4 วิธีพัฒนาองค์กรที่ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

Edutainment
06/08/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1413 คน
4 วิธีพัฒนาองค์กรที่ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
banner

เจ้าของกิจการย่อมคาดหวังที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ หรืออย่างน้อยๆ ก็ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วัน ซึ่งทำให้หลายๆ คนพยายามที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นในองค์กร เพื่อพัฒนาตัวเองและบุคลากรอยู่เสมอ แต่มี 4 กิจกรรมที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถพัฒนามันได้จริง และนอกจากคุณจะเสียเวลาเปล่าแล้ว ยังอาจทำให้องค์กรดูแย่ลงกว่าเดิมอีกด้วย เพราะฉะนั้นกิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงที่สุด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

1. เปิดกล่องแสดงความคิดเห็น

กล่องแสดงความคิดเห็นนี้เป็นสิ่งที่ดีมากๆ ในการพัฒนาองค์กร เพราะทุกคนสามารถออกความเห็นของตัวเองได้ คนในสามารถบอกได้เลยว่าองค์กรมีจุดบกพร่องอะไรที่ควรปรับปรุงแก้ไข และมีจุดไหนที่ควรใส่ใจแต่กลับมองข้ามไปบ้าง ดูภายนอกมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่มีช่องทางการพัฒนาให้คุณอย่างชัดเจน แต่ในทางกลับกันหลายๆ องค์กรกลับได้รับผลกระทบแง่ลบจากกล่องใบนี้

เนื่องจากกล่องรับความคิดเห็นนั้น คนที่เขาพยายามหย่อนความคิดเห็นลงไปก็หวังว่าจะได้รับการเปลี่ยนแปลง หรือเห็นสิ่งต่างๆ พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่เมื่อคุณในฐานะผู้ประกอบการ หรือหัวหน้ากลับไม่ทำตาม ไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งแย่ๆ เหล่านั้น คนในองค์กรที่ส่งไปก็รู้สึกว่าคุณไม่มีความจริงใจ ไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่น ไม่ใส่ใจในการพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง ทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่พนักงานมีกลับเปลี่ยนแปลงไป จากที่กล่องแสดงความคิดเห็นใบนี้จะช่วยพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้ มันกลับจะพัฒนาความรู้สึกแง่ลบขึ้นมาแทน เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่มั่นใจว่าจะปรับเปลี่ยนได้จริง หรือจะใส่ใจกับทุกความคิดเห็นจริงๆ อย่าได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเด็ดขาด

 

2. ช่วยกันระดมสมอง

การระดมความคิดเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทุกองค์กรต้องทำเวลาประชุม เพราะมันเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ได้รอบด้าน ไม่มองด้านเดียวหรือมีมุมมองที่แคบอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดปัญหา หรืออุปสรรคในการทำงาน การระดมความคิดจะช่วยในเรื่องนี้ได้มาก และทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นได้ รวมถึงได้รับการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

แต่การระดมความคิดจะหมดประโยชน์ไปในทันที และกลายเป็นกิจกรรมที่ทำให้องค์กรของคุณไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน เมื่อคุณเชิญทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการระดมความคิดนี้ สิ่งสำคัญที่หลายๆ องค์กรเข้าใจผิด คือการคิดว่ายิ่งคนมากยิ่งดี และเชิญทุกแผนกทุกคน ทั้งคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย เข้ามาร่วมระดมสมองตรงนี้ด้วย

การกระทำแบบนี้มีแต่จะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม เพราะนอกจากจะไม่ได้ไอเดียที่ตรงจุดประสงค์แล้ว ยังเป็นการเบียดเบียนเวลาการทำงานของพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านั้นอีกด้วย เพราะการเสนอไอเดียต่างๆ อาจมาจากในมุมมองของคนที่ไม่เข้าใจในสิ่งนั้นอย่างแท้จริง ทำให้ต้องอธิบายเพิ่มเติม หรือเสียเวลากับการมารับฟังไอเดียที่ไม่เข้าท่าจำนวนมาก และใช้งานจริงไม่ได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญถ้าไม่อยากให้กิจกรรมดีๆ แบบนี้ต้องกลายเป็นกิจกรรมพาองค์กรถอยหลังลง ให้สกรีนคนระดมสมองให้น้อยที่สุด เอาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และที่สำคัญต้องมีการจำกัดเวลาอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้การระดมสมองนั้นยืดเยื้อและไม่จบไม่สิ้น ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อการทำงานในส่วนอื่นๆ ได้

 

3. พาไปทำกิจกรรมร่วมกัน

หนึ่งในกิจกรรมที่หลายๆ องค์กรต้องมีเหมือนกัน เพื่อกระชับความสัมพันธและคาดหวังให้พนักงานรักใคร่ กลมเกลียวกัน หรือรู้จักกันมากขึ้น นั่นคือกิจกรรมกีฬาสีภายในหรือกิจกรรม Hangout กับองค์กรนั่นเอง การจัดทริปเพื่อกระชับความสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เรื่องแย่หรือเป็นสิ่งที่ผิด จุดประสงค์ตั้งต้นของมันนั้นมีเจตนาที่ดีอย่างแน่นอน และมันช่วยให้คนในองค์กรรู้จักกันได้มากขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

เพียงแต่สุดท้ายแล้ว มันจะกลายเป็นกิจกรรมที่เสียเวลา เสียงบประมาณไปอย่างเปล่าประโยชน์ในทันที ถ้าหากหลังจากกลับมาแล้วคุณไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ตรงนั้นต่อไปแม้แต่นิดเดียว เพราะสุดท้ายพอเข้าที่ทำงานก็ตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างทำ และสิ่งนี้มันก็จะปรับให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ในความเคยชินเหมือนเดิม คนที่เกลียดกันก็ยังคงเกลียดกันอยู่ดี

ที่เป็นแบบนี้เพราะสิ่งที่ทำให้คนในองค์กรไม่ช่วยเหลือกัน ไม่รักใคร่กันอย่างที่ควรจะเป็น มันไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่เป็นเพราะพวกเขามีนิสัยส่วนตัว ความคิด ทัศนคติในเรื่องต่างๆ ที่แตกต่างกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญที่แก้ไขได้ยากมาก

เพราะฉะนั้นทางที่ดีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในองค์กรนั้นคือต้องเปิดใจรับฟังทุกความคิดเห็นของทุกคนเพื่อรับรู้ถึงปัญหา จากนั้นเคลียร์ทุกอย่างอย่างเป็นกลางที่สุด รวมถึงสุดท้ายแล้วหัวหน้าหรือเจ้าของกิจการเองต้องแสดงความยุติธรรมในทุกๆ อย่างให้พวกเขาเห็น เพื่อให้การทำกิจกรรมร่วมกันครั้งนี้มันต่อยอดความรู้สึกดีๆ ไปได้ เมื่อคนในทีมรู้จักกันมากขึ้น พร้อมกับได้รับการดูแลที่ยุติธรรมจากคุณ บรรยากาศในการทำงานก็จะเปลี่ยนไป จะไม่มีใครรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ หรือเจอเรื่องแย่ๆ จากใคร เพราะได้กำจัดต้นตอของปัญหาภายในทิ้งไปแล้วนั่นเอง

 

4. จัดอันดับพนักงานดีเด่น

กิจกรรมสุดท้ายที่ศักดิ์สิทธิ์และจะเป็นแรงบันดาลใจให้พนักงานกระตุ้นตัวเองให้ตั้งใจทำงานมากขึ้น เพื่อหวังรางวัลตรงนี้ จะกลายเป็นกิจกรรมยอดแย่ที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อจิตใจพนักงานมากมายได้ในเวลาเดียวกัน หากการจัดอันดับของคุณครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวังกัน และไม่ตรงกับความเป็นจริง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ในทุกองค์กรจะมีทั้งคนที่ลงมือทำเยอะแต่พูดน้อย กับคนที่ลงมือทำน้อยแต่พูดเยอะ ซึ่งผลงานต่างๆ ของคนประเภทหลังที่ทำน้อยแต่พูดมากส่วนใหญ่จะเข้าตาระดับผู้บริหารได้มากกว่า ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นจุดบอดในการทำงาน ที่นอกจากการจัดอันดับพนักงานดีเด่นจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามจริงแล้ว ยังส่งผลให้คนที่ตั้งใจทำงานแต่กลับไม่ได้ประจบหรือแสดงออกมากมาย ต้องเสียกำลังใจ และรู้สึกว่าโดนองค์กรเอาเปรียบ และความคิดนี้เองที่จะส่งผลให้คนทำงานดีต่างพากันตัดสินใจลาออกได้อย่างง่ายดายขึ้นกว่าเดิม เพราะมีตัวเปรียบเทียบให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมกันอย่างเห็นได้ชัด

เพราะฉะนั้นเมื่อคิดจะจัดกิจกรรมอย่างการจัดอันดับพนักงานดีเด่น เพื่อสร้างไฟให้พนักงานทุกคนอยากขยันพิชิตรางวัลในทุกๆ เดือน หรือทุกๆ ปีแล้ว ก็ควรจะมีการใส่ใจในการทำงานอย่างจริงจัง วัดกันที่ผลงานเท่านั้น ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว หรือการเข้าหากันมาเป็นตัวตัดสิน หรือสอบถามจากพนักงานทุกคนเพื่อให้ได้พนักงานดีเด่นที่ถูกต้องอย่างแท้จริงที่สุด

ความตั้งใจในการพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้นต่อไปของคุณจะไม่ถูกเข้าใจผิด และไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก หรือทำให้เกิดการเสียเวลากับองค์กรอีกต่อไป หากคุณปรับเปลี่ยนและใช้งานต่อยอดมันอย่างถูกต้องแบบที่ควรจะเป็น เพราะความเป็นจริงแล้ว 4 กิจกรรมเหล่านี้นับว่ามีประโยชน์และส่งผลดีต่อองค์กรของคุณได้อย่างแน่นอน หากคุณใช้งานมันอย่างถูกต้องแต่แรก 


ฝึกทักษะด้วย “บอร์ดเกม” ตัวช่วยใหม่ที่ทุกออฟฟิศต้องมี! 

6 เทรนด์ทำงานแบบ Flexible Hour ที่นายจ้างควรรู้


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า…
pin
326784 | 02/07/2019
10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

หลังมีการปกปิดข้อมูลจากบุคคลที่กลับมาจากการเดินทางในประเทศเสี่ยง จนเกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทยบานปลาย และคาดว่าจะมีผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการปกปิดข้อมูลในครั้งนี้กว่าสองพันคน…
pin
282673 | 06/03/2020
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว่าง…
pin
270757 | 12/06/2019
4 วิธีพัฒนาองค์กรที่ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ