เมกะเทรนด์ “อาหารเพื่อความยั่งยืนของโลก”

SME in Focus
13/08/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 558 คน
เมกะเทรนด์ “อาหารเพื่อความยั่งยืนของโลก”
banner

องค์กร Food and Agriculture Organization หรือ FAO ได้ประมาณการไว้ว่า ในปี 2593 ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.6 พันล้านคน หรือมีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรประมาณ 35%  โดยทวีปแอฟริกาจะเป็นเบอร์หนึ่งของโลกที่มีประชากรเพิ่มขึ้นถึง 109 %  ส่วนลาตินอเมริกา ,อเมริกาเหนือ และเอเชีย ประชากรจะเพิ่ม  20% ยกเว้น จีน ไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะที่ยุโรปการเพิ่มขึ้นของประชากรจะติดลบที่ -4

สิ่งที่น่าจับตาของการเพิ่มขึ้นของปริมาณประชากรโลกในแต่ละพื้นที่คือ ความต้องการอาหาร ที่เพียงพอ อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันประชากรโลกในบางพื้นที่ยังมีการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่ทั่วโลกประชากรมีปัญหาด้านน้ำหนักตัวมากเกินไป และ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นในโลกนี้จะกลายเป็นของเสียทั้งจากการบูดเน่า นี่จึงเหตุผลที่โลกต้องการสมดุลด้านอาหาร หรือที่เรียกเทรนด์นี้ว่า อาหารเพื่อความยั่งยืนของโลก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ลองดูข้อเท็จจริงเหล่านี้

โลกที่หิวโหย - 300 ล้านคนเป็นตัวเลขของเด็กๆทั่วโลกที่ยังอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร(อ้างอิงจากตัวเลขขององค์การอาหาร และการเกษตรแห่งสหประชาชาติFAO)

The Most Innovative Country in Food Tech - สหรัฐอเมริกาอินเดียจีนเยอรมนีและสหราชอาณาจักร คือ 5 ประเทศที่มีการลงทุนเรื่องนวัตกรรมอาหารสูงที่สุด ในโลก

Tech in Food Industry Big Data -การใช้ส่วนประกอบใหม่ๆในการปรุงอาหาร และเทคโนโลยีการผลิตอาหารเพื่อทดแทนสิ่งเดิม เป็น 3 เรื่องที่ผู้ผลิตให้ความสนใจมากในอุตสาหกรรม การเกษตรแบบมหภาค

สำหรับเรื่องของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน มีเมกะเทรนด์ของโลกที่จะส่งผลกระทบแนวคิดการสร้างความยั่งยืนด้านอาหารของโลก คือ

1.ประชากรโลกเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณความต้องการอาหารของโลกเพิ่มขึ้นทุกปี

2.EU เอเชีย กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

3.แอฟริกา อัตราการเพิ่มขึ้นของประชาการอย่างรวดเร็ว

4.สภาวะโลกร้อน สภาพอากาศแปรปรวนทำให้โลกผลิตอาหารได้น้อยลง

5.นวัตกรรมอาหารจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น มีการนำนวัตกรรมไปต่อยอดเพื่อการพัฒนาด้านอาหาร

6.ระบบเศรษฐกิจหนุนเวียนจะมีบทบาทมากขึ้น-บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

7.เทรนด์ผู้บริโภคจะซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

 

Circular Economy สร้างความยังยืนด้านอาหารของโลก       

เราทราบดีว่าอุตสาหกรรมอาหารจึงถือเป็นกุญแจหลักสำคัญ ที่จะชี้วัดความยั่งยืนของมนุษย์ในอนาคต จึงมีการรณรงค์ให้อุตสาหกรรมอาหารในอนาคตเน้นกระบวนการผลิตเพื่อสร้างความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ “Circular Economy”

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า Circular Economy คืออะไร Circular Economy คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังงานหมุนเวียน การให้ความสำคัญต่อประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และตั้งราคาที่สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงซึ่ง Circular Economy สามารถทำได้ทั้งในระดับบุคคล ภาคธุรกิจ สังคม ประเทศ และนำมาประยุกต์ได้ทั้งทุกภาคส่วน ในระดับบุคคล แค่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และทำให้เกิดการสูญเสียให้น้อยที่สุด ภาคธุรกิจ ถือเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องคิดแทนผู้บริโภคด้วยการหาวิธีที่ทำให้สินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ที่ตนผลิตนั้นย่อยสลายให้ได้มากที่สุด หรือนำมากลับมาใช้ใหม่อย่างไรได้บ้าง เช่น ผู้ผลิตเครื่องดื่มอาจจะใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วแทนพลาสติก โดยใช้น้ำฝนในการล้างบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาบรรจุใหม่ หรือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์เฉพาะที่สามารถนำไปเติมเครื่องดื่มได้ตามตู้กดเมื่อต้องการ เรียกรวมว่าทุกอย่างต้องคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะที่ในมุมของการสร้างความยั่งยืนในด้านอาหาร ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการผลิตยังไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนใช้ทรัพยากรเกินความต้องการ เกิดของเสีย ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้โลกใบนี้แปรปรวนเพราะขาดความสมดุล ที่สำคัญการผลิตแบบอุตสาหกรรมอาหารในแบบเดิม กลับไม่ได้สร้างผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ปลอดภัย มีคุณค่าอาหารสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

มาร์ค บัคลี่ย์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Adaptive Nutrition Joint ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ผู้ที่มีความปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงโลก ยกตัวอย่างว่า กระบวนการผลิตอาหารตามแนวคิด Circular Economy ว่าที่ผ่านมาบริษัทมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นเองเป็นแห่งแรก เช่น การทำการเกษตรแนวดิ่ง (Vertical Farming) ด้วยการนำน้ำฝนมาใช้รดน้ำต้นไม้ นับได้ว่าเป็นการทำการเกษตรระบบปิดที่นำทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้มาใช้ในการผลิตอาหาร โดยไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปตลอดทั้งปี ทำให้สามารถปลูกผลการผลิตได้ถึง 30 ครั้ง ถ้าเทียบกับการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมที่พึ่งพึงธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีกระบวนการผลิตทางเลือกอีกมายมายที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารอันเกิดจากวิธีการทำการเกษตรหรือประมงที่ไม่มีความยั่งยืน (เช่น Over Fishing) และมีการนำมาทำแล้วในหลายประเทศ เช่น การปลูกพืชควบคู่


ไทย กับความยั่งยืนด้านอาหาร

สำหรับประเทศไทยมีขีดความสามารถในการเป็นผู้ผลิตอาหารระดับโลก ประชากรในประเทศกว่า 38.9 ล้านคนอยู่ในกลุ่มสินค้าเกษตร เป็นผู้ส่งออกอาหารอับดับที่ 12 ของโลก โดยในปี 2562 สถาบันอาหารคาดว่าการส่งออกอาหารไทยจะมีมูลค่า 1,120,000 ล้านบาท มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.5% จากปี 2561 โดยกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าว ไก่แช่แข็ง น้ำตาลทราย ปลาทูน่ากระป่อง และกุ้งแช่แข็ง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของเรากำลัง เผชิญการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่หลายต่อ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น “สภาวะโลกร้อน” ซึ่ง ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างชัดเจน ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงและไม่สม่ำเสมอ ควบคุมไม่ได้ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรม อาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องปัญหาจำนวนประชากรล้นโลก”

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ จุดเริ่มต้นของการ “ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่” ที่เทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ทั้งปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง เครื่องพิมพ์ สามมิตินาโนเทคโนโลยีเทคโนโลยีชีวภาพ วัสดุศาสตร์และอื่นๆ จะเข้ามามีบทบาทและ เปลี่ยนโฉมทุกภาคส่วนไปจากที่เราคุ้นเคยกัน มาก่อน

ในแง่ของผู้ประกอบการ นวัตกรรมจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาวการบริหารจัดการวัตถุดิบ ปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างผลิตภัณฑ์และประโยชน์อีกมากมายของ “อาหารเพื่ออนาคต” และเทรนด์อาหารที่กำลังมา

ผศ.ดร.อัครวิทย์  กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) กล่าวว่า ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น แต่พื้นที่ปลูกลดลง ทั้งยังมีความต้องการอาหารของประชากรโลกมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ ‘นวัตกรรมอาหาร’ จึงมีบทบาทสำคัญในภาคเกษตร ทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสม การแปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

ขณะที่บริบทของประเทศไทย การทำเกษตรสมัยใหม่ เกษตรกรต้องใช้การตลาดนำการผลิต ตลอดจนใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า เรียนรู้การเกษตรแบบ ‘ทำน้อย แต่ได้มาก’ หรือที่เรียกว่าการทำเกษตรแบบประณีต ผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ราคาสูง เพื่อคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ด้านวิธีคิด คือ การนําเสนอคุณค่า (Value Proposition) ของสินค้าเกษตร ต้องคิดให้ได้ก่อนว่าเราผลิตสินค้าเพื่อขายใคร คุณค่าสินค้าที่เรานำเสนอ คืออะไร ยกตัวอย่างเช่น เราปลูกแตงโมหวานน้อยเพื่อคนเป็นโรคเบาหวาน ปลูกข้าวคุณภาพดีปลอดสารพิษเพื่อคนรักสุขภาพ,ผลิตอาหารเพื่อกลุ่มผู้สูงอายุ หรือ นักกีฬา ซึ่งทุกอย่างจะสรุปเองไม่ได้แต่ต้องดูสิ่งที่เรียกว่า ‘เทรนด์’ และ ‘ไลฟ์สไตล์’ ‘พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน

ผศ.ดร.อัครวิทย์ เน้นย้ำว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน อาหารยังคงมีความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต แต่อุตสาหกรรมอาหารของไทยก็ต้องปรับตัวให้ทันด้วย ซึ่งทุกวันนี้ นวัตกรรมอาหาร จะสร้างความยั่งยืนต่อธุรกิจและความยังยืนของโลกได้อย่างแท้จริง         


Circular Economy วิถีเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

   



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
30798 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18358 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11069 | 08/07/2019
banner
banner