ลดความเสี่ยง ทุนไทยแตกไลน์ต่างประเทศ

SME in Focus
10/06/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 574 คน
ลดความเสี่ยง ทุนไทยแตกไลน์ต่างประเทศ
banner


ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา ค่าเงินบาทผันผวน ตลอดทั้งกระแสโลกาภิวัฒน์ ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและสามารถแข่งขันคู่แข่งได้ ทางออกที่ดีที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจในเครือ คือ การขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

เมื่อมองดูโอกาสถึงความสำเร็จในการขายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ กลุ่มทุนรายใหญ่มีความสำเร็จมากกว่ารายเล็กเนื่องจากมีทุนหนาสายปานยาวกว่า ประกอบกับมีฐานกลุ่มลูกค้าอยู่ทั่วโลก เช่น บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรรายใหญ่ของไทย ซึ่งหลายทศวรรษที่ผ่านมาเดินหน้าลงทุนไปทั่วทุกภูมิภาค ทั้ง ผลิตอาหารป้อนตลาดทั่วโลกมากกว่า 30 ประเทศ

อีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยที่ขยับขยายไปลงทุนต่างประเทศต่อเนื่องในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คือ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เช่น เข้าไปตั้งโรงงานในเมียนมา กัมพูชา บังกลาเทศ ภูฏาณ เป็นต้น ส่วนยุโรป ที่ ฮังการี และแอฟริกาใต้ ที่ กานา

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี ได้เข้าไปลงทุนในประเทศเมียนมามานานกว่า 20 ปี เริ่มต้นด้วยจำหน่ายซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ก่อนขยายไปสู่สินค้าด้านบรรจุภัณฑ์ และการตั้งฐานการผลิต ในภูมิภาคอาเซียน เอสซีจีขยายการลงทุนเข้าไปในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย กัมพูชา เมียนมา ลาว โดยมีบริษัทในเครือกว่า 200 แห่ง

สำหรับสัดส่วนตลาดรวมของเอสซีจีในเมียนมาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนอยู่ที่ 11% เป็นตลาดสำคัญอันดับ 4 รองจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา แต่หากดูเฉพาะด้านการส่งออก เมียนมาถือเป็นตลาดสำคัญอันดับ 2 ของเอสซีจี รองจากอินโดนีเซีย

ไม่แตกต่างกับ กลุ่มทีซีซี (ไทยเจริญ คอร์ปอเรชั่น) ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอร์รายใหญ่ของไทย ส่งบริษัทในเครือไปซื้อและควบรวมกิจการทั่วโลก เช่น เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) ซื้อกิจการห้างค้าปลีก เมโทร แคช แอนด์ แครี่ เวียดนาม, ลงทุนเปิดห้างค้าปลีกเอ็ม-พ้อยท์ มาร์ทที่ลาว,ไทยเบฟเวอเรจ เข้าซื้อกิจการเครื่องดื่มเฟรเซอร์แอนด์นีฟ(เอฟแอนด์เอ็น)ในสิงคโปร์ เป็นต้น

ขณะที่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ลงทุนต่างประเทศผ่านบริษัทในเครือ เช่น บริษัทสิงห์ เอเซีย โฮลดิ้งส์ ซื้อหุ้น เมซานกรุ๊ป ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจเบียร์ในเวียดนาม และเปิดร้านไมโครบริวเวอรี่แบรนด์เอส.33 (EST.33) ที่ไมอามี่ สหรัฐอเมริกา

เช่นเดียวกับ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)  ผู้ผลิตพลาสติกและเมลามีนใช้ในครัวเรือนได้ ขยายฐานเข้าไปเปิดโรงงานในจีน อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม ซึ่งประเทศดังกล่าวถือว่าเป็นฐานส่งออกแทนไทย

ส่วน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเรื่องดื่มชูกำลัง หลังทำการตลาดในไทยประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เปิดเกมบุกตตลาดยุโรปเชิงรุก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และจีน

ในรอบหลายปีที่ผ่านมาไม่เพียงแต่กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยเท่านั้นที่ที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศ กลุ่มบริษัทขนาดกลางก็ได้ขยับขยายทยอยเข้าไปตั้งโรงงานในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงความไม่แน่นอนจากปัจจัยลบในประเทศที่ถาโถมเข้าใส่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หากมัวแต่ทำธุรกิจอยู่แต่ภายในประเทศโอกาสเสี่ยงสูงที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ การแตกไลน์ขยายเข้าไปลงทุนในต่างประเทศเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อาทิเช่น  บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI  เข้าไปตั้งโรงงานใน เวียดนาม เมียนมา ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย และ จีน

ทั้งนี้ไม่แตกต่างกับบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมและเครื่องดื่ม อาทิ แบรนด์เบนโตะ เจเล่ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การตลาดการประเทศควบคู่กับกับในไทยเพราะยุคนี้จะอยู่ในที่ตั้งไม่ได้ต้องออกไปเปิดตลาดต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงองค์กร โดยตั้งเป้า  2565-2566 เดินเครื่องเข้าไปตั้งโรงงานในจีน ฟิลิปปินส์ และกลุ่มประเทศ CLMV เพราะตลาดกลุ่มดังกล่าวมีศักยภาพและโอกาสการเติบโตทางธุรกิจสูง

สอดคล้องกับ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชั้นนำของไทย ก็ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากการเติบโตในต่างประเทศยังมีค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเอเชียอย่างในอินเดียโดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งบริษัทเดลต้าฯเข้าไปการลงทุนในอินเดียถือว่าเป็นการนำร่องก่อนขยายไปทั่วภูมิภาคเอเชียเพื่อจับกลุ่มลูกค้าอินเดีย

เช่นเดียวกับบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางมิสทีน หลังประสบความเสร็จในการทำการตลาดในไทยได้เข้าไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องสำองค์ในจีนเพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำตลาดเชิงรุกเพราะจีนถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีศักยภาพซื้อสูง ซึ่งก่อนหน้านี้ทดลองนำสินค้าไปจำหน่ายในจีนปรากฏว่าสาวๆรุ่นใหม่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ทำให้บริษัท เบทเตอร์เวย์ฯเปิดเกมรุกตลาดจีนเต็มรูปแบบ


ปัจจุบันนักลงทุนไทยยังคงขยายการลงทุนไปต่างประเทศต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับโลกาภิวัฒน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีบทเรียนจากอดีตหากไม่ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยธุรกิจถึงจะอยู่รอด


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30842 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18380 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11092 | 08/07/2019
banner
banner