Startup สายรางวัลต้องรู้ กลยุทธ์เพื่อชนะใจคนฟัง

SME Startup
29/07/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1143 คน
Startup สายรางวัลต้องรู้ กลยุทธ์เพื่อชนะใจคนฟัง
banner

หนึ่งในเรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดสำหรับการทำสตาร์ทอัพก็คือ เรื่องของเงินนี่แหละ เพราะสตาร์ทอัพส่วนใหญ่มักจะมีไอเดียที่ดีแต่ขาดซึ่งเงินลงทุนที่เพียงพอ ทำให้ต้องชะลอโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ออกไป ด้วยเหตุนี้เองนักลงทุนจึงมอบโอกาสดีๆ อย่างการ Pitching ให้เหล่าสตาร์ทอัพมาประลองไอเดียกัน และผู้ชนะก็จะได้เงินรางวัลเป็นเงินลงทุนกลับไปพัฒนาธุรกิจต่อ

แต่การ Pitching ที่ดีไม่ใช่แค่การออกมาบอกเล่าถึงไอเดียของคุณแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ อีกมากมายที่จะทำให้คุณคว้ารางวัลได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ทำสตาร์ทอัพทั้งหลายต้องศึกษาเทคนิคเหล่านี้ไว้เพื่อสักวันคุณจะได้ใช้มันในการคว้ารางวัลเป็นเงินลงทุนก้อนโต

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


1. นำเสนอให้เข้าใจง่าย

การนำเสนอของสตาร์ทอัพนั้นยิ่งเข้าใจง่ายมากเท่าไหร่ยิ่งดี หลายคนไปติดกับดักตรงที่ต้องอธิบายด้วยศัพท์เทคนิค หรือลงลึกรายละเอียด ซึ่งกรรมการทั้งหลายเขาต้องใช้องค์ประกอบทุกอย่างในการตัดสินใจอยู่แล้ว ซึ่งเค้ามีข้อมูลของธุรกิจคุณอยู่ครบจนแทบจะไม่มีอะไรให้สงสัย เพียงแต่คุณแค่ต้องขึ้นไปนำเสนอในจุดเด่นจริงๆ ของคุณซึ่งเป็นจุดขายเท่านั้น ยิงตรงให้เข้าเป้าในหมัดเดียว ไม่ใช่แย็บแล้วแย็บอีกแต่ไม่ได้อะไรกลับไป

พยายามเน้นความเรียบง่ายที่สุด ให้คนฟังเข้าใจง่าย อาจเริ่มเป็นแพทเทิร์นแบบนี้ก็ได้

1. วิสัยทัศน์

2. ปัญหาที่เจอ

3. วิธีที่สตาร์ทอัพของคุณแก้ไข และ

4. ช่องทางสร้างกำไร เพื่อสุดท้ายแล้วนักลงทุนจะต้องเข้าใจว่าคุณจะทำกำไรหาเงินกลับมาคืนเขาได้จริงๆ

 

2. เริ่มต้นจากคำว่า “Why”

การ Pitching แบบนี้เป็นแนวคิดของ Simon Sinek ซึ่งเขาได้รวบรวมแนวคิดในการประสบความสำเร็จด้านต่างๆ เอาไว้ และทุกธุรกิจบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จจากคำว่า “Why” ทั้งสิ้น ซึ่งการเริ่มต้นด้วยทำไมจะช่วยให้การ Pitching ของเรานั้นตรงไปตามเป้าหมาย ทำให้กรรมการมองเห็นภาพที่ชัดเจน

ดังนั้นตัวเราเองต้องรู้ก่อนว่า เรา Pitching ไปทำไม เราจะทำอะไร จะ Pitching ให้ใครดู การรู้ทุกสิ่งทุกอย่างและเริ่มต้นจาก Why จะช่วยให้มองเห็นภาพกว้างในทุกเรื่องมากขึ้น และคนฟังก็จะเกิดความเข้าใจที่ง่ายขึ้นตามไปด้วย ว่าธุรกิจของคุณถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์อะไร  

 

3.  ชี้ให้เห็นปัญหาชัดเจน

เรื่องของปัญหานี้ก็สำคัญเช่นกัน เพราะทุกธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่และจะได้เงินจากการ Pitching นั้นต้องเริ่มจากการเข้ามาแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งทั้งสิ้น คุณต้องชี้ให้เห็นก่อนว่าปัญหาที่กำลังจะเสนอ หรือสร้างเครื่องมือมาแก้นี้มันมีอยู่จริง และกลุ่มที่ต้องการเครื่องมือหรือนวัตกรรมของเรานั้นก็มีอยู่เยอะมากเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนเค้าจะมองจากมุมนี้นี่แหละว่าธุรกิจจะกระจายวงกว้างไปได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าปัญหานี้ใหญ่เพียงพอและมีผู้คนรอการแก้ไขอยู่ การ Pitching ให้สำเร็จก็จะเป็นเรื่องง่าย

 

4. เตรียมเสนอข้อมูลที่จำเป็นให้ครบ

ถึงแม้เวลาในการ Pitching นั้นจะมีจำกัด แต่คุณก็ต้องนำเสนอในทุกๆ ส่วนที่สำคัญให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น วิสัยทัศน์ ,ปัญหาที่พบเจอ ,การแก้ปัญหาที่คุณคิดค้น ,โอกาสในความสำเร็จ ,สินค้าและบริการคืออะไร ,ทีมงานของคุณ ,คู่แข่ง และความต้องการของตลาด

ซึ่งทั้งหมดนี้จะสำคัญหมดเลย เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการรู้ คุณห้ามมองข้ามไปแม้แต่ประเด็นเดียว เนื่องจากทุกส่วนสอดคล้องกัน และจะสร้างภาพรวมที่แข็งแกร่งให้เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนมองเห็นภาพชัดเจน และตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าธุรกิจคุณนั้นเหมาะสมกับเงินของพวกเขามากแค่ไหน

 

5. รู้จักกรรมการ และเวทีที่จะไป ก่อนตัดสินใจสมัคร

การทำสตาร์ทอัพ เรื่องของเวลาในการพัฒนาโปรดักต์นั้นสำคัญมาก เพราะถ้าคุณช้าเพียงแค่ 1-2 เดือน ก็อาจจะมีคู่แข่งหน้าใหม่เกิดขึ้น และเทคโอเวอร์ความคิดของคุณไปเรียบร้อยแล้วก็ได้ ซึ่งการเตรียมตัวสำหรับการ Pitching นั้นอาจจะต้องใช้เวลายาวนานเป็นอาทิตย์ในแต่ละเวที การที่คุณเอาโปรดักต์ตัวเองไปประกวนในทุกๆ ที่ ไม่ได้การันตีว่าคุณจะได้รับเงินลงทุนจำนวนมากกลับมา

แต่ในทางกลับกัน การที่คุณมุ่งหวังสู่เวทีที่มีโอกาสชนะ และศึกษาข้อมูลมาก่อนอย่างถี่ถ้วนต่างหากครับที่จะช่วยให้คุณได้รับเงินลงทุนที่มากมายมหาศาลได้ ดังนั้นอย่า Pitching ในทุกๆ เวทีที่คุณพบ แต่ให้เลือกเฉพาะเวทีที่เหมาะสมกับคุณและคุณมีโอกาสจะชนะเท่านั้นพอ เพื่อที่ว่าเหล่านักลงทุนในงานต่างๆ จะได้ไม่มองว่าธุรกิจคุณเป็นธุรกิจรองที่ไม่น่าสนใจ และทำให้คุณมีเวลาเหลือเฟือในการพัฒนาโปรดักต์ของคุณนั่นเอง

การรู้เขารู้เรานี่จะช่วยให้รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้งอย่างแน่นอน แม้แต่การพิทชิ่งเองก็ตาม ยิ่งเรารู้จักกรรมการ รู้จักเวที รู้ว่าเขาจะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสิน ก็จะช่วยให้มีโอกาสเพิ่มขึ้นมากเลยล่ะ


สุดท้ายแล้วก็อย่าลืมฝึกฝนตัวเองหน้ากระจก จัดวางภาษากายให้เหมาะสมและมีอิมแพคน่าเชื่อถือ และเปิดดูคลิปการ Pitching ของคนอื่นบ่อยๆ ก็จะช่วยให้การเสนอโปรดักต์เพื่อขอทุนครั้งต่อไปน่าสนใจขึ้นกว่าเดิมแน่นอน


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย SME Startup

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7 ล้านล้า...
53074 | 12/06/2019
‘นวัตกรรม’ ขับเครื่องธุรกิจสตาร์ทอัพยุค 4IR SME Startup

‘นวัตกรรม’ ขับเครื่องธุรกิจสตาร์ทอัพยุค 4IR

การทำธุรกิจยุค 4IR หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ธุรกิจที่มีความคล่องตัวปรับตัวได้เร็วก็มีสิทธิ์ล้มยักษ์ได้ จะเห็นว่าผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่รายหล...
15707 | 01/07/2019
จากโดมปลูกผักของ JD ถึงนวัตกรรม“ข้าวทางเลือก” SME Startup

จากโดมปลูกผักของ JD ถึงนวัตกรรม“ข้าวทางเลือก”

หลายคนคงจะพอได้ยินชื่อ JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในจีน เมื่อเร็วๆนี้ได้แตกไลน์ธุรกิจ โดยร่วมมือกับ Mitsubishi C...
7925 | 17/07/2019
banner
banner