Digital Waste Management จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ช่วย SME ลดต้นทุนได้อย่างไร
SME InsightsBusiness Transformation

Digital Waste Management จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ช่วย SME ลดต้นทุนได้อย่างไร

25 ส.ค. 2569
|
21

ขยะจากการดำเนินธุรกิจไม่ได้มีเพียงต้นทุนค่าขนย้ายหรือค่ากำจัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบ พลังงาน เวลา และกำลังการผลิตที่ถูกใช้ไปโดยไม่ได้สร้างรายได้เต็มศักยภาพ เช่น ร้านอาหารที่เตรียมวัตถุดิบเกินความต้องการ โรงงานที่มีเศษวัตถุดิบจากการตัดแต่ง หรือธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มีชิ้นงานไม่ผ่านการตรวจคุณภาพ หากธุรกิจเห็นเพียงปริมาณขยะปลายทาง ก็อาจไม่ทราบว่าความสูญเสียเริ่มต้นจากขั้นตอนใด

“Digital Waste Management” หรือการจัดการขยะด้วยระบบดิจิทัล คือการนำข้อมูลและเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยตั้งแต่การป้องกันการเกิดขยะ การคัดแยก การติดตามเส้นทางหลังส่งออกจากกิจการ ไปจนถึงการบันทึกว่าขยะถูกนำกลับมาใช้ รีไซเคิล แปรรูปเป็นพลังงาน หรือกำจัดด้วยวิธีใด

สำหรับ SME จุดเริ่มต้นอาจเป็นการตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ว่า ธุรกิจมีขยะอะไร เกิดจากจุดไหน ปริมาณเท่าไร มีมูลค่าวัตถุดิบที่สูญเสียไปเท่าไร และสุดท้ายขยะเดินทางไปไหน เมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมต่อกัน ธุรกิจจะมองเห็นทั้งวิธีลดต้นทุนวัตถุดิบ SME ที่เหมาะกับกระบวนการของตนเอง รวมถึงโอกาสนำวัสดุกลับเข้าสู่ระบบเ

Digital Waste Management หรือการจัดการขยะดิจิทัลด้วยแนวคิดรีไซเคิล เพื่อช่วย SME ลดของเสีย

Link

Waste Management Hierarchy คืออะไร? ทำความเข้าใจ 5 ลำดับขั้นการจัดการขยะ

Waste Management Hierarchy คือ แนวคิดการจัดลำดับวิธีจัดการทรัพยากรและของเสีย โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดขยะเป็นอันดับแรก ตามด้วยการนำกลับมาใช้ การรีไซเคิล การกู้คืนประโยชน์ เช่น การผลิตพลังงาน และการกำจัดเป็นทางเลือกสุดท้าย

     1. การป้องกันและลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง (Prevention)

สำหรับ SME ขั้นนี้มีความเชื่อมโยงกับต้นทุนโดยตรงที่สุด เพราะวัสดุที่ไม่ต้องซื้อเกินตั้งแต่แรกย่อมไม่กลายเป็นขยะภายหลัง

ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารสามารถบันทึกปริมาณวัตถุดิบที่ซื้อ ปริมาณที่ใช้จริง และอาหารที่เหลือในแต่ละวัน เพื่อหาว่าเมนูใดมีการเตรียมเกินบ่อยที่สุด ส่วนโรงงานอาจเปรียบเทียบปริมาณวัตถุดิบเข้า น้ำหนักสินค้าสำเร็จรูป และเศษเหลือรายล็อต เพื่อหาจุดที่ควรปรับขนาดการตัดหรือแผนการผลิต เปลี่ยนจากการ “พยายามทิ้งให้น้อยลง” เป็นการค้นหาสาเหตุและแก้ต้นทุนตั้งแต่ต้นทาง

     2. การนำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Reuse & Upcycling)

วัสดุบางชนิดยังไม่จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลทันที หากสามารถใช้ซ้ำภายในกิจการ หรือพัฒนาเป็นสินค้ารูปแบบใหม่ได้

ตัวอย่างเช่น กล่องขนส่งอาจหมุนเวียนกลับมาใช้หลายรอบ เศษผ้าที่มีขนาดเพียงพออาจพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เหลือจากการผลิตอาจออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์อื่น การบันทึกประเภท ปริมาณ และคุณภาพของวัสดุแต่ละกลุ่มจะช่วยให้ธุรกิจประเมินได้ว่าปริมาณมีความสม่ำเสมอพอสำหรับต่อยอดเชิงพาณิชย์หรือไม่

     3. การคัดแยกและส่งแปรรูปเพื่อกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต (Recycle)

หากวัสดุไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำในรูปเดิมได้ การรีไซเคิลจะเป็นทางเลือกถัดมา แต่ต้องเริ่มจากการแยกวัสดุให้เหมาะสม เพราะขยะที่ปะปนหรือปนเปื้อนอาจลดโอกาสนำกลับมาใช้ประโยชน์ โดยระบบจัดการขยะด้วยข้อมูลดิจิทัล สามารถช่วยบันทึกน้ำหนัก ประเภทวัสดุ วันที่ส่ง ผู้รับ และปลายทางการจัดการ เพื่อให้ธุรกิจทราบว่าขยะรีไซเคิลที่แยกไว้ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการใดจริง

     4. การนำขยะที่ไม่รีไซเคิลไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน (Energy Recovery)

ขยะบางประเภทที่ไม่เหมาะกับการนำกลับมาใช้หรือรีไซเคิลอาจเข้าสู่กระบวนการกู้คืนพลังงาน เช่น การผลิตเชื้อเพลิงขยะหรือ RDF ซึ่งอยู่ในลำดับรองจากการลด ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล ตามหลัก Waste Management Hierarchy

จุดสำคัญคือ SME ไม่ควรใช้การส่งขยะไปผลิตพลังงานเป็นเหตุผลในการละเลยการลดขยะต้นทาง แต่ควรเป็นช่องทางสำหรับวัสดุที่ไม่สามารถจัดการด้วยวิธีที่มีลำดับสูงกว่าได้อย่างเหมาะสม

     5. การกำจัดปลายทางที่ควรทำให้เหลือน้อยที่สุด (Disposal)

เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้ธุรกิจไม่มีขยะเลย แต่เป็นแนวทางลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปฝังกลบ โดยพยายามนำวัสดุไปใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือกู้คืนประโยชน์ให้ได้มากขึ้น

ดังนั้น การรายงานว่าองค์กรลดขยะฝังกลบได้จึงควรมีข้อมูลเส้นทางวัสดุรองรับ ไม่ใช่วัดเพียงว่ามีรถมารับขยะออกจากโรงงานเท่าใด แนวคิด Zero Waste to Landfill ที่ใช้งานจริงจึงให้ความสำคัญกับการเบี่ยงวัสดุออกจากการฝังกลบไปสู่ช่องทางที่สร้างประโยชน์มากกว่า

Digital Waste Management การจัดการขยะดิจิทัลผ่านสมาร์ตโฟน

Link

ทำไม SME ถึงต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยจัดการขยะ?

ในหลายธุรกิจ ขยะมักถูกมองเป็นเรื่องปลายทางที่ต้องกำจัดมากกว่าจะเป็นข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ต้นทุนได้จริง แต่เมื่อเริ่มเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะพบว่าขยะจำนวนไม่น้อยสะท้อนความสูญเสียตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อและการผลิต

     อุดรอยรั่วของต้นทุนวัตถุดิบที่สูญไปกับขยะหลังบ้าน

ประโยชน์แรกของข้อมูลขยะ คือการมองย้อนกลับไปหาความสูญเสีย เช่น หากโรงงานพบเศษพลาสติกเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ผลิตสินค้ารุ่นหนึ่ง อาจตรวจต่อได้ว่าเกิดจากการตั้งเครื่องจักร ขนาดชิ้นงาน หรือการวางแผนผลิต ขณะที่ร้านอาหารอาจพบว่าอาหารบางรายการถูกเตรียมเกินในวันธรรมดา ข้อมูลจึงช่วยเชื่อม “ถังขยะ” กลับเข้ากับการจัดซื้อ การผลิต และสินค้าคงคลัง ซึ่งเป็นจุดที่ SME สามารถลดต้นทุนได้ก่อนจะต้องจ่ายค่าจัดการขยะปลายทาง

     เปลี่ยนวัสดุเหลือให้กลายเป็นรายได้ใหม่

เมื่อแยกประเภทและทราบปริมาณอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจก็จะประเมินได้ว่าวัสดุใดมีตลาดรองรับ สามารถขายให้ผู้รีไซเคิล หรือพัฒนาเป็นสินค้าจากวัสดุเหลือได้

อย่างไรก็ตาม รายได้จากขยะไม่ควรถูกตั้งเป็นเป้าหมายเหนือการป้องกันและลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง เพราะในหลายกรณี การลดวัตถุดิบส่วนเกินตั้งแต่แรกอาจสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าการซื้อวัตถุดิบมาแล้วขายกลับในรูปเศษวัสดุ

     สร้างข้อมูลที่ติดตามย้อนกลับได้ (Data Traceability)

Data Traceability หรือการติดตามย้อนกลับด้วยข้อมูล สามารถเริ่มจากข้อมูลไม่กี่ช่อง ได้แก่ ประเภทขยะ น้ำหนัก แหล่งที่เกิด วันที่ส่งออก ผู้รับขยะ วิธีนำไปใช้ต่อ และหลักฐานจากผู้ให้บริการตามความเหมาะสม โดย SME อาจเริ่มจากแบบฟอร์มออนไลน์ Spreadsheet ระบบ ERP ที่ใช้อยู่ หรือข้อมูลจากแพลตฟอร์มผู้รับซื้อ ก่อนพัฒนาเป็นแดชบอร์ดเมื่อมีปริมาณข้อมูลมากขึ้น

Digital Waste Management การจัดการขยะอาหารด้วยข้อมูล เพื่อช่วย SME ลด Food Waste

Link

Case Study: ถอดบทเรียนที่ SME นำมาปรับใช้ได้จริง

เพื่อให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้ Digital Waste Management ในโลกจริงมากขึ้น กรณีศึกษาต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นว่าการเริ่มจาก “ข้อมูลขยะ” สามารถนำไปสู่การลดต้นทุนและสร้างมูลค่าใหม่ได้อย่างไร

     Case 1: IKEA & Winnow AI - ใช้ข้อมูลหาสาเหตุ ก่อนลดขยะอาหาร (Food Waste)

กรณีของ IKEA แสดงให้เห็นการใช้ Digital Waste Management ในขั้นตอนการป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทางได้อย่างชัดเจน โดยเริ่มจากการค้นหาว่าอาหารอะไรถูกทิ้ง ปริมาณเท่าไร และเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เพื่อให้ทีมครัวสามารถลดการผลิตส่วนเกินก่อนอาหารจะกลายเป็นขยะ

IKEA นำเทคโนโลยีของ Winnow มาใช้ในธุรกิจอาหาร โดยระบบ Winnow Vision ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับการชั่งน้ำหนักเพื่อช่วยระบุและบันทึกอาหารที่ถูกทิ้ง ข้อมูลที่ได้ช่วยให้ทีมงานเห็นรายละเอียดว่าอาหารประเภทใดกลายเป็นของเหลือ และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวกลับไปวิเคราะห์รูปแบบการทำงานภายในครัวได้

แนวทางนี้สอดคล้องกับ Waste Management Hierarchy เพราะการป้องกันไม่ให้วัตถุดิบกลายเป็นขยะตั้งแต่แรกอยู่ในลำดับที่ควรให้ความสำคัญก่อนการรีไซเคิล การกู้คืนพลังงาน หรือการกำจัดปลายทาง

ณ เดือนกรกฎาคม 2022 Ingka Group รายงานว่าสามารถลดขยะอาหารจากการผลิตในร้าน IKEA ได้ 54% เมื่อเทียบกับค่าฐานปี 2017 และระบุว่าความสำเร็จในการลดขยะอาหารดังกล่าวช่วยป้องกันอาหารมากกว่า 20 ล้านมื้อไม่ให้กลายเป็นของเสีย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ SME ควรนำกลับไปใช้ ไม่ใช่การลงทุนซื้อ AI แบบเดียวกับ IKEA แต่คือหลักการ “วัดให้เห็นก่อน แล้วจึงลดจากจุดที่เกิดปัญหามากที่สุด” สามารถเริ่มจากตารางง่าย ๆ โดยบันทึกข้อมูล เช่น เมนูหรือวัตถุดิบที่เหลือ ปริมาณหรือน้ำหนัก สาเหตุที่เหลือ วันที่และช่วงเวลา แล้วจัดอันดับ 3-5 รายการที่สร้างขยะอาหารสูงที่สุดในแต่ละสัปดาห์ หากพบว่าเมนูหนึ่งเหลือมากในช่วงวันธรรมดา อาจลดปริมาณที่เตรียมต่อรอบ หากพบว่าวัตถุดิบหมดอายุก่อนใช้เป็นประจำ อาจปรับรอบการสั่งซื้อหรือปริมาณสต๊อก

     Case 2: WA WA PACK - เปลี่ยนเศษจากกระบวนการผลิตของตัวเองให้กลับเข้าสู่วงจรธุรกิจ

หากกรณีของ IKEA แสดงให้เห็นการลดขยะในระดับการป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทาง กรณีของ WA WA PACK ก็สะท้อนอีกด้านของ Waste Management Hierarchy คือ เมื่อวัสดุบางส่วนหลีกเลี่ยงการเกิดไม่ได้แล้ว ธุรกิจยังสามารถพิจารณาว่าวัสดุนั้นนำกลับมาใช้หรือสร้างมูลค่าใหม่ได้หรือไม่ ก่อนส่งไปกำจัดปลายทาง

WA WA PACK ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตถุงกระสอบขนาดใหญ่ (Big Bag) ซึ่งในกระบวนการผลิตมักมีเศษวัสดุเกิดขึ้น เช่น เศษผ้าที่เหลือจากการผลิต รวมถึงชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ (QC) แต่แทนที่จะมองวัสดุเหล่านี้เป็นของเสียที่ต้องนำออกจากโรงงานเพียงอย่างเดียว ธุรกิจนำแนวคิดการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ (Upcycling) เข้ามาพัฒนาเศษเหลือดังกล่าวเป็นกระเป๋าภายใต้แบรนด์ VAVA Z ซึ่งเป็นการนำวัสดุจากกระบวนการผลิตของตนเองกลับมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่

SME สามารถประยุกต์แนวคิดเดียวกันได้โดยเริ่มจากการทำแผนผังวัสดุเหลือจากกระบวนการผลิต (Material Mapping) เช่น โรงงานเฟอร์นิเจอร์อาจแยกเศษไม้ตามขนาด โรงงานเสื้อผ้าอาจแยกเศษผ้าตามชนิดเส้นใยหรือขนาด ส่วนผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาจแยกพลาสติกตามชนิดและความสะอาด จากนั้นจึงพิจารณาทีละกลุ่มว่าวัสดุใดสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการเดิม ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์อื่น ขายต่อให้ผู้รีไซเคิล หรือจำเป็นต้องส่งกำจัด

ตรงจุดนี้ Digital Waste Management สามารถเข้ามาช่วยทำให้กระบวนการดังกล่าววัดผลได้มากขึ้น เช่น บันทึกว่าเดือนหนึ่งเกิดเศษวัสดุชนิด A กี่กิโลกรัม นำกลับมาใช้ภายในกิจการกี่กิโลกรัม นำไปสร้างสินค้าใหม่เท่าไร ส่งรีไซเคิลเท่าไร และเหลือเข้าสู่การกำจัดปลายทางเท่าไร

นอกจากนี้ การเก็บข้อมูลยังมีประโยชน์ต่อ Data Traceability โดยเฉพาะวัสดุที่ธุรกิจไม่สามารถจัดการเองและต้องส่งให้ผู้รับซื้อหรือผู้ให้บริการภายนอก หากระบบบันทึกได้ว่าใครเป็นผู้รับ ปริมาณเท่าไร และถูกนำไปรีไซเคิล แปรรูป หรือกำจัดด้วยวิธีใด พร้อมเก็บเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจก็จะมองเห็นเส้นทางของวัสดุได้มากกว่าการรู้เพียงว่า “ขยะออกจากโรงงานแล้ว”

Digital Waste Management การคัดแยกและบันทึกข้อมูลวัสดุรีไซเคิล เพื่อช่วย Sme ติดตามเส้นทางขยะ

Link

SME จะทำ Digital Waste Management ได้อย่างไรในงบประหยัด?

SME สามารถเริ่ม Digital Waste Management ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้

  • ระดับเริ่มต้น ใช้โทรศัพท์ แบบฟอร์มออนไลน์ Spreadsheet และรูปถ่ายหลักฐาน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอาจแทบไม่มีหากใช้เครื่องมือที่องค์กรมีอยู่แล้ว

  • ระดับทดลองระบบ ธุรกิจอาจเลือกใช้ซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิก (SaaS) หรือบริการที่คิดค่าบริการตามการใช้งาน โดยเริ่มจากแพ็กเกจพื้นฐานและเลือกเฉพาะฟังก์ชันที่แก้ปัญหาจริง เช่น การบันทึกน้ำหนัก การนัดรับวัสดุ หรือการออกรายงาน เพื่อควบคุมงบประมาณก่อนขยายระบบ

  • ระดับเชื่อมข้อมูล หากมี POS หรือ ERP อยู่แล้ว ควรพิจารณานำข้อมูลยอดขาย สต๊อก และการใช้วัตถุดิบมาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าก่อนลงทุน AI ใหม่ เพราะข้อมูลเดิมอาจเพียงพอสำหรับค้นหารูปแบบการผลิตที่เกินความต้องการในเบื้องต้น

     ทั้งนี้ ข้อควรระวังคือ อย่าวัดเฉพาะน้ำหนักขยะรวม เพราะตัวเลขลดลงอาจเกิดจากยอดผลิตลดลง ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการมีประสิทธิภาพขึ้นเสมอ ควรเปรียบเทียบกับหน่วยธุรกิจ เช่น กิโลกรัมขยะต่อสินค้าที่ผลิต 1,000 ชิ้น หรือต่ออาหาร 100 จาน

Green Financing สำหรับ Sme เชื่อมข้อมูลการจัดการขยะดิจิทัลกับโอกาสเข้าถึงเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม

Link

เตรียมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงสู่ Thailand Taxonomy

Thailand Taxonomy หรือเกณฑ์การจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามระดับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย เป็นกรอบอ้างอิงที่ช่วยให้ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินพิจารณาได้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจแต่ละประเภทมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับใด โดยในระยะที่ 2 (Phase 2) ได้มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมภาคเกษตร การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ การผลิต และการจัดการขยะ

สำหรับ SME ที่เริ่มจัดเก็บข้อมูลขยะอย่างเป็นระบบ กรอบดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการตรวจสอบว่าโครงการลดของเสีย การนำวัสดุกลับมาใช้ หรือการลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตของธุรกิจมีข้อมูลอะไรที่ควรเตรียมเพิ่มเติม หากต้องการนำไปประกอบการพิจารณาทางการเงินในอนาคต

     ทำความเข้าใจสถานะ 3 สี เขียว เหลือง และแดง

Thailand Taxonomy ใช้การแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 กลุ่มที่เปรียบได้กับระบบสัญญาณไฟจราจร ได้แก่

  • สีเขียว (Green) หมายถึง กิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และเป็นไปตามเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนด

  • สีเหลือง (Amber) หมายถึง กิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจยังไม่อยู่ในระดับสีเขียว แต่มีแนวทางปรับลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่กำหนด

  • สีแดง (Red) หมายถึง กิจกรรมที่ยังไม่สอดคล้องกับแนวทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับ SME ประโยชน์ของการทำความเข้าใจกรอบนี้คือการใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาว่า กิจกรรมหรือโครงการของธุรกิจสอดคล้องกับทิศทางด้านสิ่งแวดล้อมในระดับใด และควรเตรียมข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเพื่อประเมินตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

     เปลี่ยนข้อมูลการลดขยะให้เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

การบอกว่าธุรกิจ “ลดขยะ” หรือ “นำขยะไปรีไซเคิล” เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากต้องการนำผลการดำเนินงานไปใช้ประกอบการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือการมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบที่มาและเส้นทางของวัสดุย้อนหลังได้ หรือ Data Traceability

ข้อมูลพื้นฐานที่ SME ควรเก็บ เช่น ปริมาณขยะก่อนเริ่มโครงการ ประเภทและแหล่งที่เกิดขยะ วิธีที่ใช้ลดหรือจัดการ ปริมาณหลังดำเนินการ ปริมาณวัสดุที่นำกลับมาใช้หรือรีไซเคิล ผู้รับวัสดุ และปลายทางการจัดการ รวมถึงเอกสารหรือหลักฐานจากผู้รับซื้อ ผู้รีไซเคิล หรือผู้ให้บริการจัดการขยะตามความเหมาะสม

     เตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลด้านขยะที่เป็นระบบสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับสินเชื่อหรือแหล่งเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Financing) โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจมีแผนลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การรีไซเคิล หรือการปรับกระบวนการผลิตให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลขยะหรือการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Thailand Taxonomy ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะได้รับสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือสิทธิประโยชน์โดยอัตโนมัติ เพราะสถาบันการเงินแต่ละแห่งยังมีหลักเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ วัตถุประสงค์การใช้เงิน คุณสมบัติผู้กู้ เอกสารประกอบ และเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน

ดังนั้น SME ที่มีแผนลงทุนด้านการจัดการขยะควรเริ่มจากการเตรียมข้อมูลโครงการให้ตอบคำถามได้ว่า ปัญหาเดิมคืออะไร จะลงทุนแก้ไขอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าไร คาดว่าจะลดปริมาณขยะหรือการใช้วัตถุดิบได้อย่างไร และมีวิธีวัดผลหลังดำเนินงานแบบใด จากนั้นจึงนำข้อมูลไปหารือกับธนาคารเพื่อประเมินว่ามีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดที่สอดคล้องกับโครงการ

Digital Waste Management การใช้แท็บเล็ตบันทึกและติดตามข้อมูลขยะในกระบวนการทำงาน

Link

3 ขั้นตอนทำ Digital Waste Management สำหรับ SME เริ่มได้ทันที

สำหรับ SME ที่ต้องการเริ่มจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ไม่จำเป็นต้องลงทุนใหญ่ตั้งแต่แรก สามารถเริ่มจากการมองเห็น “จุดรั่วไหลของต้นทุน” ผ่านข้อมูลที่มีอยู่ก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรับกระบวนการให้ลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง และต่อยอดไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     ขั้นตอนที่ 1: ตรวจจุดเกิดขยะและตัดต้นทุนต้นทาง (Audit & Prevention)

เลือกขยะที่มีต้นทุนหรือปริมาณสูงสุด 3 ประเภท บันทึกต่อเนื่อง 30 วัน พร้อมระบุจุดเกิด สาเหตุ และมูลค่าวัตถุดิบโดยประมาณ จากนั้นเลือกแก้เพียงหนึ่งปัญหาที่เห็นผลต่อการปฏิบัติงานชัดเจนก่อน

     ขั้นตอนที่ 2: แยกวัสดุพร้อมเก็บข้อมูลเส้นทาง (Digital Sorting)

กำหนดรหัสหรือหมวดขยะ ใช้โทรศัพท์หรือแบบฟอร์มบันทึกน้ำหนัก และเลือกผู้รับที่สามารถระบุได้ว่าขยะถูกนำไปจัดการอย่างไร หากมีเอกสารรับรอง รายงาน หรือหลักฐานการรับและแปรรูป ควรจัดเก็บในระบบเดียวกันเพื่อสร้าง Data Traceability

     ขั้นตอนที่ 3: ประเมินความสอดคล้องกับ Thailand Taxonomy และเตรียมข้อมูลด้านเงินทุน

เมื่อมีข้อมูลอย่างเป็นระบบ SME สามารถนำกิจกรรมหรือโครงการมาเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ของ Thailand Taxonomy ในเบื้องต้น พร้อมรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น เช่น ปัญหาที่ต้องการแก้ไข แนวทางการลงทุน งบประมาณที่คาดว่าจะใช้ ปริมาณขยะหรือวัตถุดิบที่คาดว่าจะลดลง และแนวทางการวัดผลหลังดำเนินโครงการ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์และความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

สิ่งที่ SME ควรทำต่อจากนี้คือกำหนดให้ Digital Waste Management หรือการจัดการขยะด้วยระบบดิจิทัล เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารต้นทุน ไม่แยกออกเป็นงานสิ่งแวดล้อมที่ดูแลเฉพาะปลายทาง โดยเริ่มจากตั้งผู้รับผิดชอบข้อมูลขยะอย่างชัดเจน กำหนดหน่วยวัดที่ใช้ร่วมกัน และเลือกตัวชี้วัดเพียงไม่กี่รายการที่เชื่อมกับผลประกอบการ เช่น ปริมาณเศษวัสดุต่อหน่วยการผลิต มูลค่าวัตถุดิบที่สูญเสียต่อเดือน หรือสัดส่วนวัสดุที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

ในช่วงเริ่มต้น ควรทดลองกับจุดที่มีต้นทุนสูงหรือเกิดของเสียบ่อยที่สุดก่อน แทนการเก็บข้อมูลทุกประเภทพร้อมกัน เพราะจะช่วยให้ทีมเห็นผลจากการปรับกระบวนการได้ง่ายกว่า และยังใช้ทรัพยากรน้อยกว่า เมื่อได้รูปแบบที่เหมาะสมแล้วจึงค่อยขยายไปยังสายการผลิต สาขา หรือประเภทขยะอื่น

อีกประเด็นที่ควรให้ความสำคัญคือคุณภาพของข้อมูลและหลักฐานปลายทาง ธุรกิจควรรู้ว่าใครเป็นผู้รับวัสดุ ส่งต่อไปที่ใด และถูกนำไปใช้หรือกำจัดด้วยวิธีใด หากผู้ให้บริการสามารถออกเอกสารรับรองหรือรายงานได้ ก็ควรจัดเก็บไว้ในระบบเดียวกัน

แนวทางนี้จะช่วยให้ SME มีข้อมูลที่พร้อมใช้ทั้งสำหรับการปรับกระบวนการภายใน การสื่อสารกับคู่ค้า และการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหรือแหล่งเงินทุนที่เกี่ยวข้องในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องเร่งลงทุนระบบขนาดใหญ่ตั้งแต่วันแรก

ข้อมูลอ้างอิง

  1. BIGBAG ‘วาวา แพค’ จากทอกระสอบ สู่ กระเป๋าแฟชั่นรักษ์โลก. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จาก https://www.textilescircle.com/th/knowledge/blog-Business-Model-Big-bag-wa-wa-pack

  2. Food use and waste hierarchy. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จาก https://food.ec.europa.eu/food-safety/food-waste/eu-food-waste-relevant-legislation/food-use-and-waste-hierarchy_en

  3. IKEA halves food waste and saves +20M meals in four years. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จาก https://www.ingka.com/newsroom/ikea-stores-halve-production-food-waste-saving-more-than-20-million-meals-over-four-years/

  4. Thailand Taxonomy Driving the Thai Economy Towards Sustainability. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จาก https://www.bot.or.th/en/financial-innovation/sustainable-finance/green/Thailand-Taxonomy.html

  5. Waste Framework Directive. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จาก https://environment.ec.europa.eu/topics/waste-and-recycling/waste-framework-directive_en

 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333