รู้ทันตลาด...ก่อนผงาดไปจีน

SME in Focus
04/07/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 348 คน
รู้ทันตลาด...ก่อนผงาดไปจีน
banner

รู้ทันตลาด...ก่อนผงาดไปจีน         

รูปแบบการค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี สภาพสังคม เศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ผู้ค้าหรือผู้ให้บริการต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ขณะที่เทรนด์การค้าออนไลน์ที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะภายในประเทศ แต่เป็นการค้าแบบไร้พรมแดน นับเป็น Emerging Markets ที่เป็นแรงผลักให้ผู้ประกอบการค้าปลีกแบบออฟไลน์ และออนไลน์ต่างงัดกลยุทธ์เพื่อให้สามารถแข่งขัน และเติบโตได้ท่ามกลางสมรภูมิการค้าที่ดุเดือด  

ดังนั้นการศึกษาตลาดรูปแบบใหม่ หรือการเรียนรู้เทรนด์ที่เกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพจึงมีความจำเป็นอย่างมากต่อการค้าในยุคปัจจุบัน โดย คุณธนาวัฒน์  มาลาบุปผาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Thai e-Commerce Association) กล่าวว่า ประเทศที่มีการค้าออนไลน์มากที่สุดในโลกเมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนการค้าปลีกทั้งประเทศคือ ประเทศจีน มีสัดส่วน 20 % ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งประเทศ มากกว่าสหรัฐอเมริกาที่มีสัดส่วนการค้าออนไลน์ 18 %  


“กล่าวได้ว่าการค้าออนไลน์ในจีนโตที่สุด และมีศักยภาพมากที่สุดในปัจจุบัน นั่นเท่ากับว่าในอนาคตข้างหน้า โอกาสการเติบโตยังมีอีกเป็นสิบเท่า”

ขณะที่ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายออนไลน์ในประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมด มีมูลค่าเพียง 2-3 % ของมูลค่าปลีกทั้งหมด ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นได้ชัดว่า ที่ผ่านมาเรามองว่าการค้าออนไลน์ในประเทศเติบโต แต่เมื่อดูสัดส่วนในประเทศยังถือว่านี่เพิ่งเริ่มต้น และจะขยายได้มากกว่านี้อีกมาก และนี่คือโอกาส

ค้าออนไลน์ไทยทะลุ 1.2 ล้านล้านภายใน 5 ปี

นายกสมาคมอีคอมเมิร์ซไทย ระบุอีกว่า จากข้อมูลปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าออนไลน์ของไทยแบบB2C และ C2C มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท ดังนั้น ถ้ามองว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30 % ต่อปี ในอีก 5 ปีข้างหน้า การค้าออนไลน์ของไทยจะมีมูลค่าถึง 1.2 ล้านล้านบาท นั่นแปลว่า ถ้าสามารถตั้งเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจการค้าออนไลน์ของคุณเองได้ถึง 30 % ต่อปีหรือมากกว่านั้นก็ยังได้ เพราะตลาดมันยังเติบโตได้อีกมาก

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการค้าออนไลน์จะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เห็นได้ชัดว่าผู้ประกอบการค้าออนไลน์ในปัจจุบัน จะมีการทำการตลาดแบบ Target Marketing คือ การทำตลาดเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือ ชอบสินค้าที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นเรื่อง เทรนด์จึงเป็นสิ่งชี้วัดการได้ไปต่อของธุรกิจการค้าออนไลน์  โดยมี 6 เทรนด์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวงการค้าออนไลน์

ค้าออนไลน์ – โซเซียลมีเดีย เส้นแบ่งที่บางลง

คนไทยชอบพูดคุย การปฏิสัมพันธ์กับการค้าเริ่มแยกกันไม่ออก ทั้งปัจจุบันมีการพัฒนาระบบ Live Streaming ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ค้ากับผู้ซื้อมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น แม้แต่ Search Engine  อย่าง Google ก็มีความพยายามผันตัวมาเป็น Marketplace ซึ่งนี้เป็นเทรนด์ใหม่ในสหรัฐฯ แต่เดิมบริการของ Google คือการสืบค้นข้อมูล แม้แต่การซื้อโฆษณาเพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาร้านค้าเราเจอ แต่ Google จะเปลี่ยนไปเป็น Marketplace ที่ช่วยในการขายสินค้าคุณโดยเก็บเป็นค่าคอมมิชชั่นในการขายสินค้าให้เรา นี่คืออนาคตอันใกล้ จับตาเทรนด์นี้ และฉกฉวยโอกาสให้ดี

Voice Commerce กำลังมา

Amazon ค้าปลีกระดับโลกได้พัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถส่งการทำงานต่างๆ ด้วยคำสั่งเสียง ทั้งต่อยอดด้วยการนำเครื่องมือดังกล่าวมาผสานกับการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยที่ผู้ใช้สามารถระบุคำสั่งซื้อด้วยเสียง หรือที่เรียกว่า Voice Commerce นี่จึงเป็นมิติใหม่อีกขั้นที่ล้ำกว่าแบบเดิม ไม่จำเป็นต้อง ‘คลิก’ การค้าออนไลน์ในยุคต่อไป แค่ พูดก็สามารถซื้อสินค้าได้

E-Marketplace เป็นความท้าทายใหม่

ผู้ให้บริการ E-Marketplace มีความพยายามในการหากำไรมากขึ้น รูปแบบที่ผู้ให้บริการช้อปปิ้งออนไลน์ผลิตสินค้าในกลุ่มที่ผู้ประกอบการขายอยู่ ในราคาที่ต่ำกว่าเพื่อขายแข่ง เทรนด์นี้เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ รวมทั้งร้านค้าโมเดิร์นเทรดในปัจจุบัน ที่ผลิตสินค้าแบบเดียวกับแบรนด์ในราคาที่ต่ำกว่า ดังนั้นการสร้างแบรนด์ และดึงดูดลูกค้าให้สามารถมาซื้อของจากคุณโดยตรงจะสำคัญมาก และต้องไม่พึ่งพาช่องทางออนไลน์เดียว หรือแพลตฟอร์มเดียวในการทำตลาดออนไลน์

Cross-border e-commerce มีบทบาทมากขึ้น

การค้าออนไลน์แบบไร้พรมแดนจะมีความสำคัญมาก จากข้อมูลที่ไพรซ์ซ่าเก็บรวบรวมในปีที่ผ่านมา มีการซื้อสินค้าจาก LAZADA  มีทั้งหมด 75 ล้านชิ้น และ 80 % คือสินค้าที่ส่งมาจากประเทศจีน ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการค้าออนไลน์ต้องรู้คือ ปัจจุบันกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน 80 % คือคู่แข่งที่ไม่ได้อยู่ในประเทศ การแข่งขันในทุกวันนี้ไร้พรมแดน ดังนั้นต้องหาช่องทางโดยตรงที่สามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าของคุณเอง

AI จะมีบทบาทมากขึ้น

เทรนด์นี้ผู้ให้บริการ E-Marketplace จะใช้เทคโนโลยี Robot และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคัดเลือกสินค้าให้ตรงใจสำหรับผู้บริโภค โดยการให้ระบุข้อมูลส่วนตัวแล้วนำมาประมวลผลจนได้พฤติกรรมความชื่นชอบของแต่ละคน กลายเป็นว่าการค้าออนไลน์ในอนาคต จากเดิมที่เราเป็นคนเลือก จะเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์โดย AI วิเคราะห์ และเลือกให้เราแทน เกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกา

Omni Channel คืออนาคต

อีคอมเมิร์ซในไทยมีมูลค่าตลาดเพียง 2-3 % เมื่อเทียบกับค้าปลีกทั้งหมด ดังนั้น 97 % คือการค้าปลีกแบบออฟไลน์ ที่มีมูลค่าการค้ารวมถึง 3.2 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ดังนั้นการค้าออนไลน์ คือรูปแบบใหม่ที่คุณใช้สำหรับการเก็บข้อมูล ศึกษาช่องทาง พฤติกรรมของลูกค้า และก็ต้องไม่ลืมที่จะใช้ช่องทางออฟไลน์

‘Omni Channel’ การผสมผสานหลากหลายช่องทางการขายเข้าด้วยกัน เพราะทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต่างก็มีจุดดี จุดด้อยของตัวเอง อย่าโฟกัสเพียงรูปแบบเดียวหรือช่องทางเดียว แต่ต้องผนวกเข้าด้วยกัน สุดท้ายลูกค้าก็ต้องการช่องทางที่สะดวกกับพวกเขามากที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ (Seamless Experience) ให้ได้

กรณีศึกษา E-Commerce Park ทางรอดธุรกิจไทย

สำหรับการค้าแบบไร้พรมแดน การที่จะเข้าไปบุกตลาดต่างประเทศ นอกจากรู้เรา และยังต้อง รู้เขาโดยในที่นี้เรากำลังระบุถึง การบุกตลาดจีน โดยกูรูที่จะมาโฟกัสภาพชัดๆ ในเรื่องนี้คือ คุณณัฐพร วุ่นกลิ่นหอมายกสมาคมดิจิทัลไทย (Thai Digital Trade Association) และผู้ช่วยผู้อำนวยการ ETDA นักพัฒนาโครงการระบบแพลตฟอร์มการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลเพื่อการค้าและการพัฒนามูลนิธิแจ็คหม่า ที่ปรึกษาอาวุโสสมาคมอีคอมเมิร์ซจีนแผ่นดินใหญ่ เขาคนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนไทยที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับ แจ็คหม่า เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซแดนมังกร ที่จะมาเล่าถึงการสร้าง E-Commerce Park ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และขับเคลื่อน GDP ของจีน และเป็นกรณีศึกษาสำหรับอีคอมเมิร์ซไทยที่จะรุกตลาดจีน E-Commerce Park สถานที่ ‘Everything’ ให้คนทำธุรกิจ E-Commerce



ก็เหมือนโรงเรียนสอนทำธุรกิจที่เริ่มตั้งแต่คนที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลยตั้งแต่ระดับ MSMEs (Micro, Small, Medium and Enterprise) เป็นเหมือนระบบ E-Commerce Ecosystem ของจีน นึกภาพนิคมอุตสาหกรรมที่มีทุกอย่างที่ธุรกิจต้องการ บริการด้านธุรกรรมรวมทั้งการจัดหาวัตถุดิบ และต่อรองให้ได้ต้นทุนที่ต่ำสุด ผสมกับการเป็น โรงเรียนประจำ ที่ต้องกินนอนภายในนั้น


ผู้ประกอบการในแต่ละปาร์คสามารถเข้าไปเรียนรู้อบรมคอร์สระยะสั้น และระยะยาว วัดผลกันที่ออเดอร์และยอดขาย เมื่อจบหลักสูตรการเรียนปฏิบัติจริงในการทำธุรกิจ มีใบปริญญารับรองให้ไปกู้แบงก์ได้สูงสุด 5 แสนหยวน โดยในปัจจุบันจีนมี ปาร์ค เกือบ 2 พันแห่งทั่วประเทศ มากที่สุดคือที่หางโจว พื้นที่ของอาลีบาบา ในแต่ละปาร์คจะมีการผลิตสินค้าเฉพาะด้าน เช่น ปาร์ครองเท้าจะผลิตเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรองเท้า ปาร์คโทรศัพท์มือถือก็จะผลิตแต่ที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ ลองนึกภาพนิคมอุตสาหกรรมที่มีไลน์ผลิตสินค้าที่ซัพพลายกันได้ทั้งหมด

ธุรกิจ E-Commerce Park ตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์สำคัญคือ พาสินค้าจีนออกสู่ตลาดโลกให้เร็วที่สุด ถูกที่สุด และมากที่สุด โดยทำให้ที่ทำงานเป็นเหมือนโรงเรียนกินนอนแถมมีซัพพลายสินค้าทุกอย่างในปาร์ค ทำให้ทุกอย่างมีต้นทุนที่ต่ำแถมลดภาษีในบางส่วน เน้นผลิตสินค้าครั้งละมากๆ ในราคาต้นทุนที่ต่ำ ...สิ่งนี้ทำให้สินค้าที่ซื้อจากจีนราคาจะถูกจนเหลือเชื่อ ทำให้เห็นได้ว่าที่ผ่านมาสินค้าราคาถูกจากจีนจำนวนมากทะลักเข้าไทย ทั้งแบบนำเข้าและช่องทางอีคอมเมิร์ซที่ส่งตรงจากผู้ผลิต ...เพราะจีนสามารถผลิตสินค้าได้ต้นทุนที่ต่ำ นี่คือบทสรุปของการมีปาร์คนั่นเอง

คำถามคือเราจะแข่งกับจีนหรือรุกตลาดจีนได้อย่างไร เมื่อจีนแข็งแกร่งขนาดนั้น ?

คุณณัฐพร สรุปว่า อย่างแรกถ้าจะแข่งขัน ไทยต้องมีปาร์ค ซึ่งตอนนี้อาจเป็นเรื่องที่ไกลตัวไป ดังนั้นจึงใช้วิธีที่ 2 คือ ไม่ต้องแข่ง แต่ใช้ลักษณะการเข้าไปเป็น Partner แต่สิ่งที่ต้องทำก่อนไปคือ ต้องไปจดสิทธิบัตร จดเครื่องหมายการค้า จดอนุสิทธิบัตร  รวมทั้งถ้าเป็นของกินของใช้ก็ต้องมีมาตรฐานที่จีนรับรองก่อน เรื่องนี้สำคัญมากศึกษาให้ดี  สินค้าไทยที่คนจีนนิยมมีทั้งที่เกี่ยวกับความงามและอาหาร 


ทางด้าน คุณวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประธานในการจัดงานสัมมนา “รุกตลาดไทย บุกตลาดจีนด้วยอีคอมเมิร์ซ" ที่จัดขึ้นโดยธนาคารกรุงเทพฯ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในการค้าออนไลน์ และการค้าไร้พรมแดนเพื่อขยายช่องจำหน่ายสินค้าไปตลาดจีน ได้กล่าวในการปาฐกถาเปิดงานสัมมนาดังกล่าวว่า โลกแห่งการติดต่อสื่อสารทำให้รูปแบบการค้าเป็นการค้าไร้พรมแดน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าร้าน หรือเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น

ขณะที่ประเทศจีนนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากในด้านอีคอมเมิร์ซ  ข้อมูลสหประชาชาติได้ประมาณการว่า ปี 2562 นี้ จีนจะมีประชากรประมาณ 13,395 ล้านคน นับเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และนับเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แต่การจะทำการค้ากับจีนให้ประสบความสำเร็จ ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และจับทิศทางของการค้าออนไลน์กับประเทศจีนให้ถูกจุด ธนาคารกรุงเทพ จึงจัดสัมมนา "รุกตลาดไทย บุกตลาดจีนด้วยอีคอมเมิร์ซ" ครั้งนี้ เพื่อมาแนะนำผู้ประกอบการในเรื่องเทรนด์ในปัจจุบันของอีคอมเมิร์ซ รวมถึงแนวทาง และลู่ทางการค้าออนไลน์ กับประเทศจีน เพื่อให้สามารถเติบโตและต่อยอดการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ดาวโหลด Presentation วิทยากร ณัฐพร วุ่นกลิ่นหอม http://bit.ly/2JpdGkX


 

 

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30157 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18056 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
10535 | 08/07/2019
banner
banner