ส่องธุรกิจพลาสติก ท่ามกลางกระแสแอนตี้พลาสติก

SME Update
01/02/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1101 คน
ส่องธุรกิจพลาสติก ท่ามกลางกระแสแอนตี้พลาสติก
banner

รัฐบาลไทยตั้งเป้าเลิกใช้ถุงพลาติกถาวรในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเริ่มรณรงค์ลดใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 และปฏิบัติอย่างจริงจังมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2563 จนกลายเป็นกระแสให้ผู้คนออกมาขานรับนโยบายกันถ้วนหน้า จากปัญหาด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจกันอย่างจริงจัง ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการรายงานว่า ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก คิดเป็นปริมาณขยะพลาสติกประมาณ 1.3 ล้านตันต่อปี ขยะพลาสติกที่พบมากสุดในทะเล ได้แก่ ถุง,หลอด,ฝาพลาสติก และ ภาชนะบรรจุหุ้มห่ออาหาร

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


พลาสติกหายไป ผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบอะไร  

จากการประกาศงดใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ที่มีสาขารวมกว่า 24,500 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โรงงานผลิตถุงพลาสติกขนาดเล็กและ SMEs หลายรายได้รับผลกระทบในทันที จากออร์เดอร์ที่หายไปของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ โรงงานจึงส่อแว่วเจ๊งเตรียมปิดโรงงาน ลอยแพแรงงาน จากมาตราการของภาครัฐที่ออกมาบังคับใช้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน ทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวไม่ทัน โรงงานผู้ผลิตถุงพลาสติกรายเล็กส่อเค้าปิดกิจการกว่า 400 แห่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแรงงานภาคการผลิตอีกกว่า 7,000 คนทั่วประเทศ

นายสมชัย เตชะพานิชกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย เปิดเผยว่า “การเร่งโรดแมปให้เร็วขึ้น 2 ปี กระทบกับผู้ประกอบการโรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่ปรับตัวไม่ทัน เบื้องต้นคาดว่าส่งผลกระทบประมาณ 50 โรง จากที่มีโรงงานผลิตพลาสติกทั่วประเทศที่มีประมาณ 400-500 โรงงาน และอาจต้องทยอยปิดโรงงานและเลิกจ้างงาน 7,000-8,000 คน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี”

ทั้งนี้ ฝั่งผู้ประกอบการได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเยียวยาจ่ายค่าชดเชยตามความเหมาะสม เนื่องจากเครื่องเป่าถุงพลาสติกที่มีนั้นไม่สามารถนำไปใช้ผลิตสิ่งอื่นหรือขายต่อได้ เพราะหากยังอยู่ในกระแสไร้ถุงพลาสติกแบบนี้คงไม่มีใครซื้อ รวมไปถึงจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติก-เม็ดสี-หมึกพิมพ์ ค้างสต๊อกเคลียร์ไม่ทัน

สำหรับกรณีต้องเลิกจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงานเต็ม 100% เพื่อเป็นแนวทางเยียวยาภาคการผลิตที่ปิดตัวลง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหากรัฐบาลประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติก 4 ชนิดแบบเต็มขั้นในปี พ.ศ.2565 จะมีแรงงานกว่า 4 หมื่นชีวิตถูกลอยแพ รวมถึงชีวิตนักศึกษาวิศวปิโตรเคมีอีกหลายพันชีวิตที่จะตกอยู่ในสภาวะว่างงานหากโรงงานภาคการผลิตถุงพลาสติกปิดตัวลง

 

 โรงงานฝั่งผู้ผลิตจะปรับตัวอย่างไร

ในเมื่อโลกตื่นตัวกับขยะพลาสติกและมลพิษที่เกิดขึ้น โรงงานขนาดใหญ่ และ SMEs ที่ต้องประคองตัวเองให้ผ่านไปได้จำต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพราะแม้จะมีการประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติกชนิดหิ้วและอีก 4 ชนิดในอนาคตอันใกล้ แต่ในความเป็นจริงมนุษย์เรายังไม่สามารถตัดขาดจากการเลิกใช้พลาสติกได้ 100% เพราะยังไม่มีวัสดุอื่นมาแทนที่ ยังคงมีบางภาคส่วนที่จำเป็นต้องใช้พลาสติกอยู่ ทั้งนี้ผู้ประกอบการจำต้องปรับตัว โดยมีผู้เชี่ยวชาญออกมาให้แนวทางไว้ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นใกล้เคียงแทนการผลิตถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง เช่น ทำแพ็คเกจจิ้ง ถุงขยะ  ฯลฯ

2. ป้อนเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเข้าสู่กระบวนการผลิตถุงพลาสติกมากขึ้น เพื่อผลิตถุงพลาสติกแบบรีไซเคิลได้แทน

3. ใช้แม่พิมพ์เดิมในการผลิตถุงพลาสติกแบบเดิม แต่เปลี่ยนเป็นการผลิตถุงคุณภาพสูงแบบ multiple use แทน single use

4. หันมาผลิตบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่สามารถย่อยสลายได้ อย่าง Bioplastic แทนการผลิตพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

5. ปรับการผลิตไปตามเทรนด์ จากที่เคยใช้เม็ดพลาสติกในการผลิต ก็ปรับเป็นการนำวัสดุธรรมชาติอื่นๆ เช่น ใช้สาหร่ายทะเล แป้งจากพืช ใบไม้ มาประยุกต์ใช้ใมอุตสาหกรรมภาคการผลิตแทน


ทั้งนี้ภายในปี พ.ศ.2565 หรือ อีก 2 ข้างหน้าจะมีการยุติใช้พลาสติกแบบเต็มรูปแบบ และเน้นการใช้งานพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่หลายครั้ง รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ตามเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังมาแรง และคาดว่าจะโหมโรงต่อไปอย่างต่อเนื่อง กับการเข้ามากำกับอย่างจริงจังของภาครัฐและการให้ความร่วมมือของภาคเอกชน

รวมถึงการปรับตัวของประชาชนที่ไม่เมินเฉยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งอีก 2 ปีข้างหน้านี้จึงเป็น deadline ที่ผู้ประกอบการจะปรับตัวหันมาผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เพื่อร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งที่มนุษย์เราทำร้ายโลกมายาวนาน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเมื่อ 60 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปในจุดเริ่มต้น ถุงพลาสติกคือ นวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ในการช่วยรักษ์โลก ลดการใช้ถุงกระดาษ ลดการตัดไม้ เพราะพกพาง่าย น้ำหนักเบา มีความทนทาน สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้บ่อยครั้งตามต้องการแท้ๆ เชียว แต่บริบททางสังคมเปลี่ยนไป เมืองขยาย ถุงพลาสติกถูกนำมาใช้จนมากมายกลายเป็นขยะล้นโลก และสุดท้ายพลาสติกกลายเป็นจำเลยของสังคมโลกไปในที่สุด 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อ Bualuang Green<<


เมื่อถุงพลาสติกหายไป ผู้คนจะปรับตัวกันอย่างไร

ความท้าทายของสินค้าพลาสติกชีวภาพ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3481775 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
124198 | 11/06/2019
เทรนด์ธุรกิจคนขี้เกียจมาแรง ปี 2020 SME Update

เทรนด์ธุรกิจคนขี้เกียจมาแรง ปี 2020

ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีอิทธิพลและอำนวยความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตของสังคมยุคใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคกลายเป็นมนุษย์รักสบาย หรือ เรีย...
45559 | 09/01/2020
banner