ลุย "อี-คอมเมิร์ซจีน" เอสเอ็มอีก็ทำได้

SME in Focus
03/09/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 529 คน
ลุย "อี-คอมเมิร์ซจีน" เอสเอ็มอีก็ทำได้
banner

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สื่อสารเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นตั้งแต่ตื่นนอนก็ต้องเริ่มกิจกรรมต่างๆผ่านมือถือ ทั้งเช็คอีเมลล์งาน ประชุม สื่อสาร รวมถึงไปการช็อปปิ้ง ซึ่งทุกคนต่างหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ลดเวลาในการเดินทางไปช็อปปิ้งตามห้างร้านต่างๆ ลง "อี-คอมเมิร์ซ" จึงมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ซึ่งถือเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ โตเร็วที่ท้าทายพ่อค้าแม่ค้าทั่วโลกไม่น้อย 

ข้อมูลจาก Chinainternetwatch ระบุว่าในปี 2017 ยอดซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านทางออนไลน์ของคนจีนพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 67 จากปีก่อนหน้านี้ โดย 3 เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมาก ได้แก่ Tmall, Kaola และ JD.com  ซึ่งในรายงานของ World Economic Forum ก็ระบุว่าจีนเป็นประเทศที่มีการเติบโตของผู้บริโภคสูงสุดในโลกด้วย

สอดรับกับข้อมูล  Alibaba ที่ระบุว่าปี 2017 ยอดจำนวนค้าทางออนไลน์พุ่งสูงกว่า 168,000 ล้านหยวน ในขณะที่ JD.com อยู่ที่ 127,000 ล้านหยวน เป็นอัตราที่เติบโตกว่าปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 50  โดยเฉพาะยอดขายในเทศกาลวันคนโสด ตรุษจีน และวันวาเลนไทน์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 รัฐบาลจีนได้ปรับลดภาษีอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดน  (e-Commerce Cross Broder Tax) ลงเหลือ 9.1% จากเมื่อต้นปี 2562 ที่เคยลดไปแล้ว 1 ครั้ง จาก 11.9% เหลือ 11.2%  เพื่อกระตุ้นการค้าข้ามพรมแดน ผ่านเส้นทางสายไหมใหม่ "One Belt One Road" มุ่งที่จะซื้อทั่วโลก-ขายทั่วโลก 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 




30 % คือโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

ขณะที่ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดการค้าออนไลน์ของจีน “นายเซน หลี่” กรรมการผู้บริหาร บริษัท Britech (Thailand) จำกัด ในฐานะรองประธานสมาคมการค้าเอสเอ็มอีไทย-จีน และที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในจีน มีมูลค่า 300,000 ล้านหยวน หรือ 1.5 ล้านล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก ตามจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 57% ของจำนวนประชากรจีน และหากเทียบกับตลาดสหรัฐ ซึ่งมีผู้ใช้ถึง 80% ของประชากร 

สำหรับ SMEs ที่สนใจเจาะตลาดอีคอมเมิร์ชจีนมีเพิ่มขึ้นเป็น 100% แต่โอกาสที่จะประสบความสำเร็จกลับมีเพียง 30% เท่านั้น เอสเอ็มอีไทยจำเป็นต้องปรับแนวทางในการรุกตลาด โดยสิ่งแรกจะต้องเลือก "มณฑล" ที่เป็นเป้าหมายก่อน มณฑลที่เหมาะสมกับสินค้าของเรา ไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว เพราะถึงแม้ว่าตลาดเหล่านี้จะมีกำลังซื้อสูงแต่โอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงสินค้าแบรนด์จากยุโรป หรือจะเดินทางไปซื้อสินค้าไทยด้วยตัวอย่างย่อมสามารถทำได้

ดังนั้นหลายคนเริ่มจะไดัยินภาครัฐเร่งผลักดันกลยุทธ์เจาะตลาด เรียกว่า "ตลาดเมืองรอง"  เช่น ชานซี (Shanxi),ฉ่านซี (Shaanxi),เหอหนาน (Henan),อานฮุย (Anhui) และหูเป่ย์ (Hubei) ซึ่งส่วนใหญ่จะในภูมิภาคตอนกลางของประเทศ พื้นที่ไม่ติดทะเล ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้จะต้องใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าจะไปเมืองใหญ่ หรือเดินทางมายังประเทศไทย จึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าไทยได้

ยกตัวอย่างเช่น เหอหนาน เมืองหลวงคือ เจิ้งโจว มีประชากร 108 ล้านคน มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 5 ของจีน ต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว รายได้เฉลี่ย 25,000-30,000 บาท/คน/เดือน หากจะเดินทางมายังประเทศไทย สามารถใช้ได้เพียง 2 สายการบิน คือ ไทยสมายล์ กับไชน่าเซาเทิร์น และใช้เวลาบินถึง 4-4.5 ชั่วโมง เป็นต้น

เลือกแพลตฟอร์มที่ใช่

แนวทางในการเลือก "แพลตฟอร์ม" นั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเลือกแพลตฟอร์มสัญชาติชาติจีนที่เป็นเจ้าตลาด  2 แบรนด์ คือ JD.COM  หรือ Alibaba  ได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญไปมากยิ่งกว่านั้นคือ “กลยุทธ์การทำตลาดออนไลน์” ซึ่งมีโจทย์ว่าทำอย่างไรให้โดนใจคนจีน ประเด็นนี้ "นายหลี่" แนะนำว่า เอสเอ็มอีต้องต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่หว่านไปทั่วทั้งหมด เช่น เจาะตลาดเครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิงที่อยากขาว ไม่ใช่รวมทุกๆอย่างไว้ครีมชนิดเดียว จุดนี้สำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจกับผู้บริโภค โดยเฉพาะชาวจีนรุ่นใหม่ที่เน้นสินค้าที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยและหรูหรา เป็นต้น

และสุดท้ายที่ลืมไม่ได้เลย คือ การวางงบประมาณการทำการตลาดที่เหมาะสม เช่น 3 ปีแรก ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในด้านการตลาด เพื่อโปรโมทให้สินค้าติดตลาด หลังจากนั้นอาจจะลดงบประมาณลงมา เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้หลังจากสินค้าติดตลาดไปแล้ว 

Market Insight อีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศในเอเชีย

โจทย์ใหม่ค้าปลีก พฤติกรรมผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป !

 



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
31005 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18486 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11233 | 08/07/2019
banner
banner