‘ไวรัสอู่ฮั่น’ กับความเสียหายทางเศรษฐกิจจีน

SME Go Inter
05/02/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1246 คน
‘ไวรัสอู่ฮั่น’ กับความเสียหายทางเศรษฐกิจจีน
banner

แน่นอนว่าในมุมเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศจีน คือความสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่เฉพาะแค่ในประเทศจีน แต่หมายถึงโอกาสทางเศรษฐกิจทั่วโลก ข่าวการเสียชีวิตและการแพร่ระบาดที่ยังคงไม่มีทีท่าระงับลงได้ ถึงขนาดองค์การอนามัยโลกเตือนว่าการระบาดในประเทศจีนเข้าขั้น "มีความเสี่ยงสูง" แม้ยังไม่ประกาศเป็น "สถานการณ์ฉุกเฉิน" ต่อความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติการระบาดทั่วโลก ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยที่เคยใช้กับการระบาดของไข้อีโบล่า  

แม้การติดเชื่อจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2019 ทว่าการแพร่ระบาดอย่างหนักหน่วยกลับประจวบเหมาในช่วง วันหยุดเทศกาลตรุษจีนเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวจีน ผลจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในจีนที่เกิดขึ้นในมณฑลหูเป่ย รัฐบาลจีนได้ประกาศปิดการเข้าออกเมืองทั้ง 13 และสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วประเทศ อีกทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง และพิพิธภัณฑ์ ต่างพากันปิดให้บริการ การท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศถูกระงับ อุตสาหกรรมการขนส่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


อู่ฮั่น กับความสำคัญทางเศรษฐกิจจีน

เมืองอู่ฮั่นเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของจีน ถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่งของจีน มีท่าเรือขนาดใหญ่ที่สุดในแม่น้ำแยงซีเกียงตอนล่าง ถือเป็นศูนย์กลางการขนสินค้าในภูมิภาค และมีรถไฟความเร็วสูงเดินทางไปเมืองสำคัญต่างๆ ในภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก รวมทั้งกรุงปักกิ่งกับนครเซี่ยงไฮ้ ทำให้ในแต่ละวันจึงมีผู้คนเข้าออกเมืองอู่ฮั่นเป็นจำนวนมาก

ในด้านเศรษฐกิจนั้น อู่ฮั่นเป็นเมืองศูนย์กลางด้านคมนาคมและอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน จนถูกเรียกว่า “เมืองแห่งยานยนต์” เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์จาก Nissan, PSA, Honda, General Motors, Geely และ Renault รวมถึงซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์อีกมากมาย

โดยปกติผู้ผลิตรถยนต์จะถือสต็อคชิ้นส่วนรถยนต์ไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากใช้ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time Production Systems) ซึ่งจะสั่งชิ้นส่วนรถยนต์จากซัพพลายเออร์ตามจำนวนออเดอร์ผลิตรถยนต์เท่านั้น ทำให้การปิดเมืองอู่ฮั่นจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในจีนอย่างแน่นอน

ในส่วนของตัวเลข GDP นั้น ในปี 2562 ประมาณการว่า GDP ของเมืองอู่ฮั่นมีมูลค่า 1.6 ล้านล้านหยวน เติบโต 7.8% จากปีทีผ่านมา และคิดเป็น 4% ของ GDP ของทั้งประเทศจีน ในปี 2562 เมืองอู่ฮั่นมีมูลค่าการนำเข้าส่งออก 2.44 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13.7% จากปีก่อน นับเป็นมูลค่าสูงที่สุดเป็นสถิติใหม่ โดยการส่งออกมีมูลค่า 1.36 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อน และการนำเข้ามีมูลค่า 1.07 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 23.3% จากปีก่อน

เห็นได้ชัดว่า อู่ฮั่นเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน ดังนั้นการปิดเมืองย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน โดยเรื่องนี้นักวิเคราะห์คาดว่าการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่น จะกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในภาพรวม โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกจะต่ำกว่า 6% ตามที่ทางรัฐบาลจีนตั้งเป้าไว้  และการเติบโตของยอดค้าปลีกจะชะลอตัวลงเหลือเพียง  7.2% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8%

ขณะเดียวกันต่างเห็นตรงกันว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าโรคซาร์สในปี 2546 ซึ่งในครั้งนั้นส่งผลให้ยอดจองโรงแรมในประเทศจีนลดลง 60% ยอดเที่ยวบินระหว่างประเทศในพื้นที่เสี่ยงลดลง 70% ส่งผลกระทบต่อจีดีพีจีนถึง 2% สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index, CPI ) และดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index, PPI) นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีการขยับเพิ่มสูงขึ้นเหมือนกับในช่วงการระบาดของโรคซาร์ส

โดยในปี 2546 นั้นพบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ราคาผักสดที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2546 กอปรกับเป็นช่วงฤดูหนาว แต่ดัชนีราคาผู้บริโภคในส่วนของสินค้าเกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพ มีการปรับตัวขึ้นสูงที่สุดกว่าสินค้าชนิดอื่น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มยาจีนปรับตัวสูงขึ้นถึง 11.4% และดัชนีราคาผู้ผลิตในช่วงปลายปี 2545 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ดัชนีราคาผู้ผลิตยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ขยายตัว มีการปรับตัวลดลงเนื่องจากอุปสงค์ต่อสินค้าอุตสาหกรรมที่ลดลง


ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย

ปัจจุบันสถานการณ์การแพรระบาด ยังไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ชัดเจน เนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่และมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง อาทิ เรื่องสงครามการค้าจีน -สหรัฐฯ ที่ยังคงดำเนินอยู่ แต่สิ่งได้รับผลกระทบแน่นอนคือ เศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปี 2563 เนื่องจากการสั่งปิดเมืองทั้ง 13 เมือง การสั่งยกเลิกกิจกรรมเฉลิมฉลองตรุษจีน และการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในช่วงไตรมาสแรกจะต่ำกว่า 6% ตามที่ทางรัฐบาลจีนตั้งเป้าไว้  และการเติบโตของยอดค้าปลีกจะชะลอตัวลงเหลือเพียง  7.2% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8%

ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทยที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างสายการบิน และโรงแรม ที่พัก โดยจากสถิติของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าในช่วงไตรมาสแรก ปี 2562 (มกราคม มีนาคม 2562) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาทั้งหมดรวม 3.12 ล้านคน สร้างรายได้ 1.72 แสนล้านบาท

ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวในไตรมาสแรกนี้จะหายไปเกือบ 100% อย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในไตรมาสอื่นเพื่อมาชดเชย

สำหรับสถานการณ์ส่งออกของสินค้าไทยขณะนี้ สินค้าที่จีนหยุดนำเข้าในทันทีจากการปิดเมืองต่างๆ ได้แก่ กล้วยหอม และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ยังคงมีการปิดเมืองอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อการนำเข้า สินค้าผลไม้สดที่เน่าเสียได้ง่ายอื่นๆ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ ส่วนสินค้าอื่นคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก และการปิดเมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเลกทรอนิกส์ อาจจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการที่จะมีการสั่งสินค้าทดแทนในระยะสั้นนี้ได้

 

แหล่งอ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว

                     :  World Health Organization

                     : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


‘ไวรัสโคโรนา’ วิธีสังเกตอาการและป้องกันเบื้องต้น

ความจริง 20 ประการเกี่ยวเชื้อไวรัสโคโรนา


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230129 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
80856 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
34145 | 21/01/2020
banner