การแพร่ระบาดใหญ่ของโรค (Pandemic) ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกนี้

Edutainment
22/03/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1223 คน
การแพร่ระบาดใหญ่ของโรค (Pandemic) ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกนี้
banner

องค์การอนามัยโลกระบุว่า อัตราผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันมีเพียง 2% เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ที่เคยมีการแพร่ระบาดระดับโลกมาก่อนนั้นถือว่ามีความเสี่ยงเสียชีวิตน้อยกว่ามาก กระนั้นก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ทำให้หลายคนจะหายจากความหวาดกลัว

ซึ่งความหวาดกลัวเรื่องเชื้อโรคทำลายล้างมนุษยชาตินั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษนี้ หากแต่มีมานานแล้วจากหลายเหตุการณ์โรคระบาดที่คร่าทำลายชีวิตผู้คน ในอดีตมีโรคระบาดหนักที่ทำลายชีวิตผู้คนนับล้านเกิดขึ้นเวียนวนแล้วหลายครั้ง ไล่ตามลำดับปี ค.ศ. จะเห็นว่ามนุษยชาติรับมือกับศัตรูตัวเล็กที่ชื่อว่าเชื้อโรคได้อย่างไร

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


First Pandemic : กาฬโรคแห่งจัสติเนียน(Plague of Justinian) เกิดขึ้นระหว่าง ปี ค.ศ.165-180  ในสมัยจักรวรรดิโรมันตะวันออก เป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นครั้งแรกตามประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่ทำลายล้างชีวิตผู้คนไปมากมาย ชนิดที่โรคระบาดแบบ Pandemic ไหนๆ ก็เทียบไม่ติด ด้วยตอนนั้นวิทยาการยังไม่ก้าวหน้าเท่าในปัจจุบัน และเรื่องเชื้อโรคตัวนี้ก็เป็นโรคอุบัติใหม่ที่คนทั้งโลกไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เป็นเหตุให้มีผู้คนในกรุงโรมล้มตายถึง 2,000 คนต่อวัน แค่เพียงยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ในกรุงโรมก็คิดเป็น 25% ของยอดผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั้งหมดทั่วโลกที่มีโดยรวมแล้วประมาณ 5 ล้านคน โรคนี้เป็นโรคที่ทำลายชีวิตผู้คนในพื้นที่ให้หายไป 1 ใน 3 ของพื้นที่และเป็นตัวการทำลายกองกำลังทหารของโรมัน

เชื่อกันว่าโรคนี้เกิดการแพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงที่กองทัพโรมันโจมตีซีลูเซียในช่วงฤดูหนาวปี 165-166 โดยพบหลักฐานการแพร่ระบาดของโรคนี้ไปตามเส้นทางของแม่น้ำไรน์ผ่านการเดินทางของกองกำลังทหาร  จึงทำให้ผู้คนที่ใช้แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคได้รับเชื้อโรคเข้าไป จนเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างทำให้คนทั่วจักรวรรดิจำนวนมากเสียชีวิต ซึ่งโรคนี้ได้แพร่ระบาดไปตามแม่น้ำไรน์ทางเหนือ ชาวเยอรมันและชาวฝรั่งเศสที่อยู่นอกเขตแดนของจักรวรรดิจึงพลอยติดเชื้อไปด้วย ต่อมาในปี ค.ศ.166 ได้มีการเรียกชื่อโรคนี้ว่า Plague of Galen ซึ่งเรียกตามชื่อของนักเขียน Galen ผู้ติดตามอาการและจดบันทึกเรื่องโรคนี้ได้อธิบายอาการของโรคไว้ว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคจะมีอาการไข้ขึ้นสูง ท้องร่วงและอักเสบ เช่นเดียวกับการปะทุของผิวหนังบางครั้งแห้งและบาง ซึ่งอาการนี้จะเห็นเด่นชัดในวันที่ 9 ของการเจ็บป่วย โดยเลนไม่ได้กำหนดลักษณะของโรคอย่างชัดเจน แต่นักวิชากาวินิจฉัยว่าเป็นอาการของไข้ทรพิษ โรคนี้จึงมีชื่อเรียกหลายชื่อตามข้อสันนิษฐานของนักวิชาการทางการแพทย์ว่าเป็น “ไข้ทรพิษ,โรคห่า หรือ ฝีดาษ” ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นโรคอะไร  มีจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดครั้งแรกจากคนในตระกูล Antoninus

 

Second Pandemic : อหิวาตกโรค ครั้งที่ 6  แม้โรคนี้จะมีมานานแล้วและในประวัติศาสตร์ชาติไทย ได้พบการแพร่ระบาดของโรคอหิวาตกโรคหรือโรคห่าขึ้นครั้งใหญ่เมื่อปี 310 หรือ พ.ศ.2363 เหตุการณ์ครั้งนั้นทำลายชีวิตคนไทยลงไปมากมายทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑล หัวเมืองใกล้เคียง ทำให้มีผู้คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 3 หมื่นคน จนกระทั่งมาเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งสำคัญในช่วงปี 1910 - 1911  โดยมีต้นกำเนิดจากในอินเดีย ก่อนที่เชื้อโรคจะลุกลามไปยังตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันออก และรัสเซีย การแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 800,000 คน

 

Third Pandemic : ไข้หวัดใหญ่สเปน  เกิดขึ้นระหว่างปี 1918- 2009 เป็นช่วงปลายหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีสเปนเป็นผู้ให้ข้อมูลของโรคนี้ครั้งแรก โรคนี้จึงได้ชื่อว่าไข้หวัดสเปน เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเป็นไข้ ไอ จาม คลื่นไส้ ปวดเมื่อย และท้องเสีย คล้ายกับอาการของไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แต่ระหว่างที่มันเข้าไปทำลายระบบอวัยวะทางเดินลมหายใจของผู้ป่วย มันจะมีการกลายพันธุ์และวิวัฒนาการใหม่ๆ ทำให้เกิดอาการของโรคที่ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะควบคุม  

โดยผู้ป่วยหนักจะเริ่มมีเลือดออกในส่วนต่างๆ ของร่างกาย หายใจติดขัด ไปจนถึงหายใจไม่ออกและเสียชีวิตลงในเวลาอันรวดเร็ว  ซึ่งปกติแล้วเชื้อไข้หวัดใหญ่จะโจมตีคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น คนป่วย คนแก่ และเด็ก แต่ไขหวัดใหญ่สเปนกลับโจมตีทำลายสุขภาพคนหนุ่มสาวที่แข็งแรงให้เสียชีวิตได้ และแพร่ระบาดผ่านทางอากาศ เช่นการหายใจรดกัน ไข้หวัดสเปนจึงจัดว่าเป็นโรคระบาดใหญ่แบบ Pandemic ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก เพราะเป็นเหตุทำให้มีผู้คนล้มตายทั่วโลก 50-100 ล้านคน


Fourth Pandemic : ไข้หวัดใหญ่เอเชีย  เกิดขึ้นระหว่างปี 1956-1958 เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ กลุ่ม A(H2N2) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนจะแพร่ระบาดลุกลามไปยังประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป หากแต่เชื้อไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีการวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา เริ่มแพร่ระบาดมาตั้งแต่ปี 1956-1958 มีผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ 2 คน โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่พบว่ามีผู้เสียชีวิตมากสุดคือ 70,000 คน การระบาดในครั้งนี้สามารถตรวจพบและจำแนกเชื้อได้รวดเร็ว จึงนำมาสู่การผลิตวัคซีนออกมาป้องกันได้ทันท่วงที ทำให้หยุดการแพร่ระบาดลงไปได้

 

Fifth Pandemic : ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง (Hong Kong Flu)  เกิดขึ้นในปี 1968 จากเชื้อไข้หวัดใหญ่ กลุ่ม A(H3N2) เป็นชนิดย่อยที่มีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายไข้หวัดใหญ่เอเชีย ถูกพบครั้งแรกในเกาะฮ่องกงเมื่อเดือน ก.ค. 2511 ก่อนลุกลามไปยังเวียดนามและสิงคโปร์ใน 3 เดือน และขยายวงไปยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ยุโรป แอฟริกา อเมริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา ครั้งนี้จึงมีผู้ป่วยจำนวนไม่มากนัก เพราะมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้างแล้ว และมีอัตราการเสียชิวตต่ำที่ 3% แต่กระนั้นก็คร่าชีวิตผู้ทั่วโลกไปกว่า 1 ล้านคน

 

Sixth Pandemic : ไวรัส HIV / AIDS  แพร่ระบาดมากในช่วงปี 1976-2012 นักวิจัยชาวอเมริกันพบหลักฐานว่าไวรัส HIV-1 ที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์นั้นมีต้นกำเนิดมาจากลิงชิมแปนซี มีชื่อว่า Human Immunodeficiency Virus หรือ เรียกย่อๆ ว่า HIV ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์หลักดั้งเดิมได้แก่ HIV-1 ซึ่งแพร่ระบาดในแถบ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง สายพันธุ์ HIV-2 แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้นยังมีสายพันธุ์ แยกย่อยอื่นๆ อีกมากมาย

เนื่องจากเชื้อไวรัสเอดส์สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย จึงมีสายพันธุ์ย่อยๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ต่อมาในปี ค.ศ.1976 เชื้อมีวิวัฒนาการจนทำลายชีวิตผู้คนครั้งแรกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยช่วงนี้เชื้อโรค HIV ได้ วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาก ให้สามารถถ่ายทอดจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้เหมือนไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน และพบว่าในช่วงปี 2005-2012 มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างทั่วโลก และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 36 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 1981 เรื่อยมา ต่อมาวงการแพทย์ทั่วโลกได้พัฒนาจนเยียวยาผู้ป่วย HIV ให้มีชีวิตปกติและควบคุมการแพร่ระบาดได้ ทำให้อัตราผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ลดลงจาก 2.2 ล้านคน เป็น 1.6 ล้านคนต่อปี

 

Seventh Pandemic : ไข้หวัดใหญ่ 2009  เกิดขึ้นในปี 2009 จากเชื้อไข้หวัดใหญ่ในกลุ่ม A(H1 N1) ที่มีรายงานพบเชื้อในคนครั้งแรกเมื่อเดือน เม.ย. 2009 เริ่มแพร่ระบาดในเม็กซิโก และสหรัฐ ก่อนจะแพร่ระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก เชื้อสายพันธุ์นี้มีองค์ประกอบพันธุกรรมจากไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ ที่วิวัฒนาการรวมกันกับไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือและไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชียและยุโรป ทำให้ WHO ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เนื่องจากหวั่นวิตกว่าเชื้อ H1 N1 อาจกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของโรคนี้ทั่วโลก 20,000 คน


Eighth Pandemic : เชื้อไวรัสโควิด-19  เกิดการแพร่ระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2019 จนถึงปัจจุบัน โดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลีนิก ภาควิชากกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นไวรัสที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันเป็นไวรัสขนาดใหญ่มีอิเล็กตรอนคล้ายมงกุฎพบได้ทั้งในคนและสัตว์  มีสายพันธุ์ดังเดิมอยู่ 6 ชนิด เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหวัดและทางเดินลมหายใจประจำถิ่น และพบว่ามีเกิดขึ้นใหม่อีก 4 สายพันธุ์ ที่ทำให้เกิดโรคทางเดินลมหายใจอักเสบแบบเฉียบพลัน คือ Sars ที่เป็นโรคค่อนข้างรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิต 10% และ Mers มีอัตราการเสียชีวิตที่ 30%

โดยผู้ป่วยกลุ่มแรกได้รับเชื้อมาจากตลาดสดที่มีการขายอาหารทะเลและสัตว์มีชีวิต ซึ่งไวรัสโควิด-19 เป็นกลุ่มไวรัสที่ทำให้เกิดทางเดินลมหายใจอักเสบแบบเฉียบพลัน ไปจนถึงปอดและเกิดโรคแทรกซ้อน มีระยะฟักตัวที่ 2-7 วัน ซึ่งในทางปฏิบัติการเฝ้าระวังสังเกตอาการหลังสัมผัสโรคจะใช้ 2 เท่า คือ 14 วัน สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านสารคัดหลั่ง มีความรุนแรงอยู่ที่น้อยกว่า 3% ส่วนความเสียหายที่เกิดก็เป็นไปตามที่เกริ่นนำข้างต้นแล้ว

จากประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมาอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดที่ทำลายชีวิตของมนุษยชาติได้มากมายกลับไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ ที่แต่ละประเทศใช้ห้ำหั่นกันในการสู้รบ แต่กลับเป็นเชื้อโรคตัวจ้อยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต่างหากที่ทำลายล้างชีวิตผู้คนให้ร่วงหล่นได้ภายในพริบตา

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.hfocus.org/content/2014/08/7906

https://en.wikipedia.org/wiki/Antonine_Plague

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2055924

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/870449

https://www.gqthailand.com/culture/article/spanish-flu

https://www.posttoday.com/world/617384

https://www.gqthailand.com/culture/article/spanish-flu

https://www.hfocus.org/content/2020/03/18680

https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1922486 


ทำไมโควิด-19 จึงฉุดเศรษฐกิจไทยร่วง 

แนะ 4 ทริค รับมือ COVID-19 ให้อยู่หมัด


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า…
322576 | 02/07/2019
10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

หลังมีการปกปิดข้อมูลจากบุคคลที่กลับมาจากการเดินทางในประเทศเสี่ยง จนเกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทยบานปลาย และคาดว่าจะมีผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการปกปิดข้อมูลในครั้งนี้กว่าสองพันคน…
277750 | 06/03/2020
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว่าง…
265479 | 12/06/2019
การแพร่ระบาดใหญ่ของโรค (Pandemic) ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกนี้