ทุนจีนแห่ปักธงใน EEC หนี Trade War ยืดเยื้อ

SME in Focus
05/07/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 792 คน
ทุนจีนแห่ปักธงใน EEC หนี Trade War ยืดเยื้อ
banner

แม้ว่าเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ( G20) ซัมมิตร 2019"ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ตลาดทุนทั่วโลกคลายวิตกกังวลลงไปอีกเปราะหนึ่ง หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และ นายสี่ จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เห็นพ้องยุติสงครามการค้าระหว่างกันโดยยึดมั่นบนพื้นฐานเศรษฐกิจเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกัน

แต่นักธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าจะ จบง่าย ขนาดนั้นและเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายกว่าจะบรรลุข้อตกอย่างถาวรคงอีกยาวนาน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงกลุ่มนักธุรกิจจีนจึงมองหาช่องทางการเข้าไปลงทุนต่างยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งในกลุ่มชาติเอเชีย และภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อาเซียน)เนื่องจากสหรัฐฯไม่ได้มุ่งเน้นกลุ่มประเทศดังกล่าว ทำให้ถนนลงทุนทุกสายของกลุ่มนักธุรกิจมุ่งเป้าหมายโยกฐานผลิตมายังประเทศไทยมากกว่าชาติอาเซียนด้วยกันเพราะไทยได้เปรียบทางด้านสมรภูมิที่ตั้งและด้านโครงสร้างพื้นฐานทันสมัยที่เอื้ออำนวยให้กับนักลงทุนจีนมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


สอดคล้องกับหนังสือพิมพ์ Nikkei Asian Review ของญี่ปุ่น ระบุว่า สงครามการค้าระหว่าง สหรัฐอเมริกากับจีนที่ต่างฝ่ายต่างตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กันเพื่อกีดกันการนำเข้าสินค้าระหว่างกันและกันนั้นทำให้เศรษฐกิจตลาดโลกซบเซา แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้ชาติอาเซียนพลอยได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าวดึงดูดนักลงทุนจากจีนหลั่งไหลย้ายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคอื่นๆแทน

โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนาม เมียนมา ลาว กัมพูชา รวมถึงประเทศไทย ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้วางรากฐานขับเคลื่อนโครงการต่างๆเพื่อรองรับนักลงทุนทั่วโลกและนักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นพันธมิตรคู่ค้าสำคัญของไทยไม่แตกต่างกับสหรัฐอเมริกา

นับตั้งแต่สหรัฐฯเปิดศึกสงครามการค้ากับจีนยืดเยื้อยาวนานส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบริษัทเล็กบริษัทใหญ่ของจีนทำให้ต้องย้ายฐานการผลิตไปนอกประเทศจำเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทขนาดใหญ่ที่ทั่วโลกรู้จักเข้ามาตั้งฐานในไทย เช่น Holley Group บริษัทผลิตมิเตอร์ไฟฟ้าที่มีต้นกำเนิดในเมืองหังโจว ประเทศจีน เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะของ จ.ระยอง โดยใช้ชื่อ Holley Group Electric Thailand เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์บางส่วนป้อนไปยังตลาดสหรัฐฯ แคนาดาและยุโรป

เช่นเดียวกับ Zhongce Rubber Group Thailand ได้ตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราเป็นยางมอเตอร์ไซค์ มีเป้าหมายส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ยุโรป รวมถึงประเทศในกลุ่มอาเซียนฯลฯ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ของไทย  รายงานระบุว่า ปี 2561 มีการลงทุนจากจีนยื่นความจำนงเข้ามาลงทุนในไทย จำนวน 131 โครงการ มูลค่า 55,475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% จากปี 2560 ที่มีการลงทุนเพียง 87 โครงการ มูลค่า 27,514 ล้านบาท  

ข้อมูลล่าสุดในปี 2562เฉพาะในพื้นที่ EEC มีนักลงทุนจากจีนเข้ามาลงทุนมีมูลค่าถึง  54,400.84 ล้านบาท  สัดส่วน 7.59 % ถือเป็นกลุ่มทุนต่างชาติอันดับ 3 ที่มีการลงทุนใน EEC รองจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ตามลำดับ


ทุนจีนกว่า 100 แห่งปักหลักชลบุรี-ระยอง

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการตลาดของนิคมอุตสาหกรรมอมตะ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2562 มีบริษัทจีนมากกว่า 100 แห่ง มีความสนใจย้ายฐานการผลิตจากจีนมาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะจ.ชลบุรี และ จ.ระอง ผลจากสงครามทางการค้าที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตหลากหลายประเภท ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน ปัจจัยบวกที่นักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสหกรรมอมตะจ.ชลบุรี และจ.ระยอง เนื่องจากมีความสะดวกสบายในส่งออกสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉลังส่งป้อนตลาดโลก

โดยปี 2561 นิคมอุตสาหกรรมอมตะขายที่ดินไปแล้วเกือบ 1.7 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งปิดยอดขายให้กับนักลงทุนจากจีนได้จำรวนหลายแสนตารางเมตร ให้กับ บริษัท Zhenxiong Copper ผู้ผลิตลวด และ บริษัท Delong ผู้ผลิตเหล็กกล้า แม้ทั้ง 2 บริษัทจะดำเนินการในไทยอยู่ก่อนหน้านี้แล้วแต่ได้เพิ่มทุนขยายโรงงานผลิตเพื่อรองรับผลกระทบจากสงครามการค้า อย่างไรก็ตามสงครามการค้าครั้งนี้กลับยิ่งกระตุ้นให้นักลงทุนจีนเข้ามาขยายกิจการในไทยมากเพิ่มขึ้นเพราะไม่อยากเสียลูกค้าซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ

“36.5% ของบริษัทในนิคมอมตะซิตี้ จ.ระยอง เป็นบริษัทสัญชาติจีน มากกว่าบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมอมตะมายาวนาน ราคาที่ดินในนิคมฯเพิ่มสูงขึ้นจากตารางเมตรละ 5,300 บาทเป็น 6,900 บาท แต่ ไม่ได้มีแต่นิคมอุตสาหกรรมอมตะเท่านั้นทีได้ประโยชน์จากการหลั่งไหลการเข้ามาของกลุ่มทุนจีน ยังมี WHA (WHA Industrial Development) ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมอีกรายก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน”นายวิบูลย์ กล่าว

ยานยนต์ –ยางล้อ – เคมี ลงทุนยอดนิยม

ด้าน น.ส.จรีพร จารุกรสกุล  ซีอีโอของ WHA ยืนยันว่า ได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าเต็มๆโดยในปี 2561 สามารถขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม WHA ได้ถึง 1.6 ล้านตารางเมตร ในจำนวนนี้ 40% เป็นบริษัทสัญชาติจีน และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีนักลงทุนจีนเข้ามาเพิ่มอีก

เช่นที่ผ่านมา Hong Kong-listed Prinx Chengshan Shandong Tire ได้นำร่องก่อสร้างโรงงานที่ จ.ชลบุรี โดยลงทุนครั้งแรก 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อผลิตยางรถยนต์ให้ได้ 4 ล้านคัน และรถบรรทุกอีก 8 แสนคันต่อปี โดยแผนดังกล่าวจะเร่งขยายไลน์การผลิตตั้งแต่กลางปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งในปีนี้ยังมีบริษัทชั้นนำของจีนติดต่อขอเข้ามาลงทุนด้วยจำนวนมาก

อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่มา คือ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ และคอนซูเมอร์ ซึ่งจากที่จีนเผชิญสงครามการค้ากับสหรัฐ การมาตั้งโรงงานที่ไทยเพื่อผลิตส่งออกไปตลาดเดิมอย่างสหรัฐ และยังมีตลาดสหภาพยุโรป การมาลงทุนผลิตในไทยทำให้จีนสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นอีก”น.ส.จรีพร กล่าว

นายเชอ หงจื้อ ประธานบริษัท เฉิงซาน กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2559 ยิ่งเมื่อเจอสงครามการค้าทำให้กระตุ้นการตัดสินใจเข้ามาลงทุนที่ไทยเร็วขึ้น โดยจะตั้งโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ที่นิคมอีสเทิร์นซีบอร์ด 3 พื้นที่ 280 ไร่ ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกที่ออกมาลงทุนต่างประเทศ ด้วยเม็ดเงิน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 20,100 ล้านบาท) แบ่งออกเป็น 3 เฟส เป้าหมายผลิตยางรถยนต์และยางรถบรรทุก 12 ล้านเส้น ส่งออก 90% ขายในประเทศไทย 10% ภายใน 5 ปี ใช้น้ำยางในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ 180,000 ล้านตัน และยางส่วนอื่นอีกประมาณ 50,000-60,000 ตัน

โดยเฟส 1 เริ่มก่อสร้างโรงงานเดือน เม.ย. 2562 แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งจะผลิตยางรถยนต์ 10 ล้านเส้น ยางรถบรรทุก 5 แสนเส้น ส่วนเฟส 2 ผลิตยางรถยนต์ตามดีมานด์ในตลาด และเฟส 3 ผลิตยางรถยนต์ให้ได้ครบ 12 ล้านเส้น การลงทุนครั้งนี้ยังได้สิทธิประโยชน์จากบีโอไอ สูงถึง 8 ปี ลดหย่อนภาษี 50% อีก 5 ปี


เห็นได้ชัดว่ากลุ่มนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่แห่ย้ายฐานการผลิตเพื่อหนีสงครามการค้าเข้ามาปักธงยังประเทศไทย สิ่งหนึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นลงทุนไทย และเชื่อมันในแหล่งซัพพลายวัตถุดิบของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยางพารา 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
31005 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18486 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11233 | 08/07/2019
banner
banner