สัญญาณเงินเฟ้อ–เฟดปรับนโยบายการเงิน ส่งสัญญาณอะไรต่อเศรษฐกิจไทย

SME in Focus
10/09/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 4076 คน
สัญญาณเงินเฟ้อ–เฟดปรับนโยบายการเงิน ส่งสัญญาณอะไรต่อเศรษฐกิจไทย
banner

ผลจากการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบ และมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน รวมถึงประเทศไทยที่แม้ปัจจุบันจะสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด 19 ได้แล้ว แต่จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ต้องหยุดชะงักทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ จำต้องมีการลดแรงงานคนและปรับรายได้เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้อยู่รอด ก็ยังส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึงการใช้จ่ายภายในประเทศที่ฝืดเคืองลงอย่างเห็นได้ชัด

ทางเศรษฐศาสตร์การเงินเรียกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง จากสถานการณ์ด้านสินค้าและบริการเดือนพฤษภาคมที่พบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนพฤษภาคมเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ลดลง 3.44% ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่อง 3 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ซึ่งอาจทำให้ไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อยังลดง เป็นผลจากสถานการณ์โควิด 19 และราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุดนับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ที่เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนสิงหาคม 2563 เท่ากับ 102.29 เพิ่มขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา แต่ลดลง 0.50% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นับจากเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ติดลบ 3.44% มิถุนายน 2563 ติดลบ 1.57% และกรกฎาคม 2563 ติดลบ 0.98% และหดตัวในอัตราที่น้อยลงเรื่อยๆ ถือว่าต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 8 เดือนของปี 2563 (มกราคม-สิงหาคม) ลดลง 1.03%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อติดลบน้อยลง มาจากการลดลงของสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.73% เช่น การขนส่งและการสื่อสาร ลดลง 4.50% จากการลดลงของราคาน้ำมัน ส่งผลให้กลุ่มพลังงานลดลง 9.70% ค่าโดยสาร เช่น รถไฟลอยฟ้า ค่าเรือ ลดลง 0.02% การสื่อสาร เช่น เครื่องรับโทรศัพท์มือถือ ลดลง 0.04% เคหสถาน เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ำประปา น้ำยาปรับผ้านุ่ม ลดลง 0.12% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลดลง 0.04% ค่าทัศนาจร ห้องพักโรงแรม ลดลง 0.22%

แต่หมวดการรักษาและบริการส่วนบุคคล เช่น ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า ค่าแต่งผมชาย เพิ่มขึ้น 0.31% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 1.62% โดยเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการบริโภค เช่น ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง เพิ่มขึ้น 1.49% เนื้อสัตว์ เป็ด สัตว์น้ำ เพิ่มขึ้น 3.12% โดยเฉพาะเนื้อสุกร ที่ราคายังทรงตัวสูง ตามความต้องการทั้งในและต่างประเทศ ผักสด เพิ่มขึ้น 13.94% เช่น ผักชี มะเขือเทศ ต้นหอม ถือว่าราคาสูงสุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากฝนตกชุก ทำให้ผักเสียหาย เครื่องประกอบอาหาร เพิ่มขึ้น 3.09% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 1.96% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่มขึ้น 0.48% นอกบ้าน เพิ่มขึ้น 0.88% แต่ผลไม้ ลดลง 4.99%

อย่างไรก็ตามแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2563 และเดือนต่อๆ ไป คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ลดลง เพราะทิศทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จากภาคเกษตรที่ผลผลิตทางการเกษตรหลายรายการมีราคาสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอย และยังได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการของรัฐที่ผลักดันให้คนมีงานทำ การแจกเงิน 3,000 บาทเพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้า การส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันก็ไม่เป็นปัจจัยกดดัน เพราะยังทรงตัว ไม่เพิ่มและไม่ลดมาก ทำให้ทั้งปี ยังคาดการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบ 1.5% ถึงลบ 0.7% ค่ากลางอยู่ที่ลบ 1.1%

 

เฟดปรับนโยบายการเงินแบบยืดหยุ่นอาจส่งผลต่อค่าเงินของไทย

ขณะเดียวกันจากรณีที่ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยแนวทางใหม่ในการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ โดยปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานสูงขึ้นในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า

โดยเฟดประกาศว่าทางธนาคารจะปรับเปลี่ยนแนวทางการกำหนดทิศทางเงินเฟ้อใหม่ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำได้นานขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมตลาดแรงงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ต่อไป ทั้งเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ ทำให้เฟดดำเนินการล่วงหน้าด้วยการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อาจก่อตัวขึ้น

เฟดจะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2%

นักวิเคราะห์มองว่า เฟดกำลังบอกว่าจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ และกำลังบอกว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงอีกต่อไป แต่อย่ากังวลว่าเงินเฟ้อจะไม่ฟื้นตัว แม้ว่าจะไม่ได้กำหนดเป้าหมายอัตราการว่างงานในวงกว้างหรือสำหรับกลุ่มประชากรบางกลุ่ม แต่แนวทางนี้อาจช่วยแก้จุดอ่อนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจได้

ประเด็นนี้ นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า กรอบการดำเนินนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีความยืดหยุ่น เพราะนอกจากจะพิจารณาจากมิติด้านเงินเฟ้อแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และระบบเสถียรภาพระบบการเงินด้วย

นอกจากนี้ ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) ยังสามารถใช้เครื่องมือที่หลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในนั้นๆ เช่นในบริบทปัจจุบัน มีการใช้เครื่องมือทางนโยบายด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ย เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) และการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเงิน เป็นไปในทิศทางที่เกื้อหนุนกัน

ขณะที่ผลกระทบต่อไทยซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า มีแนวโน้มสูงที่ดอลลาร์จะอ่อนตัวและทำให้เงินบาทแข็งค่า และยิ่งจะทำให้การแข่งกันการค้าในตลาดโลกของสินค้าไทยแพงขึ้น มีต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของไทยในไตรมาสสุดท้าย ทั้งยังเป็นตัวเร่งให้ภาวะเงินเฟ้อในไทยลดลงอีก แม้ปัจจุบันจะมีทิศทางดีขึ้นแต่ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงช่วงที่ผ่านมายังเป็นผลกระทบจากโควิด 19 และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ดังนั้นการปรับนโยบายการเงินของเฟดครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.commercenewsagency.com/

https://www.bloomberg.com/ 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


หรือนี่จะเป็นตอนอวสานของอาชีพประมงไทย

เทรนด์เทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการแข่งขันในอนาคต



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
147349 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33590 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20578 | 14/06/2019
สัญญาณเงินเฟ้อ–เฟดปรับนโยบายการเงิน ส่งสัญญาณอะไรต่อเศรษฐกิจไทย