Chief of Staff สะพานเชื่อมระหว่างสอง Gen สู่การส่งต่อธุรกิจครอบครัวอย่างเป็นระบบ
SME InsightsFamily Business

Chief of Staff สะพานเชื่อมระหว่างสอง Gen สู่การส่งต่อธุรกิจครอบครัวอย่างเป็นระบบ

17 ต.ค. 2569
|
15

การส่งต่อธุรกิจจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่น ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านทั้งวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และวิธีบริหารธุรกิจไปพร้อมกัน โดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวที่คนรุ่นก่อนสร้างขึ้นจากประสบการณ์และความสัมพันธ์ ขณะที่คนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสผ่านข้อมูล เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจแบบใหม่

บทบาทหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยจัดการรอยต่อนี้ได้คือ Chief of Staff (CoS) บุคลากรที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้นำเพื่อช่วยจัดลำดับความสำคัญ บริหารข้อมูล และขับเคลื่อนวาระสำคัญขององค์กร

รอยต่อระหว่าง Gen กับโจทย์ที่ใหญ่กว่าการส่งไม้ต่อ

การเปลี่ยนผ่านผู้นำในธุรกิจครอบครัวมักเกิดขึ้นท่ามกลางความแตกต่างหลายด้าน ตั้งแต่ประสบการณ์ในการทำธุรกิจไปจนถึงมุมมองต่อความเสี่ยงและการเติบโต หากไม่มีระบบที่ช่วยเชื่อมความคิดเหล่านี้ การตัดสินใจเรื่องสำคัญอาจยังต้องย้อนกลับไปหาผู้นำรุ่นเดิมอยู่เสมอ

รอยต่อระหว่าง Gen กับการส่งต่อธุรกิจครอบครัว

ผู้นำรุ่นเดิมกลายเป็นคอขวดของการตัดสินใจ

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น เรื่องที่ต้องตัดสินใจก็มากขึ้น หากทุกเรื่องยังต้องรอการตัดสินใจจากเจ้าของหรือ CEO คนเดียว ผู้นำอาจใช้เวลาไปกับการอนุมัติงานประจำวันจนเหลือเวลาน้อยลงสำหรับเรื่องที่มีผลต่ออนาคตขององค์กร

Harvard Business Review อธิบายว่า Chief of Staff ช่วยคัดกรองว่าเรื่องไหนต้องถึงมือผู้นำจริง ๆ เรื่องไหนมอบหมายให้ทีมจัดการต่อได้ พร้อมเชื่อมงานที่กระจายอยู่คนละแผนกให้ไปในทิศทางเดียวกัน แทนที่ผู้นำจะต้องตามเก็บเองทุกจุด

สำหรับธุรกิจครอบครัว บทบาทนี้จึงช่วยให้ผู้นำรุ่นเดิมถอยออกจากงานที่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นได้ และกลับมาใช้เวลากับการกำหนดทิศทางและตัดสินใจในประเด็นสำคัญ

ช่องว่างระหว่างประสบการณ์กับวิธีคิดแบบใหม่

Gen 1 มักมีความได้เปรียบจากประสบการณ์ ความเข้าใจลูกค้า และความสัมพันธ์ที่สั่งสมมานาน ขณะที่ Next Gen อาจนำข้อมูล เทคโนโลยี และเครื่องมือใหม่เข้ามาใช้ในการบริหาร

ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นใดมีวิธีคิดที่ถูกต้องกว่า แต่เป็นโจทย์ว่าธุรกิจจะทำอย่างไรให้ประสบการณ์ของคนรุ่นเดิมและมุมมองใหม่ของ Next Gen ทำงานร่วมกันได้

ความต้องการคนกลางที่เข้าใจทั้งธุรกิจและครอบครัว

การตัดสินใจในธุรกิจครอบครัวมีความละเอียดอ่อนกว่าการประชุมธุรกิจทั่วไป เพราะผู้ร่วมประชุมมีความสัมพันธ์ส่วนตัวอยู่ด้วย ลูกหลานบางคนอาจไม่กล้าโต้แย้งความคิดเห็นของผู้ใหญ่ ขณะที่ผู้นำรุ่นก่อนอาจยังไม่มั่นใจที่จะมอบอำนาจตัดสินใจในเรื่องสำคัญ

จึงเกิดความต้องการ "คนกลาง" ที่เข้าใจทั้งบริบทของธุรกิจและวิธีทำงานของผู้นำ เพื่อช่วยให้การพูดคุยกลับมาอยู่บนข้อมูล เป้าหมาย และผลลัพธ์ของธุรกิจ

Chief of Staff ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่คือกลไกขับเคลื่อนวาระสำคัญของผู้นำ

Chief of Staff อาจทำให้หลายคนนึกถึงเลขานุการหรือผู้ช่วยผู้บริหาร แต่ McKinsey ระบุว่า CoS ทำงานอยู่ในจุดตัดระหว่างการสนับสนุนและภาวะผู้นำ มีหน้าที่ช่วยจัดการข้อมูล การตัดสินใจ การประชุม และลำดับความสำคัญของ CEO

สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดขอบเขตงานให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ตั้งตำแหน่งใหม่แล้วจบ McKinsey แนะนำให้ CoS และผู้นำตกลงกันว่าจะดูแลเรื่องใด และมีอำนาจตัดสินใจมากแค่ไหน สำหรับธุรกิจครอบครัว อาจกำหนดให้ CoS ดูแลการรวบรวมข้อมูลก่อนประชุม ติดตามโครงการสำคัญ และคัดกรองประเด็นที่ควรส่งต่อถึงผู้นำ

เมื่อกำหนดขอบเขตชัดเจนแล้ว บทบาท Chief of Staff ในธุรกิจครอบครัวมักแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. คัดกรองและเรียบเรียงวาระก่อนถึงมือผู้นำ

CoS ช่วยจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่รอการตัดสินใจ พร้อมเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนถึงมือผู้นำ แทนที่ผู้นำจะต้องไล่ตามรับรู้ทุกเรื่องด้วยตัวเอง เวลาที่เหลือจึงถูกใช้กับประเด็นที่มีผลต่อทิศทางธุรกิจจริง ๆ มากขึ้น

2. แปลงไอเดียของ Next Gen ให้เป็นภาษาธุรกิจที่ตัดสินใจได้

เมื่อ Next Gen เสนอการลงทุนด้าน Digital Transformation หรือเทคโนโลยีใหม่ ความคิดอาจเริ่มต้นจากโอกาสทางธุรกิจหรือประสบการณ์ของตลาด แต่สิ่งที่ Gen 1 ต้องการเห็นอาจเป็นต้นทุน ผลตอบแทน ความเสี่ยง และระยะเวลาคืนทุน CoS จึงช่วยกลั่นกรองแนวคิดเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายใช้พูดคุยร่วมกันได้ ลดช่องว่างระหว่าง "สิ่งที่อยากทำ" กับ "สิ่งที่ธุรกิจพร้อมลงทุน"

3. สร้างพื้นที่ทดลองความคิดก่อนเข้าห้องประชุมจริง

CoS ทำหน้าที่เป็น Buffer Zone ให้ Next Gen ได้ทดลองนำเสนอไอเดียและรับคำถามก่อนเข้าสู่การประชุมสำคัญ ช่วยชี้จุดที่ยังขาดข้อมูล ตั้งคำถามเรื่องความเสี่ยง และแนะนำวิธีนำเสนอ วิธีนี้ช่วยให้ Next Gen พัฒนาความพร้อมในการตัดสินใจ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ Gen 1 ได้รับข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว ไม่ใช่การตัดสินใจแทนผู้นำ แต่ช่วยให้การตัดสินใจเกิดขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน

Chief of Staff ตัวกลางเชื่อมการทำงานระหว่าง Gen 1 และ Next Gen ในธุรกิจครอบครัว

Case Study: Reliance Industries กับบทบาทคนกลางในช่วงเปลี่ยนผ่าน

มิถุนายน 2565 Mukesh Ambani ลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด Reliance Jio Infocomm และแต่งตั้ง Akash Ambani ลูกชายคนโต ขึ้นเป็นประธานแทน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนของแผนส่งต่อธุรกิจที่ Ambani วางไว้มาหลายปี ปัจจุบัน Akash ดำรงตำแหน่งประธานธุรกิจโทรคมนาคม Jio ส่วน Isha ดูแลการเติบโตของธุรกิจค้าปลีก ขณะที่ Mukesh Ambani ยังคงดำรงตำแหน่ง Chairman & Managing Director ของ Reliance Industries โดยรวม (บอร์ดต่อวาระให้จนถึงปี 2572)

จาก Gen 1 สู่ Next Gen กับโจทย์การเติบโตในธุรกิจใหม่

การเปลี่ยนผ่านของ Reliance ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจหยุดนิ่ง แต่เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายเข้าสู่ธุรกิจดิจิทัล เทคโนโลยี ค้าปลีก และพลังงานใหม่

ในปี 2563 Facebook ประกาศลงทุน 5.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 43,574 crore รูปี ใน Jio Platforms เพื่อถือหุ้น 9.99% ซึ่งเป็นหนึ่งในดีลสำคัญที่สะท้อนการขยายธุรกิจของ Reliance เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

Manoj Modi กับบทบาท "มือขวาบริหาร" ที่อยู่เบื้องหลังดีลสำคัญ

Manoj Modi เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทใกล้ชิดกับ Mukesh Ambani และถูกสื่อรายงานว่าเป็น "มือขวาบริหาร" ของเขา โดยในช่วงการเจรจาดีล Facebook–Jio ปี 2563 Modi มีบทบาทสำคัญในการเจรจาและทำงานร่วมกับ Ambani และลูก ๆ ของเขา ตามรายงานของ Bloomberg

กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่า Manoj Modi ดำรงตำแหน่ง Chief of Staff อย่างเป็นทางการ แต่เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นคุณค่าของคนที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้นำและช่วยเชื่อมวาระสำคัญระหว่างผู้นำกับคนรุ่นถัดไป

ในมุมของธุรกิจครอบครัว สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงมูลค่าของดีล แต่คือการมีบุคคลที่ช่วยเชื่อมการตัดสินใจระหว่างคนหลายรุ่นและหลายส่วนขององค์กร ทำให้โอกาสทางธุรกิจใหม่สามารถถูกนำมาพิจารณาในกรอบที่ผู้นำเข้าใจและตัดสินใจได้

SME เริ่มใช้แนวคิด Chief of Staff เพื่อเตรียมส่งต่อธุรกิจได้อย่างไร

ธุรกิจครอบครัว SME ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการจ้างผู้บริหารตำแหน่งใหม่โดยเฉพาะ เพราะหัวใจของ CoS อยู่ที่บทบาทและความรับผิดชอบมากกว่าชื่อตำแหน่ง

1. เลือกคนในองค์กรที่เข้าใจทั้งผู้นำและธุรกิจ

SME อาจเริ่มจากผู้บริหารหรือคนในองค์กรที่ทำงานใกล้ชิดกับเจ้าของอยู่แล้ว และมีทักษะด้านการประสานงาน วิเคราะห์ข้อมูล และติดตามงาน จากนั้นจึงปรับบทบาทให้เข้ามาช่วยสรุปวาระ รวบรวมข้อมูล ประสานผู้เกี่ยวข้อง และติดตามโครงการสำคัญของผู้นำ

แนวคิด Chief of Staff กับการคัดเลือกคนในองค์กรเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจ

2. เริ่มจาก 1–2 โครงการที่มีความเห็นต่างระหว่าง Gen ชัดเจน

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบบริหารทั้งองค์กรในครั้งเดียว ลองเลือกโครงการที่มีความเห็นต่างระหว่าง Gen ชัดเจน เช่น Digital Transformation การนำ AI มาใช้ หรือการขยายธุรกิจไปสู่ช่องทางใหม่ ให้ CoS ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล แปลงแนวคิดของ Next Gen ให้เป็นตัวเลขทางธุรกิจ และติดตามผลหลังจากตัดสินใจ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นผลลัพธ์จากข้อมูลจริง

3. กำหนดให้ CoS เป็นด่านกรองข้อมูลก่อนเข้าประชุมครอบครัว

ผู้ก่อตั้งและ Next Gen ควรตกลงร่วมกันว่าเรื่องใดต้องผ่าน CoS ก่อนเข้าสู่การประชุมสำคัญ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนหรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ข้อมูลสำคัญ เช่น เป้าหมาย ผลตอบแทน ความเสี่ยง งบประมาณ และความคืบหน้า ควรถูกเตรียมให้พร้อมก่อนการประชุม วิธีนี้ช่วยลดการถกเถียงจากความรู้สึก และทำให้คนสองรุ่นมีข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ

4. ใช้ CoS เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งต่อธุรกิจครอบครัว

ในระยะยาว CoS ไม่ควรเป็นเพียงคนที่ช่วยแบ่งเบางานของเจ้าของ แต่สามารถเป็นกลไกที่ช่วยให้ Next Gen เรียนรู้วิธีคิดและกระบวนการตัดสินใจขององค์กร ผ่านการทำงานจริงร่วมกับผู้นำ เมื่อบทบาทถูกออกแบบอย่างเหมาะสม คนรุ่นเดิมจะมีเวลาส่งต่อความรู้และประสบการณ์ที่สำคัญ ขณะที่ Next Gen ได้ฝึกคิดและตัดสินใจในโจทย์จริงมากขึ้น นี่จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยทำให้การส่งต่อธุรกิจครอบครัวค่อย ๆ เปลี่ยนจากการ "ส่งมอบตำแหน่ง" ไปสู่การ "ส่งต่อวิธีบริหารธุรกิจ"

เปลี่ยนรอยต่อระหว่าง Gen ให้เป็นพลังในการส่งต่อธุรกิจ

การส่งต่อธุรกิจครอบครัวไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่เจ้าของเปลี่ยนตำแหน่ง แต่เกิดขึ้นจากการสร้างระบบที่ทำให้คนรุ่นเดิมและ Next Gen สามารถเรียนรู้ ทำงาน และตัดสินใจร่วมกันได้ก่อนถึงวันเปลี่ยนผ่านจริง

Chief of Staff จึงอาจเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ช่วยทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การจัดลำดับวาระของผู้นำ กลั่นกรองข้อมูล ไปจนถึงการเป็นตัวกลางที่ช่วยให้ประสบการณ์ของ Gen 1 และมุมมองใหม่ของ Next Gen เดินไปในทิศทางเดียวกัน

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Ciampa, D. (2020). The Case for a Chief of Staff. Harvard Business Review. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จาก https://hbr.org/2020/05/the-case-for-a-chief-of-staff

  2. Goodman, A. & Fusaro, R. (2024). How to be a better chief of staff. McKinsey & Company. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จาก https://www.mckinsey.com/capabilities/strategy-and-corporate-finance/our-insights/how-to-be-a-better-chief-of-staff

  3. Mukesh Ambani Resigns as Reliance Jio Chairman, Names Son Akash. Variety. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จาก https://variety.com/2022/digital/asia/mukesh-ambani-resigns-akash-ambani-reliance-jio-1235304848

  4. Mukesh Ambani. Fortune Most Powerful People 2025. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จาก https://fortune.com/ranking/most-powerful-people/2025/mukesh-ambani

  5. Manoj Modi: The Brain Behind Mukesh Ambani's $13 Billion Spree of Investment Deals. ThePrint. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จาก https://theprint.in/india/manoj-modi-the-brain-behind-mukesh-ambanis-13-billion-spree-of-investment-deals/440106/

  6. Facebook-Reliance Jio deal: Social media giant pumps in Rs 43,574 crore in Mukesh Ambani's telco. Business Today. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 จาก https://www.businesstoday.in/latest/corporate/story/facebook-reliance-jio-deal-social-media-giant-pumps-in-rs-43574-crore-in-mukesh-ambani-telco-10-points-256234-2020-04-22

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333