เทรนด์การบริโภค ‘เนื้อเทียม’ มาแรงในสหรัฐฯ

SME Update
24/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1730 คน
เทรนด์การบริโภค ‘เนื้อเทียม’ มาแรงในสหรัฐฯ
banner

ก่อนหน้านี้ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินคำว่า Fake meat หรือที่เราเรียกว่าเนื้อเทียมกันมาบ้าง ในประเทศไทยเองก็จะพบได้ในกลุ่มเต้าหู้ โปรตีนเกษตร โดยเฉพาะช่วงเทศกาล กินเจ จะมีวางขายทั้งแบบวัตถุดิบและพร้อมกับประทานทั่วไปตามท้องตลอด แต่ทราบหรือไม่ว่า เทรนด์การบริโภคเนื้อเทียม กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก

ทั้งนี้จากการข้อมูลของเว็ปไซต์ Business insider ที่มีการจัดทำข้อมูลเรื่องเทรนด์การบริโภคเนื้อเทียมไว้อย่างน่าสนใจ โดยการคาดการณ์ว่าสินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อเทียม เต้าหู้ โปรตีนเกษตร  เทมเป้หรืออาหารหมักจากถั่ว ฯลฯ หรือที่เราให้คำจำกัดความว่า Novel Food หรือ อาหารนวัตกรรม โดยมีมูลค่าตลาดของโลกสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 โดยในปี 2561 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดหลักของเนื้อเทียม คือ สหรัฐฯ ที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าตลาดในปี 2566 สูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ปัจจัยที่ทำให้เนื้อเทียมกระแสแรงมาจากสาเหตุหลักของการขยายตัวของตลาดสินค้ากลุ่มนี้เนื่องมาจากการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคที่เรียกตัวเองว่า เฟล็กซิทาเรียน (flexitarian) ซึ่งคือผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก แต่ยังกินเนื้อสัตว์หรือปลาเป็นครั้งคราว และกลุ่มผู้บริโภควีแกน (vegan) ซึ่งคือผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิดและไม่กินอาหารอื่น ๆ ที่อาจเบียดเบียนสัตว์ เช่น นม เนย ชีส ไข่ น้ำผึ้ง ยีสต์ เจลาติน เป็นต้น โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภควีแกนในสหรัฐฯ  มีจำนวนมากถึง 6%  เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2557 ที่มีผู้บริโภควีแกนในสหรัฐฯ เพียง 1% เท่านั้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่ดันตลาดสินค้ากลุ่มนี้คือการที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หลังจากที่มีงานวิจัยหลายชิ้นเชื่อมโยงการบริโภคเนื้อสัตว์กับโรคอ้วนและโรคเบาหวาน และเนื้อสัตว์แปรรูปกับความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจ

รวมทั้งความตื่นตัวของประชากรทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่องของสภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดแนวความคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรการผลิตรวมไปถึงการบริโภคอย่างยั่งยืน แนวคิดเหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาและเลือกทานเมนูทางเลือกที่ทดแทนเนื้อสัตว์มากขึ้น บริษัทหลายแห่งหันมาให้ความสนใจแข่งขันกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างเช่นเนื้อเทียมออกมาวางขาย ส่งผลให้ตลาดสินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ขยายตัวมากยิ่งขึ้น

โอกาสของนวัตกรรม เนื้อสัตว์ทางเลือก

แนวคิดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปข้างต้นทำให้มีบริษัท start up สองแห่งก่อเกิดขึ้นนั้นคือ บริษัท บียอนด์มีต (Beyond Meat) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 และบริษัท อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) บริษัททั้งสองมีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกทดแทนเนื้อสัตว์

ในสหรัฐฯ มีสินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ที่ทำจากถั่วเหลืองหรือโปรตีนเกษตรวางขายมาเป็นเวลานานแล้ว แต่บริษัท อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ และ บียอนด์มีต ต้องการผลิตสินค้าที่แตกต่างไปจากที่มีวางขายในท้องตลาด ที่ไม่ได้ต้องการเน้นขายเฉพาะในกลุ่มผู้ทานมังสวิรัติหรือวีแกนเท่านั้น แต่ต้องการให้ผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์หันมากินเนื้อเทียมอีกด้วย

ดังนั้นทั้งสองบริษัทดังกล่าวจึง พยายามผลิตเนื้อเทียมที่มีลักษณะคล้ายเนื้อจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น สี เนื้อสัมผัส แม้กระทั่งน้ำของเนื้อที่มีสีออกแดงตรงกลาง บริษัททั้งสองต้องการให้เวลาที่ผู้บริโภคทานเนื้อเทียมเข้าไป จะได้รับรสเหมือนทานเนื้อสัตว์จริง ๆ

แต่กว่าจะได้มาซึ่งเนื้อเทียมที่เหมือนเนื้อจริงนั้น ทั้งสองบริษัทผ่านการค้นคว้าและการทดลองเป็นเวลานาน  เนื้อเทียมของทั้งสองบริษัทไม่ได้ผลิตมาจากพืชเพียงไม่กี่ชนิด แต่เป็นการผสมผสานวัตถุดิบหลากหลายชนิด รวมถึงนำเทคโนโลยีอาหารเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต

คิดใหญ่ และทำจนสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จของบริษัททั้งสองเกิดจากนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ที่สามารถลอกเลียนแบบรูปลักษณ์ รสชาติ เนื้อสัมผัส และความรู้สึกของการเคี้ยวเนื้อสัตว์ได้ใกล้เคียงเนื้อจริงมาก รองรับกับตลาดที่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้มากขึ้น

นับตั้งแต่ปี 2559 ที่บริษัท บียอนด์มีต เริ่มขายเนื้อ “บียอนด์เบอร์เกอร์” (Beyond Burger) จนถึงทุกวันนี้ บริษัทฯ สามารถขายเฉพาะเนื้อเบอร์เกอร์เทียมได้แล้วถึง 11 ล้านชิ้น ปัจจุบันเนื้อเทียมของบียอนด์มีตมีวางจำหน่ายทั้งในร้านอาหาร เช่น TGI Friday, Carl’s Jr., A&W, Bareburger, Del Taco และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของสหรัฐฯ  เช่น Giant, Safeway, Food Lion และ Harris Teeter เป็นต้น

ในส่วนของบริษัท อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ เมื่อไม่นานนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศร่วมมือกับร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังอย่าง เบอร์เกอร์คิง (Burger King) ว่าจะขายเนื้อเทียมในร้านให้ครบทั้ง 7,300 สาขาทั่วทั้งสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี  และยังวางแผนที่จะขายเนื้อเทียมในร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตภายในปีนี้อีกด้วย

ที่ตลกคือ ด้วยความนิยมที่พุ่งสูงมาก ปัญหาเลยเกิด เพราะมันทำให้ บริษัท อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ ต้องเผชิญกับปัญหาด้านกำลังผลิต โดยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกับบรรดาคู่ค้าและลูกค้าว่า สินค้าอาจขาดแคลน เนื่องจากกำลังผลิตที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ และกำลังเร่งรับมือด้วยการเพิ่มชั่วโมงการทำงาน รวมถึงเพิ่มสายการผลิตใหม่อีกด้วย

เรียกว่าผลิตไม่พอขาย แถมปัจจุบันวงการผู้ผลิตเนื้อเทียมในสหรัฐฯเกิดใหม่ขึ้นมากมายตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น จนเกิดภาพการแข่งขันในตลาดกันอย่างดุเดือด


ทางด้านตลาดในยุโรป เนื้อเทียมก็เป็นเทรนด์ใหม่มาแรงเช่นกัน อาทิ บริษัท เนสท์เล่ เริ่มวางขายเนื้อเทียมที่เรียกว่า “อินเครดิเบิล เบอร์เกอร์” (Incredible Burger) ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในยุโรป ตั้งแต่เดือน เมษายนที่ผ่านมา และกำลังปรับสูตรและเพื่อนำมาวางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้

ย้อนกลับมาในประเทศไทย ที่กระแสรักสุขภาพมาแรง แถมด้วยเทรนด์การกินเจ และกินมังสวิรัติมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื้อเทียม น่าจะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างตลาดใหม่ ในการผลิตเนื้อเทียมที่มีความแปลกใหม่กว่าที่มีในท้องตลาดในประเทศ รวมทั้งการโฟกัสตลาดส่งออกสหรัฐฯ และยุโรป เพราะเทรนด์นี้ มีปัจจัยเกื้อหนุนมากมายให้สามารถเติบโตได้อีกมาก  

อ้างอิง : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐฯ (BIC)

           Business insider


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
115005 | 11/06/2019
จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า SME Update

จับ “ข้าว” ใส่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับวงการข้าวในบ้านเราไฮไลท์การประชุมโฟกัสไปที่ประเด็น “การเจาะตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทยในตลาดโลก”...
14818 | 04/07/2019
เทรนด์ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล ที่คุณต้องรู้ SME Update

เทรนด์ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล ที่คุณต้องรู้

ปัจจุบันคนกลุ่มมิลเลนเนียลเป็นผู้บริโภคที่นักการตลาดให้ความสำคัญ มีอิทธิพลต่อวงการอาหารและเครื่องดื่มอย่างมาก เนื่องจากคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญต่อสิ่ง...
7108 | 18/07/2019
banner
banner