ไม่ต้องกลัว! “ภาษีค้าออนไลน์”

SME in Focus
14/08/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 623 คน
ไม่ต้องกลัว! “ภาษีค้าออนไลน์”
banner

หลังการประกาศแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ประเด็นเกี่ยวกับการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) หรือ "พ.ร.บ.เก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์" ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่  21 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา มีผลให้สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเปิดเผยข้อมูลบัญชีของผู้ที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ. ซึ่งจะส่งผลกับผู้ค้าออนไลน์ทั้งในรูปแบบนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


นี่คือที่มาของกระแสการเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์ที่ผู้ค้าทั้งหลายต่างตื่นตัว ซึ่งเรื่องนี้ คุณป้อมภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท TARAD Group และนักลงทุนบริษัท Startup ได้ให้เทคนิค และข้อคิดการวางแผนภาษีโดยเฉพาะธุรกิจการขายของออนไลน์ว่า ทำอย่างไรให้เสียภาษีได้ถูกต้อง ไว้ในรายการ SME Clinic Influencer อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า :

เมื่อคุณมีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ ยกเว้นจะมีรายได้ต่ำกว่าปีละ150,000 บาท แต่หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องเสียภาษี โดยถ้าเป็นนิติบุคคล ต้องไปจดภาษีมูลค่าเพิ่ม และแม้จะเป็นบุคคลธรรมดา หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ต้องเสียภาษี...

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้สูงมาก สิ่งที่ผมแนะนำคือ คุณอาจต้องจดทะเบียนเป็นบริษัท เพื่อให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าบุคคลธรรมดา และบอกได้เลยว่า สรรพากรยุคนี้ทันสมัยมาก ข้อมูลบนโลกออนไลน์เป็น Big Data ธุรกรรมการเงินไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สรรพากรสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด และหากตรวจพบภายหลังว่ามีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี โดนปรับหนักแน่นอน


แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้อง สำหรับธุรกิจการค้าออนไลน์ วิธีการคือ ต้องทำการจัดเก็บข้อมูลว่าผู้ซื้อคุณเป็นใคร ถ้าผู้ซื้อเป็นนิติบุคคล ควรขอหนังสือรับรองบริษัท เลขบัญชีผู้เสียภาษี แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ให้ขอสำเนาบัตรประชาชน เพื่อให้รู้ว่าเรามีรายได้จากใคร แล้วทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ ไว้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การวางแผนภาษี เสียภาษี และส่งข้อมูลให้ภาครัฐ เป็นเรื่องง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตามหากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาก็มีภาระภาษี ต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร นำส่งรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน ฟังดูอาจจะยุ่งยาก แต่ไม่ยาก เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือ วิธีการ และผู้ให้บริการที่เข้ามาช่วยจัดการภาษีอยู่มาก ซึ่งหากคุณเป็นบุคคลธรรมดา อัตราภาษีที่ต้องเสียคือ 30 % ของเงินได้ ถ้าไม่วางแผน อาจต้องจ่ายเงินจำนวนไม่น้อย

แต่ไม่ต้องตกใจ ทางออกของคุณคือ การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งภาษีสูงสุดที่คุณจะต้องเสียคือประมาณ 20% ของเงินได้เท่านั้นเอง

คุณภาวุธ กล่าวอีกว่า  “ปัจจุบันเรามีเครื่องมือต่างๆ บนโลกออนไลน์ ที่จะช่วยวางแผนภาษี ไม่จำเป็นต้องจ้างบริษัทบัญชี เช่น ซอฟต์แวร์ฟรี ซึ่งใช้ไม่ยาก หากทำไม่เป็นจริง ๆ ให้ลองปรึกษาบริษัทซอฟต์แวร์ที่คิดค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่แพงมาก บางแห่งมีบริการให้คนมาช่วยทำบัญชีภาษีแค่เดือนละพันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้คุณทำบัญชี และวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องอีกด้วย...


และอย่างที่หลายท่านทราบดีว่า ภาษี e-Payment หรือ "พ.ร.บ.เก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์"  ได้มีการประกาศใช้แล้ว รายละเอียดที่สำคัญคือ เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชีคุณ ทุกบัญชีรวมกันในหนึ่งธนาคารเกิน 400 ครั้งต่อปี และมียอดเงินโอนรวมเกิน 2 ล้านบาทต่อปี เข้าเกณฑ์ต้องจ่ายภาษี ซึ่งธนาคารมีหน้าที่นำส่งข้อมูลธุรกรรมการเงินให้กับกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบการจัดเก็บภาษีต่อไป

การหลบเลี่ยง หลีกภาษีในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น หากคุณทำธุรกิจออนไลน์ และมีการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่องเกิน 400 ครั้งต่อปี คำแนะนำคือ วางแผนภาษีให้ดี หรือไปจดทะเบียนเป็นบริษัทเลยจะปลอดภัยมากกว่า

คุณภาวุธ ยังแนะนำวิธีวางแผนภาษีให้เพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ขายของออนไลน์ สามารถขอคำปรึกษาสำนักงานบัญชีที่อยู่ใกล้ๆ ตัวได้จากการ  ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตซึ่งมีบริการให้คำปรึกษาฟรี โดยเราให้ข้อมูลยอดขาย รายได้ ค่าใช้จ่าย บริษัทบัญชีจะแนะนำวิธีวางแผนภาษีให้ ถ้าไม่มั่นใจ ก็สามารถขอคำปรึกษาจากสำนักงานสรรพากรเขตพื้นที่ใกล้บ้านได้ เจ้าหน้าที่สรรพากรยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ และไม่ต้องกลัว เรื่องภาษี หากวางแผนดีๆ จะเสียน้อยมาก แล้วคุณจะทำธุรกิจได้อย่างสบายใจ

การจัดการภาษีอย่างไรให้ถูกต้องสำหรับธุรกิจออนไลน์



 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
31187 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
18587 | 14/06/2019
หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC SME in Focus

หลายๆ เหตุผลที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ EEC

หลายคนมองโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จากนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ คุณคิดถูกแล...
11375 | 08/07/2019
banner
banner