ISO 50001 วางระบบพลังงานเตรียมพร้อมเป็นคู่ค้าตัวจริงขององค์กรใหญ่
SME InsightsESG & Sustainbility

ISO 50001 วางระบบพลังงานเตรียมพร้อมเป็นคู่ค้าตัวจริงขององค์กรใหญ่

5 พ.ย. 2569
|
48

ทุกวันนี้ องค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้เก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงานของตัวเองเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญไปถึงการดำเนินงานของคู่ค้าที่ส่งวัตถุดิบหรือให้บริการด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ส่งต่อมาถึง SME ในห่วงโซ่อุปทาน ผ่านแบบฟอร์มขอข้อมูลพลังงาน เกณฑ์คัดเลือกผู้ขาย และการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอก

ISO 50001 หรือมาตรฐานระบบจัดการพลังงานสากล เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจตอบโจทย์นี้ได้อย่างยั่งยืนและมีข้อมูลรองรับ เพราะเป็นกรอบที่ทำให้การจัดการพลังงานในองค์กรมีข้อมูล เป้าหมาย และการวัดผลที่ตรวจสอบได้ และที่สำคัญ SME สามารถนำกรอบแนวคิดของมาตรฐานนี้มาใช้ได้ทันที โดยยังไม่จำเป็นต้องลงทุนขอใบรับรองตั้งแต่วันแรก

วิศวกรตรวจสอบและติดตามการทำงานของระบบพลังงานสะอาดเพื่อยกระดับสู่มาตรฐาน ISO 50001

ISO 50001 คืออะไร และทำไมระบบจัดการพลังงานจึงสำคัญกับองค์กรใหญ่?

ISO 50001 คือมาตรฐานระบบจัดการพลังงาน (Energy Management System: EnMS) ระดับสากล ที่ช่วยให้องค์กรใช้พลังงานทุกรูปแบบ ทั้งไฟฟ้า เชื้อเพลิง และไอน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง

ระบบจัดการพลังงานที่ทำงานเป็นวงจร ไม่ใช่โครงการครั้งเดียว

หัวใจของ ISO 50001 คือวงจร PDCA ได้แก่ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Do) การตรวจสอบ (Check) และการปรับปรุง (Act) งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าระบบนี้มีพื้นฐานใกล้เคียงกับการจัดการพลังงานตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานของไทยมาก และเน้นการระบุจุดที่ใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ การตั้งเป้าหมาย การกำหนดมาตรการ และการติดตามทบทวนผลอย่างสม่ำเสมอ

กล่าวอีกแบบคือ ISO 50001 เปลี่ยนการประหยัดพลังงานจากการรณรงค์เป็นครั้งคราว ให้กลายเป็นระบบที่มีเจ้าของงาน มีตัวเลข และมีการวัดผลทุกรอบ

ข้อดีของการทำมาตรฐาน ISO 50001

ISO ระบุว่ามาตรฐาน ISO 50001 ออกแบบมาให้องค์กรทุกภาคส่วนใช้ได้ เพื่อช่วยปรับปรุงผลประกอบการผ่านการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยรักษาทรัพยากร ข้อดีของการทำมาตรฐานนี้สรุปได้ 4 ด้าน 

  1. บริหารพลังงานด้วยข้อมูล: องค์กรกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านพลังงาน ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ วัดผล และทบทวนประสิทธิผลของนโยบายอย่างต่อเนื่อง

  2. ปรับปรุงผลประกอบการ: การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงผลประกอบการได้

  3. ต่อยอดกับระบบเดิมได้: ISO 50001 ใช้โมเดลการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องแบบเดียวกับ ISO 9001 (การบริหารคุณภาพ) และ ISO 14001 (การจัดการสิ่งแวดล้อม) องค์กรจึงรวมการจัดการพลังงานเข้ากับงานด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อมที่ทำอยู่ได้

  4. เลือกขอใบรับรองได้ตามความพร้อม: บางองค์กรนำมาตรฐานไปใช้เพื่อประโยชน์ภายในอย่างเดียว ขณะที่บางองค์กรขอใบรับรองเพื่อแสดงต่อบุคคลภายนอกว่ามีระบบจัดการพลังงาน การขอใบรับรองเป็นทางเลือก

การบริหารจัดการคลังสินค้าและห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้าเพื่อรองรับการประเมินก๊าซเรือนกระจก Scope 3

กรณีศึกษา: ระบบจัดการพลังงานที่วัดผลได้จริงของโรงงานปิโตรเคมีไทย

มาบตาพุดโอเลฟินส์ ลดการใช้พลังงานต่อตันผลผลิตและลดก๊าซเรือนกระจกราว 64,000 ตัน

บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด (MOC) ผู้ผลิตโอเลฟินส์ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นำระบบจัดการพลังงานตามมาตรฐาน ISO 50001 มาใช้ในโรงงาน และได้รับการเผยแพร่เป็นกรณีศึกษาโดย Clean Energy Ministerial เวทีความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดระดับรัฐมนตรีของนานาประเทศ

จุดสำคัญของเคสนี้คือการวัดผลด้วยดัชนีการใช้พลังงานต่อผลผลิต (Specific Energy Consumption) แทนการดูค่าพลังงานรวมเพียงอย่างเดียว เพราะช่วยให้เห็นว่าโรงงานใช้พลังงานคุ้มค่าขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ผลิตน้อยลง

ผลที่วัดได้จริง:

  • ดัชนีการใช้พลังงานลดลงจาก 18,466 เมกะจูลต่อตันโอเลฟินส์ในปี 2555 เหลือ 17,093 เมกะจูลต่อตันในปี 2558

  • ลดต้นทุนได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 4 ปี

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 64,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

สิ่งที่ SME เรียนรู้ได้จากเคสนี้คือ ระบบจัดการพลังงานที่ดีไม่ได้วัดแค่ค่าไฟที่ลดลง แต่วัดพลังงานที่ใช้ต่อหน่วยผลผลิต ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่ลูกค้ารายใหญ่ต้องการเมื่อคำนวณก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน แม้ SME จะไม่ได้มีขนาดเท่าโรงงานปิโตรเคมี แต่สามารถเริ่มเก็บตัวเลขนี้ได้จากบิลค่าไฟ

SME สร้างโอกาสจากการนำมาตรฐาน ISO 50001 มาใช้อย่างไร?

SME ที่มีข้อมูลพลังงานพร้อม ได้เปรียบคู่ค้าที่ต้องเริ่มจากศูนย์

เมื่อ SME มีหลักการเก็บข้อมูลตามมาตรฐาน ISO 50001 ก็จะตอบได้ทันทีว่าใช้พลังงานเท่าไรต่อหน่วยสินค้า มีแผนลดอย่างไร และมีหลักฐานการวัดผลที่ตรวจสอบได้ จึงได้เปรียบคู่ค้าที่ต้องเริ่มรวบรวมข้อมูลจากศูนย์

ข้อได้เปรียบนี้ไม่ได้มีแค่ภาพลักษณ์ ระบบจัดการพลังงานที่ดียังช่วยลดต้นทุนการผลิตของ SME เอง เช่นเดียวกับเคสของมาบตาพุดโอเลฟินส์ที่ลดทั้งการใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิตและต้นทุนไปพร้อมกัน การลงทุนด้านนี้จึงได้ประโยชน์สองทาง ทั้งต้นทุนที่ลดลงและโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

มีข้อมูลพร้อมสร้างโอกาสทางการตลาด

อุตสาหกรรมรายใหญ่เริ่มขอข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงาน ซึ่งมีส่วนช่วยให้รายใหญ่นำไปคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3) ได้ครบถ้วนขึ้น การรายงานข้อมูลให้รายใหญ่จึงเป็นโอกาสของ SME ไม่ใช่เพียงภาระเพิ่ม เพราะ SME ที่ส่งข้อมูลได้ทันทีและมีหลักฐานการวัดผลรองรับ ทำงานร่วมกับรายใหญ่ได้ง่ายกว่าคู่ค้าที่ต้องเริ่มรวบรวมข้อมูลใหม่ และอาจถูกพิจารณาก่อนเมื่อรายใหญ่คัดเลือกหรือประเมินผู้ขาย

3 ขั้นตอนเตรียมระบบจัดการพลังงานสำหรับ SME

SME ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการขอใบรับรองเต็มรูปแบบ แต่สามารถค่อย ๆ วางระบบตามความพร้อม ดังนี้

ขั้นตอนเตรียมระบบจัดการพลังงานสำหรับ SME

1. ใช้กรอบคิดของ ISO 50001 จัดระเบียบข้อมูลพลังงานก่อน

  • รวบรวมบิลค่าไฟ ค่าเชื้อเพลิง และยอดผลิตย้อนหลังอย่างน้อย 12 เดือน แล้วคำนวณพลังงานที่ใช้ต่อหน่วยสินค้า

  • ระบุจุดที่ใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ (Significant Energy Use: SEU) เช่น ระบบอัดอากาศ ระบบทำความเย็น หรือเตาอบ ซึ่งงานวิจัยด้านนี้ระบุว่าเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่ควรให้ความสำคัญ

  • กำหนดผู้รับผิดชอบและทบทวนตัวเลขทุกเดือน เพื่อให้การจัดการพลังงานในองค์กรเป็นงานประจำ ไม่ใช่โครงการชั่วคราว

2. เริ่มจากมาตรการที่ใช้เงินลงทุนน้อย

จุดที่หลายโรงงานมองข้ามคือระบบอัดอากาศ กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าการรั่วไหลของลมอัดมักทำให้สูญเสียกำลังผลิตของเครื่องอัดอากาศไปถึง 20–30% และแนะนำให้ทำโปรแกรมตรวจหารอยรั่วอย่างต่อเนื่อง โดยซ่อมจุดรั่วขนาดใหญ่ก่อน เพราะให้ผลประหยัดมากที่สุด

มาตรการลักษณะนี้ เช่น การอุดรอยรั่วท่อลม การปิดเครื่องจักรเมื่อไม่ใช้งาน หรือการปรับตั้งอุณหภูมิและแรงดันให้เหมาะสม ช่วยให้เห็นผลเป็นตัวเลขได้เร็ว และกลายเป็นหลักฐานชุดแรกที่ใช้ตอบคำถามของลูกค้ารายใหญ่ได้

3. ขอใบรับรองเมื่อคู่ค้าหรือตลาดส่งออกกำหนด

การขอใบรับรอง ISO 50001 ไม่จำเป็นต้องทำตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อระบบภายในเข้าที่ และมีคู่ค้ารายใหญ่หรือตลาดส่งออกกำหนดให้มีการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอก จึงค่อยยกระดับสู่การขอใบรับรองเต็มรูปแบบ

สำหรับโรงงานที่ทำการจัดการพลังงานตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานอยู่แล้ว งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าสามารถต่อยอดสู่ ISO 50001:2018 ได้โดยใช้เอกสารเดิม และจัดทำเพิ่มอีก 5 หัวข้อ ได้แก่ บริบทขององค์กร การวางแผน การสนับสนุน การจัดหา และการปรับปรุง

ระบบจัดการพลังงานเริ่มได้จากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ต้องรอใบรับรอง

เมื่อองค์กรใหญ่ต้องรับผิดชอบก๊าซเรือนกระจกไปถึงห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลพลังงานของ SME จึงไม่ใช่แค่เรื่องภายในโรงงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกคู่ค้า ISO 50001 ช่วยให้ข้อมูลนั้นเป็นระบบ วัดผลได้ และตรวจสอบได้

สำหรับก้าวแรก SME สามารถเริ่มจากบิลค่าพลังงานและยอดผลิตที่มีอยู่ ระบุจุดที่ใช้พลังงานมากที่สุด แล้วลงมือกับมาตรการที่ไม่ต้องลงทุนสูงก่อน เมื่อมีตัวเลขพิสูจน์ผลได้ชัด การยกระดับสู่ใบรับรองในวันที่ลูกค้าต้องการก็จะเป็นเพียงขั้นต่อไป ไม่ใช่การเริ่มใหม่ทั้งหมด

ข้อมูลอ้างอิง

  1. การพัฒนาระบบการจัดการพลังงานสู่มาตรฐานสากล ISO 50001:2011 สำหรับโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/energy-research/article/view/48913

  2. สรุปคำถาม-คำตอบ จากการอบรมคู่มือและเตรียมความพร้อมการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับบริษัทจดทะเบียน. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://www.sec.or.th/TH/Documents/Seminars/OneReport-seminar-greenhouse-QA.pdf

  3. ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักการที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://www.mitihoon.com/2025/11/28/598734/

  4. Corporates' supply chain scope 3 emissions are 26 times higher than their operational emissions. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://www.cdp.net/en/press-releases/corporates-supply-chain-scope-3-emissions-are-26-times-higher-than-their-operational-emissions

  5. Map Ta Phut Olefins Company Limited Global Energy Management implementation case study. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://cleanenergyministerial.org/resource/map-ta-phut-olefins-company-limited-global-energy-management-implementation-case-study

  6. Minimize Compressed Air Leaks (Compressed Air Tip Sheet #3). สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://www.energystar.gov/sites/default/files/buildings/tools/compressed_air3.pdf

  7. ISO 50001 — Energy management. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://www.iso.org/iso-50001-energy-management.html

  8. การศึกษาเชิงเปรียบเทียบข้อกำหนดมาตรฐานการจัดการพลังงานสากล ISO 50001:2018 และกฎหมายการอนุรักษ์พลังงานของประเทศไทย เพื่อการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับโรงงานและอาคารควบคุม. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จาก https://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/70126

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333