.3 ยาวไปจนถึง 12.12 แต่ที่ปังกว่าใคร ยังคงเป็นการจับจ่ายในเดือน 11 เดือน 11 ต้นฉบับวันแห่งการช็อป เพราะแถมด้วย Black Friday ที่เกิดขึ้นในเดือนเดียวกัน ทำให้ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นเดือนแห่งการซื้อขาย เพิ่มพลังการจับจ่ายให้ผู้บริโภคได้จัดเต็มทั้งเดือน


Black Friday วันแห่งการช็อปปิ้งหลังเทศกาลขอบคุณพระเจ้า

ข้ามมาที่ฝั่งอเมริกัน กับช่วงที่ถือเป็นสวรรค์ของนักช็อป อีกหนึ่งเทศกาลกระตุ้นยอดขายในเดือนพฤศจิกายน นั่นคือ Black Friday ซึ่งเป็นคำที่เปรียบเหมือนจำนวนยอดขายของร้านค้าต่าง ๆ โดย สีแดง (Red) หมายถึง ยอดขายที่ขาดทุน ส่วนสีดำ (Black) คือยอดที่ทำกำไรพลิกล็อค กลับมาเป็นตัวดำในบัญชี




ในช่วงวันที่ถือเป็น Black Friday (แบล็กฟรายเดย์) คือศุกร์แรก หลังจากเทศกาล Thanksgiving หรือขอบคุณพระเจ้าของสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นมหกรรมการช็อปปิ้งปลายปี สวรรค์ของเหล่านักช็อป และเรียกน้ำย่อยก่อนวันคริสมาสต์ เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองจะมาถึง โดยปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2566




สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จะพร้อมใจกันลดราคาสินค้า กว่า 50 - 80% แต่อาจจะมีกำหนดจำหน่ายในจำนวนจำกัด ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการของนักช็อป ที่อยากคว้าสินค้าที่หมายตาไว้ ในราคาลดกระหน่ำ ความคุ้มค่า ที่มีเพียงปีละครั้ง รวมถึงบางแบรนด์ จะนำสินค้าคอลเลกชันพิเศษ มาวางจำหน่ายเฉพาะเทศกาลดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจ ช่วยกระตุ้นยอดขายให้คึกคักได้เป็นอย่างดี


ศุกร์ ช็อปฯ ไม่ทัน ต่อวันจันทร์สบายกว่า

‘Cyber Monday’ (วันจันทร์แรกหลังวันขอบคุณพระเจ้า) เป็นอีกวันที่ได้รับความสนใจจากนักช็อปทั่วโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ความสำคัญของวันนี้ คือการที่ผู้คนจะยังจับจ่ายใช้สอยแบบถล่มทลาย แต่จะเน้นที่แพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า ซึ่งความคึกคักของยอดขายวันจันทร์แรก ไม่แพ้วันศุกร์สีดำเลยทีเดียว โดยสถิติการใช้จ่ายระหว่างวันขอบคุณพระเจ้าจนถึง Cyber Monday เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา มียอดใช้จ่ายระหว่างวันรวมมากถึง 34.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ




อย่างไรก็ดี เพื่อให้แบรนด์ของคุณ ตั้งรับและปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างยอดขาย ในช่วงมหกรรมการช็อปปิ้ง ช่วง 11.11 นี้ เรามีคำแนะนำมาฝาก SME ผู้ค้าปลีก และร้านค้าออนไลน์ สำหรับการทำตลาดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ด้วย 3 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณให้ประสบความสำเร็จได้ ดังนี้


1. สร้างแคมเปญการตลาดแบบ Omni-Channel


กลยุทธ์การตลาดยุคดิจิทัล ต้องครอบคลุมทุกช่องทาง เพื่อให้ลูกค้าของคุณได้รับประสบการณ์สำหรับการช็อปปิ้งและการบริการเพื่อนำมาสู่การใช้บริการซ้ำ ๆ ต่อไปในอนาคต โดยแคมเปญการตลาดแบบ Omni-Channel หมายถึงการตลาด การขาย และการให้บริการลูกค้าในทุกช่องทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงด้วยวิธีใด แพลตฟอร์มใด ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ลูกค้าจะสามารถช็อปปิ้งออนไลน์จากเดสก์ท็อป หรืออุปกรณ์พกพา ทางโทรศัพท์ หรือในร้านค้าที่มีหน้าร้านจริงแบบไร้รอยต่อ ซึ่งทุกช่องทางนั้น ลูกค้าสามารถได้รับประสบการณ์ที่ไม่แตกต่างกัน เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทุกธุรกิจควรนำมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มยอดขายที่ให้มากขึ้น




2.ใกล้ชิดลูกค้า ด้วย Live Commerce


ไถจอ ถูกใจ พร้อมจ่าย อีกเทรนด์หนึ่งของการขายผ่านโซเชียลมีเดียที่เติบโตอย่างมาก คือ ธุรกิจ Live Commerce หรือการไลฟ์ขายสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Gen Z ซึ่งคิดเป็น 30% ของประชากรทั้งหมดทั่วโลก คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการใช้ออนไลน์ช็อปปิ้งมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มล่าสุดอย่าง Tik Tok เป็นที่นิยมอย่างมาก สร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ


3.สร้างปฏิสัมพันธ์ ด้วย Interactive retail experiences


การค้าปลีกแบบตอบโต้ เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ดีเพราะจะทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วม ทำให้พวกเขารู้สึกว่าร้านค้าปลีกเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะสร้างประสบการณ์และความเพลิดเพลินให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการอีกครั้ง ซึ่งวิธีการนี้ เกิดขึ้นได้จากการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ระหว่างผู้บริโภคและสินค้า โดยสร้างกิจกรรมระหว่างสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้


ผลสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2564 ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Transactions Development Agency (ETDA) (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซแบบ B2C ปี 2563 ยังคงมีมูลค่าสูงที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 2.17 ล้านล้านบาท (57.39%) และคาดการณ์มูลค่าอีคอมเมิร์ซแบบ B2C ปี 2564 ยังคงมีมูลค่าสูงที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 2.03 ล้านล้านบาท (50.59%)




เมื่อตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชันเพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ คือโจทย์ที่คนทำธุรกิจต้องตั้งรับ และปรับกลยุทธ์ให้ทัน หากไม่อยากตกขบวน โดยเฉพาะเทศกาลลดราคาที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด และถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่สุดของวงการอีคอมเมิร์ซ ช่วงเวลาแห่งการโกยยอดขายในเทศกาล 11.11 ในวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี


อ้างอิง


https://www.bbc.com/thai/thailand-46123677

https://www.alibabanews.com/%E5%A4%A9%E8%B2%93%E9%9B%9911%E5%BC%95%E5%85%A5%E9%9B%BB%E5%95%86ai%E6%96%B0%E5%B7%A5%E5%85%B7%E5%8F%8A%E6%9C%8D%E5%8B%99/

https://blackfriday.com/news/when-is-black-friday

https://www.marketingoops.com/reports/fast-fact-reports/black-friday-shopping-history/

https://th.alibabanews.com/2023-03-23-top-5-tips-from-alibaba-for-digital-marketing-success-in-china-in-2023/

https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/Knowledge-Sharing/Articles/e-Commerce/11-11-online-sale.aspx



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

‘TikTok For All’ Update เทรนด์ใหม่ปี 2024 พร้อมกลยุทธ์เพิ่มโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

‘TikTok For All’ Update เทรนด์ใหม่ปี 2024 พร้อมกลยุทธ์เพิ่มโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

TikTok ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มเอนเตอร์เทนเมนต์ที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกคน ทั้งครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ผู้ใช้งาน และธุรกิจทุกขนาดในไทย ด้วยการเปิดตัว…
pin
2013 | 14/02/2024
ทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ โอกาสใหม่ SME ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน

ทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ โอกาสใหม่ SME ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ยานพาหนะต่าง ๆ ทั้ง รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถไฟ และเรือ ต่างมุ่งสู่การใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน ที่เป็นพลังงานสะอาดกันแล้ว แต่สำหรับการเดินทางโดยอากาศยาน…
pin
2510 | 26/01/2024
จับกระแส 'เทรนด์ธุรกิจ' ปี 2024 ใครได้ไปต่อ ใครมาแรง SME ไทยต้องรู้

จับกระแส 'เทรนด์ธุรกิจ' ปี 2024 ใครได้ไปต่อ ใครมาแรง SME ไทยต้องรู้

ปี 2024 นี้ ธุรกิจไหนมาแรง ธุรกิจไหนน่าจับตา เทรนด์ธุรกิจใดกำลังมาแรง Bangkok Bank SME สรุปมาไว้ในบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางแก่ SME และผู้ที่กำลังคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจทุกท่าน…
pin
2430 | 25/01/2024
11.11 - วันคนโสด & Black Friday ศึกแห่งศักดิ์ศรีขาช้อป - ช่วงเวลาทองปั้นยอดขาย e-Commerce