เป็นไปได้หรือไม่? ธุรกิจแท็กซี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นในไทย

SME Go Inter
11/09/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 651 คน
เป็นไปได้หรือไม่? ธุรกิจแท็กซี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นในไทย
banner

ในยุคการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ที่รับผลกระทบไปเต็มๆ เนื่องจากผู้โดยสารมีกังวลถึงความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสจากผู้อื่น ทำให้ไม่กล้าใช้บริการ


แต่ตอนนี้ความกังวลที่ว่าอาจหมดไป เมื่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศจีนอย่าง ‘Baidu’ เปิดตัวนวัตกรรมแท็กซี่ไร้คนขับที่ชื่อว่า ‘Robotaxi’ พร้อมให้บริการในเมืองปักกิ่งทั้งหมด 10 คัน รับผู้โดยสารอายุ 18-60 ปีเท่านั้น และในอนาคตจะขยายไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศอีกด้วย


โดยออกแบบวิธีการเรียกใช้บริการให้มีความสะดวกสบายด้วยระบบ 5G Remote Driving Service ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถเรียกรถได้โดยใช้แอปพลิเคชัน Apollo Go จากนั้นก็สแกนรหัส QR เพื่อยืนยันตัวตนและเข้าไปในรถกดปุ่ม Start the Journey เพื่อเริ่มเดินทาง โดยรถจะขับเคลื่อนก็ต่อเมื่อปิดประตู และรัดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วเท่านั้น


นอกจากนี้ในประเทศสิงคโปร์ ยังเริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับแล้วเช่นกัน โดยมีผู้ผลิตจากบริษัท ‘NuTonomy’ ที่ทำงานโดยใช้ระบบ LIDAR ซึ่งเป็นระบบเหมือนกับเรดาร์ แต่ใช้แสงเลเซอร์แทน ประกอบกับกล้อง 6 ตัวที่แผงควบคุมหน้ารถ ที่คอยมองหาการจราจรและสิ่งกีดขวางอื่นๆ เริ่มต้นให้บริการในย่านที่เรียกว่า One–North โดยจำกัดพื้นที่ให้บริการภายใน 6 กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,250 ไร่ ซึ่งขณะนี้ยังจำกัดทั้งบริเวณและผู้ใช้ 


ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


 

นวัตกรรมเปลี่ยนโลกยานยนต์ เชื่อมั่นได้มากแค่ไหน?


สำหรับผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับเชื่อว่าประโยชน์สูงสุดคือลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งมักเกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังสามารถแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกาย และทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ตามกฎจราจร การสัญจรสะดวก การจราจรไม่ติดขัด


เนื่องจากรถทุกคันสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระเบียบด้วยระบบไร้คนขับ ทั้งนี้ยังช่วยให้คนพิการ เช่น คนพิการทางสายตาสามารถใช้รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัยต่อพวกเขา นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ


ซึ่งตอนนี้ในต่างประเทศมีการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับแล้วนับล้านกิโลเมตร เพื่อให้รถยนต์ไร้คนขับได้เรียนรู้สภาพแวดล้อมต่างๆ ของประเทศนั้นๆ อีกด้วย


ส่วนอีกด้านก็มองถึงข้อจำกัดอื่นๆ ว่า ปัจจุบันคนที่ใช้รถยนต์ไร้คนขับนั้นมีจำนวนน้อยมาก บางครั้งพฤติกรรมการขับขี่ของรถยนต์คันอื่นอาจทำให้รถยนต์ไร้คนขับเกิดความผิดพลาดหรืออุบัติเหตุขึ้นได้ เช่น การขับปาดหน้า ขับจี้ท้าย หรือแม้แต่ขับย้อนศร เนื่องจากรถยนต์ไร้คนขับอาจตัดสินใจผิดพลาดได้

 

 

จุดเปลี่ยนพนักงานขับรถสาธารณะ


ไม่เพียงเท่านี้อีกก็มองว่านวัตกรรมแท็กซี่ไร้คนขับที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จะทำให้อาชีพพนักงานขับรถไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไปในอนาคต ซึ่งข้อนี้พนักงานขับรถต้องปรับตัวเป็นอย่างยิ่งในการจะประกอบอาชีพต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้เป็นอย่างมาก


แต่ปัจจุบันนี้ด้วยข้อจำกัดของรถยนต์ไร้คนขับหลายๆ อย่างที่เป็นข้อเสีย ทำให้อาชีพพนักงานขับรถยังไม่มีสิทธิ์จะตกงานง่ายๆ แน่นอน ถึงแม้ว่าอนาคตข้างหน้ารถยนต์ไร้คนขับจะเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว แต่ก็ยังต้องการมนุษย์ที่ทำหน้าที่ซ่อมบำรุงและเก็บค่าโดยสารอยู่ พนักงานขับรถจึงทำได้เพียงแค่ต้องรู้จักปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อบำรุงรักษา ตั้งค่าโปรแกรม และเรียนรู้ระบบเก็บค่าโดยสารของรถยนต์ไร้คนขับด้วย

 

 

โอกาสธุรกิจแท็กซี่ไร้คนขับที่จะเกิดขึ้นในไทย


แน่นอนว่าการจะเริ่มใช้งานแท็กซี่ไร้คนขับในประเทศไทยในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ในประเทศนั้นถือว่ายังไม่มีความพร้อม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้งานได้ ซึ่งอาจจำกัดการใช้งานรถยนต์ไร้คนขับบางพื้นที่ก่อนที่มีความพร้อมเช่น บนทางด่วน มอเตอร์เวย์ หรือแม้แต่การนำร่องใช้ระบบรถยนต์ไร้คนขับในพื้นที่ระยะใกล้ๆ เช่น การส่งสินค้า ระบบรถประจำทางที่จอดตามป้ายเท่านั้น


สำหรับปัญหาตอนนี้ คือราคาของรถยนต์ไร้คนขับมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก ทำให้การซื้อรถยนต์ไร้คนขับสำหรับบุคคลทั่วไปแทบเป็นไปไม่ได้เลย ตัวอย่างเช่น ราคาของ Tesla Model S ที่เป็นรถยนต์ไร้คนขับมีราคาที่ขายในประเทศไทยคือ 6.5 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงมากสำหรับบุคคลทั่วไป แต่ในอนาคตราคาของรถยนต์ไร้คนขับก็มีแนวโน้มที่จะลดลง จนคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย ถ้ารัฐบาลให้การสนับสนุน

 

 

เพราะสิ่งสำคัญที่จะกำหนดว่าเทรนด์รถแท็กซี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลแต่ละประเทศเป็นสำคัญ ว่าจะออกกฎหมายรองรับรถไร้คนขับได้เร็วแค่ไหน และมีนโยบายส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ส่วนในภาคเอกชนก็ต้องมีความร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรถไร้คนขับ รถพลังงานไฟฟ้า และผู้ผลิตพลังงานทางเลือก เพื่อทำให้เทคโนโลยีรถไร้คนขับเป็นทางเลือกที่ราคาถูก เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และลดต้นทุนการประกอบการของระบบขนส่งมวลชนแห่งอนาคตอย่างแท็กซี่ไร้คนขับ


ในอนาคตอันใกล้อาจจะได้เห็นรถยนต์ไร้คนขับออกมาวิ่งบนถนนในประเทศไทยอย่างแน่นอน รวมไปถึงราคาของรถยนต์ไร้คนขับที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

ดังนั้น รถยนต์ไร้คนขับจึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ในยุคนี้ และผู้ผลิตรถยนต์หลายบริษัทกำลังพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับออกมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการเริ่มต้นเทคโนโลยีใหม่ที่หวังว่าจะช่วยให้การขับรถและการใช้ถนนง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นด้วย

 

 

 

แหล่งอ้างอิง : https://www.xinhuathai.com/vdo/181437_20210228


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้…
pin
232338 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ…
pin
86088 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด…
pin
40747 | 10/10/2020
เป็นไปได้หรือไม่? ธุรกิจแท็กซี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นในไทย