‘เดอลีฟ’ ยกระดับไม้ทานาคา เคล็ดลับความงามสาวพม่า สู่แบรนด์คนไทย ใส่นวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม

SME in Focus
29/01/2024
รับชมแล้วทั้งหมด 8549 คน
‘เดอลีฟ’ ยกระดับไม้ทานาคา เคล็ดลับความงามสาวพม่า สู่แบรนด์คนไทย ใส่นวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม
banner

สาว ๆ หลายคนคงรู้จัก ‘ทานาคา’ ไม้พื้นถิ่นของประเทศพม่าเป็นอย่างดี เนื่องจากพืชชนิดนี้มีคุณสมบัติและสรรพคุณมากมาย จึงไม่แปลกใจที่เห็นสาวพม่าส่วนใหญ่มีผิวพรรณดี เพราะใช้ทานาคากันมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็มีข้อเสีย คือ ไม่สะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะใช้แล้วทิ้งคราบเหลืองไว้บนใบหน้า ทำให้สาว ๆ แต่งหน้ายากขึ้น

จุดนี้เองที่ทำให้ คุณศุภชัย จูพานิชย์ ปิ๊งไอเดียนำทานาคามาปรับโฉมใหม่เป็นสินค้าสัญชาติไทยส่งไปเจาะตลาดพม่าได้สำเร็จ จนได้รับการยอมรับให้เป็นทานาคาระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ (De Leaf Thanaka) ก่อนจะหันมาทำตลาดในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายการเป็นแบรนด์สกินแคร์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมาก เขามีเคล็ดลับและแนวคิดอย่างไร ถึงบุกไปครองใจทั้งสาวพม่า สาวไทย และในอาเซียนได้ ไปค้นหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย


จุดเริ่มต้นจากตำนานไม้ความงามเมืองพม่า ทานาคา 

คุณศุภชัย จูพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีความสุขทุกวัน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง เดอลีฟ ทานาคา เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ช่วงที่ทำงานเป็นพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง มีโอกาสเดินทางไปประเทศพม่าบ่อยครั้ง จึงได้รู้จัก ‘ทานาคา’ ไม้ยืนต้นพื้นถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นไม้เศรษฐกิจของประเทศพม่า ชาวพม่าทั้งชายและหญิงกว่า 90% นิยมนำมาใช้บำรุงผิว ซึ่งการใช้ทานาคาแบบดั้งเดิมนั้น มาจากการนำเปลือกไม้ทานาคา พรมน้ำเล็กน้อยแล้วฝนกับหินขัด จะได้น้ำสีเหลืองนวลใช้ทาผิวหน้า และผิวกาย ข้อดีของไม้ทานาคา คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มีคุณสมบัติต่อต้านความเสื่อมของเซลล์ ช่วยชะลอความชราของผิว ควบคุมความมัน ป้องกันการเกิดสิว ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ป้องกันการทำลายผิวจากแสงแดด และยังช่วยให้ผิวรู้สึกเย็นสบายด้วยความเป็นไม้เนื้อเย็นของทานาคาอีกด้วย



แต่ก็มีข้อเสีย คือ ใช้ร่วมกับโมเดิร์นคอสเมติกไม่ได้ ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน มีแค่เพียงครีมหรือผงทานาคาที่ต้องนำมาผสมน้ำและยังทิ้งคราบเหลืองไว้บนหน้า ทำให้ไม่เหมาะกับการแต่งหน้า ทั้งที่ผู้หญิงพม่านิยมใช้ทานาคาอย่างมาก แต่รูปแบบการใช้ยังเป็นแบบดั้งเดิม จึงมองเห็นว่าทานาคาเป็นไม้ที่มีประโยชน์ต่อผิวมากมาย แต่ไม่มีใครนำมาพัฒนาต่อยอดเลย


นำไม้ความงามพม่าผสมผสาน นวัตกรรมที่ทันสมัย ใส่ส่วนผสมเกรดพรีเมียม

คุณศุภชัย ให้มุมมอง เมื่อเห็นว่ายังไม่มีผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ดูทันสมัยและตอบโจทย์กระแสความงามสมัยใหม่ได้ จึงมองว่าน่านำมาวิจัยและพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้คนยุคใหม่ ใช้แล้วไม่ทิ้งคราบเหลืองไว้บนใบหน้า จะทำให้สาว ๆ แต่งหน้าได้ง่ายขึ้น


จากประโยชน์อันมากมายของทานาคานี่เอง จุดประกายให้ คุณศุภชัย เริ่มคิดค้น และศึกษาเรื่องราวของทานาคา อย่างจริงจัง เป็นที่มาของการนำผงสกัดจากไม้ทานาคามาเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ ซึ่งเป็นการนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งกำเนิดคือพม่าทั้งหมดและคัดเลือกเฉพาะเกรดเอเท่านั้น โดยการนำเข้าจะเป็นแบบผงและแบบสกัด ทำให้ง่ายในการนำไปใช้เป็นส่วนผสม รวมทั้งการพัฒนาคิดค้นสูตรและใช้นวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยในประเทศ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ‘แป้งฝุ่นทานาคา’ กระป๋องสีเขียว สินค้าตัวแรกที่เปิดตลาด ตอบโจทย์การใช้งาน สามารถนำไปผสมน้ำ หรือทาหน้า ทาตัวได้เลย ไม่ต้องนำมาฝนกับหินให้ยุ่งยากอีกต่อไป


โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้ในประเทศพม่า เมื่อสาวพม่าเปิดใจรับสินค้าแบรนด์เดอลีฟ ทานาคา จึงต่อยอด พัฒนาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง


“เราใช้เวลาทดลองสูตรแป้งฝุ่นอยู่นานถึง 1 ปี จึงจะผลิตสินค้าออกมาทำตลาดให้โดนใจสาวพม่าได้ โดยระหว่างการปรับปรุงสูตรได้นำสินค้าไปให้สาวพม่าทดลองใช้ก่อน หลังจากผลิตสินค้าออกมาแล้ว อาศัยพันธมิตรชาวพม่าเข้ามาช่วยทำตลาดและกระจายสินค้า ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าโชคดีที่มีคนรู้จักในสายงานนี้ค่อนข้างมาก ตั้งแต่ที่ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ในตลาดอาเซียน จึงนำคอนเน็คชั่นมาใช้กับสินค้าของตัวเอง”


กลุ่มผลิตภัณฑ์ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ มีอะไรบ้าง

สำหรับผลิตภัณฑ์ของ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ จะแบ่งเป็น 2 เป็นกลุ่มหลัก คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) กับ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย (Cleansing)



โดยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เป็น ‘ทานาคา’ ประกอบด้วย

1. แป้งฝุ่นทานาคาแบบกระป๋อง (สีเขียว) มีกลิ่นหอม สดชื่น ปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใส ขาวเนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ปกปิดรอยจุดด่างดำปัญหาหน้าหมองคล้ำ ลดการเกิดผดผื่นคัน

2. แป้งทานาคา ซาติน สมูท ทรานซ์ลูเซนท์ พาวเดอร์แบบกระป๋อง (สีชมพู) จับกลุ่มเด็กวัยรุ่นไปจนถึงกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย เน้นใช้ง่าย ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก 



3. แป้งทานาคา ดูโอ โก บานาน่า ทรานลูเซนท์ ลูซ พาวเดอร์ จะเป็นกลุ่มที่เน้นเมคอัพมากขึ้น เป็นแป้งโปร่งแสง มี 2 เฉดสีในตลับเดียว คุมโทนเหลือง-ส้ม เหมาะกับคนที่มีผิวโทนน้ำผึ้งหรือผิวโทนเหลือง ช่วยขับผิวให้นวลเนียน และยังช่วยกลบรอยคล้ำหรือรอยดำจากสิวได้อย่างดี จนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Innovation Awards 
4. เดอลีฟ ทานาคามอยส์เจอร์ไรซิ่งครีม ครีมที่มีความเข้มข้นสูง ทั้งวิตามิน A,C,E และว่านหางจระเข้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ใบหน้า เหมาะกับสภาพผิวของคนไทย 


5. สบู่ เดอลีฟ ทานาคา มอยส์เจอร์ไรซิ่งไวท์เทนนิ่ง สบู่สารสกัดจากไม้ทานาคา ที่เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ผสานคุณค่าของ วิตามิน บี3 และ วิตามิน อี ช่วยบำรุงผิวให้ขาว สวย กระจ่างใส ชุ่มชื่น และ ขมิ้นชัน ช่วยลดการอักเสบ และระคายเคืองผิว - ปราศจาก SLS จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแม้ผิวที่บอบบาง

6. ครีมอาบน้ำ เซรั่มเข้มข้น เดอ ลีฟ ทานาคา ไวท์ แอนด์ สมูท เซรั่ม ชาวเวอร์ ครีม ครีมอาบน้ำเซรั่มเข้มข้น 2 in1 ทั้ง "อาบ" ทั้ง "พอก"ในขั้นตอนเดียว จากสารสกัดทานาคา น้ำผึ้งมานูก้าออร์แกนิกและน้ำแร่ธรรมชาติ เป็นสารสกัดจากทานาคาและวิตามินบี 3 บำรุงให้ผิวดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ

คุณสมบัติที่โดดเด่นของ ‘ทานาคา’ 
 - มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงซึ่งช่วยในการต่อต้านความเสื่อมของเซลล์ผิวได้อย่างล้ำลึก ชะลอวัยของผิวเป็นอย่างดี
 - ป้องกันการเกิดและลดการอักเสบสิว ควบคุมความมันลดจุดด่างดำและฝ้าบนใบหน้า
 - ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน(Melanin) ป้องกันการทำลายผิวจากรังสีทั้งUVA และ UVB
 - ให้ความรู้สึกเย็นสบายเมื่อสัมผัส

จุดเด่นที่แตกต่าง ของ เดอลีฟ ทานาคา 

การนำทานาคา มาใส่นวัตกรรมด้วยส่วนผสมระดับพรีเมียมเข้าไป ไม่ได้ทำให้คุณค่าหรือสรรพคุณของทานาคา ลดลง แต่ทำให้มีประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาผิวสูงขึ้น อย่างเช่น สบู่ทานาคา ผสมขมิ้น น้ำผึ้ง เข้าไปด้วย เป็นการผสมผสานคุณค่าความบริสุทธิ์จากธรรมชาติกับนวัตกรรมที่มีประโยชน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่ง มอยส์เจอไรเซอร์ จากทานาคาอย่างเดียวจะไม่ได้ทำให้ผิวชุ่มชื่นมากนัก แต่เมื่อเรานำมาใส่นวัตกรรม เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย ดังนั้นประโยชน์โดยร่วมจึงดีขึ้นอย่างแน่นอน


ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนผสมของ ‘ทับทิม’ จะใช้ในผลิตภัณฑ์เน้น ชะลอวัย (Anti-aging) การเกิดริ้วรอย การเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว โดยมีผลิตภัณฑ์เด่น คือ เดอ ลีฟ พอมิกราเนท เอจเลส โกลว์ มอยส์เจอไรซิ่ง เจล  ที่สกัดจากทับทิมและเมล็ดองุ่น โดยนำน้ำมันเมล็ดทับทิม มาเป็นสารปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ผสมกับน้ำมันเมล็ดองุ่น ที่อุดมไปด้วยสาร omega 6 โมเลกุลที่สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเรียบเนียน ส่วนสารสกัดจากเมล็ดข้าวโอ๊ต จากประเทศฝรั่งเศส ช่วยให้ผิวรู้สึกตึงทันทีที่ใช้ พร้อมฟื้นบำรุงผิว ริ้วรอยให้แลดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมี สบู่เดอ ลีฟ พอมิกราเนท เอจเลส โกลว์ และ เจลอาบน้ำ เดอ ลีฟ พอมีกราเนท โกลว์ แอนด์ เฟิร์ม เซรั่ม ชาวเวอร์ เจล  เป็นสารสกัดจากทับทิม ผสมกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ที่ปราศจาก SLS จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแม้ผิวบอบบาง 

“เราไม่ได้หยุดอยู่แค่ส่วนผสม 2 ชนิดนี้เท่านั้น แต่เอาส่วนผสมอื่นๆ จากธรรมชาติ ที่เป็นตำนานของแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศ มาเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของเรา เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด”



Key Success ของ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ คืออะไร?

ผู้บริหารหนุ่ม เปิดเผยถึง กลยุทธ์ที่เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางให้ธุรกิจเติบโตจนมาถึงทุกวันนี้ว่า เรายึดหลัก กลยุทธ์ 4 C เข็มทิศที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ได้แก่

1. Compass เข็มทิศ คือ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบความสุขให้ลูกค้า ด้วยสุขภาพผิวที่ดีมีชีวิตชีวา ผู้บริโภคใช้แล้วมีความสุข ขณะที่คู่ค้าเมื่อนำไปขายก็ต้องมีความสุขด้วยเช่นกัน 
2. Competency ความเหมาะสม คือ เราต้องรู้ว่า เราทำอะไรได้ดี เราจะทำสิ่งนั้น สิ่งที่เราชอบและถนัด  นำมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยการใส่ไอเดียสร้างสรรค์เข้าไป
3. Creativity ความคิดสร้างสรรค์ คือ ต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบสินค้า การขาย เช่น จากขายหน้าร้านก็นำสินค้ามาไลฟ์ขาย ให้ความรู้ อธิบายการใช้งานตัวสินค้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
4. Collaboration ความร่วมมือ คือ เดอลีฟ ไม่ได้มีทีมขายของตัวเอง จึงใช้วิธีจับมือกับ Local Partner ที่แข็งแรงในแต่ละประเทศเพื่อกระจายสินค้า เช่น ที่ประเทศพม่า เรามีตัวแทนจำหน่ายระดับกลางที่ขายสินค้าให้กับแบรนด์ชื่อดังมากมาย มีร้านค้าที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้กว่า 10,000 ร้านค้า ซึ่งเราจะหาคู่ค้าที่มีศักยภาพอย่างนี้ในทุกพื้นที่ ที่เราต้องการไปเปิดตลาด



ทำไม? ถึงต้อง ‘มีความสุขทุกวัน’

คุณศุภชัย เล่าถึงที่มาของชื่อ ‘บริษัท มีความสุขทุกวัน จำกัด’ ว่าเกิดจากความพยายามที่จะสร้าง และแชร์ความสุขให้กับคนที่อยู่รอบตัว เริ่มตั้งแต่พนักงานในบริษัทเราเอง ลูกค้า คู่ค้า รวมไปถึง แบรนด์ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ ที่ช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์

“เรามีความเชื่อง่าย ๆ ว่าความสุขสามารถเกิดขึ้นได้รอบ ๆ ตัว เช่น การได้ดูแลผิว หรือการได้ใช้ ได้กินอะไรที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย สุดท้ายอยากให้แบรนด์ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ สร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิง”



Timeline การเติบโตของ เดอลีฟ ทานาคา 

คุณศุภชัย บอกเล่าถึงเส้นทางการเติบโตของธุรกิจเริ่มจาก ปี 2010 เริ่มคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ปี 2011 เริ่มวางจำหน่ายแป้งกระป๋องเขียวที่พม่าเป็นประเทศแรก ปี 2012 กลับมาขยายตลาดที่ไทย ปี 2013 เปิดตลาดที่ลาว ปี 2017 ได้ตัวแทนจำหน่ายที่มาเลเซีย ปี 2018 เข้าไปขายในอีคอมเมิร์ซ Amazon ปี 2020 ได้ตัวแทนจำหน่ายที่เม็กซิโก ปี 2021 เข้าไปขายในอีคอมเมิร์ซ T-Mall Global ของจีน

“ในส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เราจะออกสินค้าใหม่ ปีละ 1 รายการ เพื่อแตกไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ในปี 2019 ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของทับทิม”



รางวัลการันตี คุณภาพ มาตรฐาน ‘เดอลีฟ ทานาคา’ 

ด้วยความมุ่งมั่นของคุณศุภชัย ที่ต้องการสร้างแบรนด์ไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากลให้เป็นที่รู้จักในภูมิภาคอาเซียน ทำให้ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ ได้รับรางวัล ASEAN Business Awards 2019 เป็นรางวัลที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council : ASEAN-BAC) และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เป็นเจ้าภาพจัดงานประกาศผลและมอบรางวัล ABA ให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อเชิดชูบริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพและมีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีส่วนส่งเสริมประชาคมเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Region)


ในปี 2020 ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล PM Export Award ภายใต้สาขา Best Thai Brand เป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ส่งออก เพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ของคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไทยในตลาดโลก โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนและส่งเสริมความสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีผลงานดีเด่น 



“หลักในการพัฒนาและผลิตสินค้า คือ ต้องมั่นใจจริง ๆ ว่าสินค้าของเรามีคุณภาพ จึงจะนำออกมาสู่ตลาด ที่สำคัญต้องมีราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ อยากให้แบรนด์ของเรา สร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิง ว่าตัวเองมีสุขภาพผิวที่ดี”

การทำตลาดของ เดอลีฟ ทานาคา 

ในส่วนของการทำตลาด คุณศุภชัย เจ้าของผลิตภัณฑ์ เดอลีฟ ทานาคา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการส่งออกในหลายประเทศ เช่น พม่า ลาว มาเลเซีย เม็กซิโก จีน และสหรัฐอเมริกา รวมถึงมุ่งทำตลาดในไทยมากขึ้น ซึ่งผลตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งมาจากชื่อของทานาคา ซึ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะสาวไทยเริ่มเข้าใจและได้มีโอกาสใช้ทานาคากันมากขึ้น ปัจจุบันมีวางขายในโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ เช่น แม็คโคร, โลตัส, บิ๊กซี และร้านสะดวกซื้อ เช่น โกลเด้นเพลซ, เลมอนฟาร์ม, 7-11 เป็นต้น รวมไปถึงช่องทางออนไลน์ เช่น shopee, Lazada, IG, TikTok เป็นต้น

“ช่วงแรกเราไปเสนอขอวางขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า หรือร้านเครื่องสำอาง ไม่มีใครสนใจ แทบจะขายไม่ได้เลย โชคดีที่มีร้านค้าด้านสุขภาพให้พื้นที่วางขาย ทำให้เราเริ่มมีที่ยืนในตลาดบ้าง หลังจากนั้นเริ่มทำการตลาดทั้งผ่านสื่อออนไลน์ ออฟไลน์ โดยใช้เวลาประมาณปีกว่าสาวไทยจึงเริ่มรู้จักมากขึ้น”

ช่วงโควิด เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ให้ธุรกิจยังโตได้

อย่างที่ทราบกันดีว่า ช่วงวิกฤตโควิด-19 หลายธุรกิจต้องปิดกิจการไป เพราะมาตรการป้องกันต่าง ๆ  ที่ทำให้เดินทางไปจับจ่ายซื้อของทำไม่ได้เหมือนเดิม คุณศุภชัย จึงต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นการชำระล้างมากขึ้น เช่น สบู่เหลว ส่วนช่องทางการขายในห้างต่าง ๆ ก็ลดลง เนื่องจากต้องล็อกดาวน์ตามมาตรการความปลอดภัยของรัฐ แต่มุ่งไปขายในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 แทน เพราะยังสามารถเปิดขายได้ ทำให้ผลประกอบการยังไปได้ดี ถือเป็นกระบวนเรียนรู้และการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ

“ช่วงโควิดเราได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่เราปรับตัวเร็ว จึงเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากวิกฤตการณ์ในครั้งนั้น”

ปรับกลยุทธ์ให้ธุรกิจไปต่อได้

ผู้บริหารหนุ่ม เผยถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกิจหลังโควิด ว่า ช่วงวิกฤตสถานการณ์โควิด ทำให้เราได้มาปรับกระบวนการคิด กลยุทธ์ในการทำงานใหม่ จากเดิมเรามีการวางแผนกลยุทธ์กันปีละครั้ง มาเป็นทุก 3 เดือน โดยทำ Business Review กัน รวมถึงเปิดรับเทคโนโลยี และเทรนด์ต่าง ๆ ให้ทันต่อสถานการณ์มากขึ้น อย่างเช่น ปีนี้ เราจะเน้นพัฒนา Generative AI เรียนรู้และนำเครื่องมือที่เป็น AI ต่าง ๆ มาใช้มากขึ้น เช่น Chat GPT หรือ Mid journey AI สายภาพประกอบ ที่สร้างภาพสวยล้ำจินตนาการมนุษย์ จากคำสั่งคีย์เวิร์ดที่เราป้อนลงไปเพียงแค่ไม่กี่คำ เป็นต้น 

“เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ทันโลกยุคใหม่ ถ้าเราหยุดเมื่อไหร่ธุรกิจจะนับถอยหลังและไปต่อไม่ได้ในที่สุด”

วางเป้าหมายในอนาคตไว้อย่างไร?

คุณศุภชัย เผยวิสัยทัศน์ว่า อนาคตอยากให้ ‘เดอลีฟ ทานาคา’ เป็นแบรนด์ที่สามารถอยู่ในตลาดที่เป็น Regional Market ในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญสามารถส่งมอบความสุขให้ทุกคนได้อย่างแท้จริง ทั้งกับทีมงาน คู่ค้า และผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีแผนจะออกในปี 2024 นี้ คือ กลุ่ม Sun Care ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำ Research คาดว่าจะออกวางจำหน่ายในปีนี้



ฝากแง่คิดสำหรับ SME 

ก่อนจบการสนทนา คุณศุภชัย ได้แชร์แนวคิดการทำธุรกิจในยุคนี้ว่า อยากให้นำกลยุทธ์ 4 C ไปลองปรับใช้เพื่อเป็นเข็มทิศนำทาง อาจช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ไม่มากก็น้อย สิ่งที่คุณศุภชัย ฝากมาย้ำให้เจ้าของธุรกิจทุกคน คือ ต้องทำธุรกิจด้วยใจรักอย่างมีความสุข ที่สำคัญต้องพยายามใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปเยอะ ๆ สุดท้ายคือ การมีคู่ค้าที่ดี ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแน่นอน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ :


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ถอดแนวคิด ‘เนวิลล์ ฟู้ด’ ฟาร์มแม่ไก่อารมณ์ดี - โปรตีนจิ้งหรีด เทรนด์อาหารแห่งอนาคตสร้างความยั่งยืน รับเทรนด์ Future Food

ถอดแนวคิด ‘เนวิลล์ ฟู้ด’ ฟาร์มแม่ไก่อารมณ์ดี - โปรตีนจิ้งหรีด เทรนด์อาหารแห่งอนาคตสร้างความยั่งยืน รับเทรนด์ Future Food

เมื่อโลก กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่จากการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้คาดการณ์ว่า ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนจากปัจจุบันที่มีอยู่ราว…
pin
166 | 20/06/2024
แชร์ประสบการณ์ เจ้าของแบรนด์ดัง ปูไข่ดอง by ‘ปองไคดู’ สร้างโอกาสจากวิกฤตได้อย่างไร? ให้สามารถสร้างยอดขายสู่ หลักล้าน

แชร์ประสบการณ์ เจ้าของแบรนด์ดัง ปูไข่ดอง by ‘ปองไคดู’ สร้างโอกาสจากวิกฤตได้อย่างไร? ให้สามารถสร้างยอดขายสู่ หลักล้าน

หากใครกำลังสนใจอยากเริ่มธุรกิจอาหารทะเลสด ห้ามพลาดกับการแชร์เรื่องราวจากประสบการณ์จริง ของแบรนด์ปูไข่ดอง ยอดขายหลักล้าน โดย คุณตรีชาวัชร์…
pin
263 | 18/06/2024
‘ขอนแก่นแหอวน’ ต้นแบบการสืบทอดธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน สู่ผู้นำตลาดแหอวนบนเวทีโลก

‘ขอนแก่นแหอวน’ ต้นแบบการสืบทอดธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน สู่ผู้นำตลาดแหอวนบนเวทีโลก

การก่อตั้งธุรกิจในรูปแบบของ ‘ธุรกิจครอบครัว’ มักจะมีคำกล่าวว่า “ธุรกิจครอบครัว อยู่รอดได้ไม่เกิน 3 ชั่วอายุคน” กล่าวคือ ช่วงแรกเป็นช่วงที่เริ่มสร้างกิจการ…
pin
543 | 14/06/2024
‘เดอลีฟ’ ยกระดับไม้ทานาคา เคล็ดลับความงามสาวพม่า สู่แบรนด์คนไทย ใส่นวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม