5 เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ธุรกิจนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ดึงลูกค้า ช่วงมหาสงกรานต์ 2567
SME InsightsMega Trends

5 เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ธุรกิจนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ดึงลูกค้า ช่วงมหาสงกรานต์ 2567

10 เม.ย. 2567
|
8789

ประเพณีสงกรานต์ของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน สนับสนุนให้ “สงกรานต์” เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์เทศกาลระดับโลก โดยปี 2567 นี้ กำหนดให้มีการจัดงานสงกรานต์นาน 21 วัน ที่เรียกว่า “งานมหาสงกรานต์ 2567” หรือ Maha Songkran World Water Festival 2024 กระจายไปยังหลายพื้นที่


ยกตัวอย่างในพื้นที่ กรุงเทพฯ เตรียมจัดงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ขึ้นถึง 5 วัน ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2567 ที่ราชดำเนินกลาง และท้องสนามหลวง จากปกติที่งานสงกรานต์จะจัดขึ้นเพียง 3 วัน ระหว่าง 13-15 เมษายน ของทุกปี ขณะที่ในภาคต่าง ๆ ก็เตรียมจะจัดงานสงกรานต์ต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมการสร้างซอฟต์พาวเวอร์



สงกรานต์เงินสะพัด 2 แสนล้าน


ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดทำผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,280 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2567 พบว่า จากนโยบายการจัดมหาสงกรานต์ปี 2567 ส่งผลทำให้การจับจ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ คึกคักกว่าปีที่แล้ว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ในไทยเพิ่มขึ้น สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (21 วัน) เกือบ 70,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ภาพรวมเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 นี้ จะมีเงินสะพัด 1.4 - 2 แสนล้านบาท


ซึ่งหากโฟกัสเฉพาะการจัดงานสงกรานต์ปี 2567 ปกติจะมีเงินจะสะพัดช่วงสงกรานต์อยู่ที่ 128,834.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับปี 2566 เงินสะพัดอยู่ที่ 125,203.29 ล้านบาท ถือเป็นการใช้จ่ายสูงสุดในรอบ 5 ปี นับจากปี 2563 แต่ยังไม่สามารถทำลายสถิติช่วงปี 2562 ที่มีเงินสะพัดอยู่ที่ 135,837.56 ล้านบาท แต่หากรวมกับยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาทำให้ รายได้ประเทศทะลุ 2 แสนล้านบาท มีส่วนช่วยเสริมสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2567 เติบโต 2.01- 2.50%



ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเลือกใช้ “เทคโนโลยี”มาช่วยเสริมการทำการตลาดในช่วง “มหาสงกรานต์” ให้เร็ว และล็อกเป้าหมายให้ถูกจุด เพื่อชิงเค้ก 2 แสนล้านบาทมาให้ได้


ส่องกิจกรรมยอดฮิตสงกรานต์ก่อนทำการตลาด


เบื้องต้นหากวิเคราะห์พฤติกรรมการจับจ่ายผู้บริโภคช่วงสงกรานต์ จะพบว่า ปีนี้ ประชาชน ตั้งใจจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ 45.2% โดยกิจกรรมที่นิยมมากที่สุดคือทำบุญ 66.0% รองลงมาไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และไปเยี่ยมญาติ 42.0% และไปเล่นน้ำสงกรานต์ 41.6%

สำหรับการวางแผนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์อันดับหนึ่ง ไปเที่ยว /ทำกิจกรรมในจังหวัดที่ตนอยู่ 51.2% รองลงมา พักผ่อนอยู่บ้าน 26.0% และไปเที่ยวในประเทศ 10.6% โดยจังหวัดที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด คือ ชลบุรี อยุธยา กาญจนบุรี และระยอง




สำหรับแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้จับจ่ายในเทศกาลสงกรานต์ แบ่งมาจากหลายส่วน แต่หลัก ๆ จะมาจากเงินเดือนรายได้ตามปกติ 54.8% เงินออม 39.7% และเงินกู้ 2.6%


ขณะที่ผลสำรวจภาคเอกชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 พบว่า มีการจัดงานรื่นเริงช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มขึ้น 50.5% และมองว่าบรรยากาศของเทศกาลสงกรานต์โดยรวมของประเทศคึกคักกว่าปี 2566 อยู่ที่ 45.9%


วิธีรับศึกการตลาดช่วงสงกรานต์


เดือนเมษายนนี้ ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ในการเชื่อมต่อ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย โดยการศึกษาพฤติกรรมช่วงสงกรานต์อย่างละเอียด และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ตลอดจนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม และยอดขายในช่วงการเทศกาลนี้มากขึ้น


คำถามคือ แล้วแบรนด์ของคุณจะเลือกแพลตฟอร์มแบบใดมาใช้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางมากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มออนไลน์มีจำนวนมาก และหลากหลาย




ข้อมูลจากการศึกษาของ TikTok ผู้นำแพลตฟอร์ม ที่เป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งสำหรับนักช็อปออนไลน์ ระบุว่าเนื้อหาของแพลตฟอร์มมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงสงกรานต์เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเฉพาะในปี 2566 มีจำนวนคอนเทนต์วีดีโอเพิ่มขึ้น 4.4 เท่า และยอดดูวิดีโอเพิ่มขึ้น 3.4 เท่า ทั้งยังมีเนื้อหาในหมวดหมู่ที่แตกต่างหลากหลาย และยังพบว่า ผู้ใช้ 9 ใน 10 ราย พบเนื้อหาที่พวกเขาชื่นชอบบนแพลตฟอร์ม และ 1 ใน 3 ใช้ ติ๊กต็อก เป็นเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ




และที่น่าสนใจมากฃ คือ TikTok ใช้ “ความบันเทิง” และการมีส่วนร่วมเป็นสื่อกลาง ในการสื่อสารแบรนด์ไปถึงลูกค้า สะท้อนจากผลการสำรวจที่พบว่า 82% ของการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากเนื้อหาความบันเทิง


และยิ่งในช่วงสงกรานต์นี้ ผู้บริโภคใช้ยังค้นหาเนื้อหาเกี่ยวกับสงกรานต์ และซัมเมอร์บน TikTok มากถึง 83% โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 64% พบว่า ผู้บริโภคต้องการติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ และ ผู้บริโภค 56% บอกว่า TikTok ช่วยทำให้ค้นพบการเปิดตัวสินค้าที่น่าสนใจอยู่เสมอ


ผู้ผลิตแบรนด์ต่าง ๆ อาจจะต้องมอง “TikTok ” เป็นทางเลือกหนึ่งในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในช่วงสงกรานต์เสียแล้ว



เจาะลึก 5 เทรนด์ด้านการตลาด


แต่ทว่า เพียงแค่การเลือกใช้แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ ผู้ผลิตสินค้าต้องเกาะติดเทรนด์เทคโนโลยีด้านการตลาดที่จะมาเสริมแกร่งให้แบรนด์อีกด้วย โดยบทความนี้ สรุปเทรนด์ที่กำลังเป็นไฮไลท์ในปีนี้


1. ปัญญาประดิษฐ์ ( AI)

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นเทรนด์ระดับโลกที่จะมาช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ และเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจในปีนี้ จะเห็นได้ว่าจากการเปิดตัว Gen AI ในปีก่อน ทำให้ทุกภาคส่วนตื่นตัว และเริ่มหันกลับมาทบทวนแผนงาน พร้อมทั้งเจาะลึกข้อดีและข้อเสียในการใช้งาน AI และ GenAI เพื่อวางรากฐานให้ธุรกิจในระยะยาว

โดยหลายองค์กรเริ่มจากการนำ AI มาปรับใช้ ในขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การตอบข้อมูลให้กับลูกค้า แต่ที่สำคัญต้องมีการวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และออกแบบนโยบาย และสุดท้ายยังต้องประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วนรอบด้านอีกด้วย




2. เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-Tech)


เทรนด์เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อดูแลรักษ์โลก เป็นเป้าหมายที่องค์กรภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญคู่ขนานไปกับการการสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจ จึงต้องเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “ซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการพลังงาน” และอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจจับและวัดค่าต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมรอบตัว (IoT Sensor) เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการดำเนินงานให้ยั่งยืนมากขึ้น ทำให้ขณะนี้มีธุรกิจใหม่ที่เริ่มอาศัยโอกาสนี้ต่อยอดให้บริการจัดทำโซลูชันด้านการจัดการสภาพอากาศแบบครบวงจรให้กับลูกค้า เพราะหากธุรกิจรายใดให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมในนาทีนี้ เชื่อว่าทำให้ยอดขายปังอย่างแน่นอน


3. เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า


หากสังเกตจะพบว่าธุรกิจต่าง ๆ เริ่มมีการออกแคมเปญเกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า จนทำให้เทคโนโลยีที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเหลือและบริการลูกค้านับว่ามีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การใช้งาน AI Chatbots ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับระบบการจัดซื้อ การออกแบบเส้นทางการจัดส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานด้านบริการลูกค้า




ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเทคโนโลยีจำลองวัตถุ 3 มิติ (Augment Reality :AR ) ซึ่งจะเป็นการจำลองสินค้าโดยใช้เซ็นซอร์จับภาพ เสียง หรือกลิ่น ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นสินค้า เช่น ใช้กับธุรกิจบริการ หรือใช้การโฆษณาต่างๆ ก็กำลังได้รับความนิยม เช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมเสมือนให้กับลูกค้า (Virtual Reality : VR) ซึ่งให้ผู้บริโภคใช้ความรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในโลกอีกใบ เช่น การลองชุด หรือการให้ผู้บริโภคสามารถเช้าเยี่ยมชมสถานที่ หรือใช้บริการทางการแพทย์ บริการโรงแรม เสมือนเข้าไปยังสถานที่นั้นจริง ๆ เป็นต้น

4. เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการตลาดที่สามารถเข้าถึงตัวของลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจง


ส่วนเทรนด์การตลาดที่เจาะจงเข้าถึงลูกค้าเฉพาะบุคคล ก็ยังเป็นเทรนด์ที่แรงไม่ตก โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี Big Data และขั้นตอนการเรียนรู้ของ Machine Learning พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ การทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalization Marketing) ซึ่งจะนำไปสู่การออกแคมเปญเฉพาะเจาะจง เช่น การส่งข้อความสั้น ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมกับบริการนั้นโดยเฉพาะ หรือ การมอบประสบการณ์ใหม่กับลูกค้าก็ยังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง




5. เทคโนโลยีเกี่ยวกับการตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก


สุดท้าย จากพฤติกรรมของลูกค้าที่นิยมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้บริการที่ผ่านช่องทางออนไลน์ได้กลายเป็นเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้ เช่น เมื่อจะตัดสินใจซื้อสินค้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้บริโภคจะเริ่มหาข้อมูล และสอบถามถึงรายละเอียดของสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ นั่นจึงทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาเลือกใช้เทคโนโลยี และเครื่องมือการตอบคำถาม ที่เรียกว่า Answer Engine Optimization (AEO) มาช่วงให้การบริการตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น




การพัฒนา AEO เป็นเทคโนโลยีที่เริ่มแพร่ และมีบทบาทสำคัญเข้ามาทดแทนเทคโนโลยี Search Engine Optimization (SEO) ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์มานานแล้ว โดยจุดเด่นสำคัญของ AEO คือ มุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาที่คัดกรองแล้วและนำไปตอบในกล่องคำตอบผลลัพธ์จากการค้นหา ซึ่งการปรับเนื้อหาออนไลน์ให้มีคำตอบชัดเจน ตรงกับคำถามของผู้บริโภคแบบที่ลึกกว่าการทำ SEO ที่เน้นการใช้คีย์เวิร์ดสำหรับการค้นหา



ทั้งหมดนี้อาจจะกล่าวได้ว่า เทรนด์เทคโนโลยีต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหลากหลากฟังก์ชั่น ผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีอยู่แล้วจำเป็นต้องติดตามและอัปเดตซอฟต์แวร์รวมทั้งกลยุทธ์อยู่เสมอ ส่วนผู้ประกอบการน้องใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นยอดขาย ดึงดูดกำลังซื้อโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่จะมีเม็ดเงินสะพัด 2 แสนล้านบาทนี้ มีหลักสำคัญ 3 ข้อ คือ ต้องมองหาเทคโนโยบายที่เหมาะสมกับธุรกิจตัวเอง ต้องรู้จักพัฒนาอัพเดทความล้ำของเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ และต้องมองการใช้เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้สร้างรากฐานการเติบโตระยะยาว ที่สำคัญ คือต้องพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาคน ซึ่งเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีไปพร้อมกันด้วย


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333