ธุรกิจที่พัก รู้ก่อนที่จะทำผิดกฎหมาย

SME Update
22/09/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 3392 คน
ธุรกิจที่พัก รู้ก่อนที่จะทำผิดกฎหมาย
banner

ทำความเข้าใจในเบื้องกันก่อนว่า การทำธุรกิจที่พักแรมนั้นไม่ว่าจะเรียกชื่อตัวเองว่าอย่างไร เช่น เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ โฮมสเตย์ เกสต์เฮ้าส์ รีสอร์ท ฟาร์มสเตย์ ฯลฯ หากเข้าองค์ประกอบของคำนิยามว่า โรงแรม ก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

โดยคำว่า โรงแรม ตามมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 บัญญัติไว้ว่า คือ  สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน

ส่วน “ผู้พัก” หมายความว่า คนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดที่ใช้บริการที่พักชั่วคราว ทั้งนี้ไม่รวมถึง

1. สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวซึ่งดําเนินการโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเพื่อการกุศล หรือการศึกษา ทั้งนี้โดยมิใช่ เป็นการหาผลกําไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน

2. สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการที่พักอาศัยโดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น

3. สถานที่พักอื่นใดตามที่กําหนดในกฎกระทรวง 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 



กฎกระทรวง ตรงนี้มีประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ

คำสั่ง คสช. มาตรา 44  เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 คือ อนุญาตให้ผู้ที่เป็นอาคารเก่าเป็นโรงแรม สามารถทำกิจการโรงแรมในพื้นที่ผังเมืองห้ามทำโรงแรมได้ โดยต้องทำให้สำเร็จได้รับใบอนุญาตการเปลี่ยนแปลงการใช้งานอาคารก่อนกฎหมายปี 2559 หมดอายุซึ่งกฎหมายนี้จะหมดอายุภายใน 18 สิงหาคมปี 2564

อย่างไรก็ตามยังคงมีผู้ประกอบการผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 จึงได้มีหนังสือด่วนที่สุดฉบับหนึ่ง จากปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ  สาระหลักคืออนุญาตให้ผู้ที่ทำโรงแรมผิดกฎหมายสามารถไปแจ้งรายงานตัว กับหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องการก่อสร้าง โดยประโยชน์จากการไปแจ้งคือโรงแรมแห่งนั้นจะได้รับการยกเว้นโทษจับ  ไปจนกระทั่งวันเวลาที่กฎหมายนี้หมดอายุในเดือนสิงหาคม 2564 นี่คือโอกาสสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ทำโรงแรมและยังผิดกฎหมายอยู่

กรณีที่เข้าข่ายโรงแรมคือ 1. ทำธุรกิจที่พัก 2. เป็นที่พักแบบชั่วคราว (น้อยกว่า 30 วัน) และ 3. ได้รับค่าตอบแทนจากผู้มาพักกฎหมายโรงแรมถือว่าท่านทำธุรกิจโรงแรม

ดังนั้นตามมาตรา 15 บังคับว่าท่านต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (ร.ร. 2) หากไม่มีก็มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

ด้วยเหตุนี้ จะอ้างว่าไม่รู้หรือตีความกฎหมายแบบเลี่ยงบาลี อย่างไรก็ตามแต่หากมีการขอตรวจสอบใบอนุญาตและไม่มี ตามมาตรา 44 ของกฎหมายควบคุมอาคารก็อนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งระงับการใช้อาคาร หากมีการฝ่าฝืนอีกก็มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าปฏิบัติให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ นอกจากผิดกฎหมายโรงแรมแล้ว ยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 33 ซึ่งห้ามไม่ให้ใช้อาคารผิดประเภทที่ขอใบอนุญาตก่อสร้างไว้ คือ ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมก็นำอาคารมาทำโรงแรมไม่ได้ แน่นอนว่าอาจโดนสองเด้ง 

หลายคนอาจมีคำถาม ฟาร์มสเตย์ โฮสเตย์ เกตส์เฮ้าส์ ที่อยู่อาศัยที่เปิดให้เช่า ที่มีกันกลาดเกลื่อนในปัจจุบัน กำลังทำผิดกฎหมายอยู่หรือไม่ ...โดนมั้ย

สำหรับสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งกำหนดว่าถ้ามีห้องพักรวมกันไม่เกิน 4 ห้อง ในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง และมีผู้เข้าพักไม่เกิน 20 คน ไม่ถือว่าเป็นโรงแรม แต่จะเรียกว่าเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม หรือต้องเป็นกิจการที่เป็นรายได้เสริม เช่น รายได้หลักมาจากอาชีพการเกษตร กรณีฟาร์มสเตย์อาจเข้าข่ายนี้ได้ แต่ก็ต้องไปจดทะเบียนกับกรมการปกครองและส่งข้อมูลผู้มาพักให้กับตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน



อาคารชุดละ เข้าข่ายหรือไม่ ?

แน่นอนว่าเข้าเต็มๆ เพราะผู้ที่ต้องการซื้ออาคารชุดที่ผู้สร้างอาคารชุดขาย บางรายประชาสัมพันธ์ว่าลงทุนเฉพาะเงินดาวน์ ส่วนที่เหลือจะมีผู้นำห้องไปให้เช่ารายวันหลังจากหักเงินที่ต้องผ่อนส่งรายเดือนแล้วยังมีส่วนเกินได้อีก ทำให้ผู้เข้าใจผิดไปซื้ออาคารชุดเหล่านี้ ซึ่งจริงๆ มันผิด

เนื่องจากพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา17/1 วรรคสอง คือ ห้ามผู้ใดประกอบการค้าในอาคารชุด มีโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ แถมยังต้องผิดตามกฎหมายควบคุมอาคารว่าด้วยการใช้อาคารผิดประเภทอีกด้วย

ให้ต่างชาติเช่ายิ่งผิดสองเด้งเพราะ...

ผู้ที่ประกอบธุรกิจให้เช่าที่พักชั่วคราวที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจะผิดตามกฎหมายต่าง ๆ ข้างต้นแล้วยังต้องมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 อีกด้วย กล่าวคือ “เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัยจะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

ทั้งหมดนี้คือข้อสรุปสำหรับคนที่จะทำหรือกำลังทำธุรกิจที่พักต้องรู้ เพื่อที่คุณจะไม่ทำผิดกฎหมาย 

คนไทยใช้เวลาวางแผนท่องเที่ยวกว่า 10 ชั่วโมงต่อทริป 

อายุก็แค่ตัวเลข ...ใครว่าคนสูงวัยเริ่มก่อตั้งธุรกิจไม่ได้





Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข้าไปในระบบ…
3489170 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้าน…
125247 | 11/06/2019
โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนชาวไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมล่วงเลยเข้ามาเป็นเวลา 4 เดือนแล้วและยังไม่รู้ชะตากรรมชีวิตวิกฤติครั้งจะจบวันไหนและเมื่อไหร่…
116949 | 12/04/2020
ธุรกิจที่พัก รู้ก่อนที่จะทำผิดกฎหมาย