โควิดฉุดเศรษฐกิจรัสเซียซึมยาว ลุ้นปี 2565 จะฟื้นหรือไม่
SME KnowledgeSME Go Inter

โควิดฉุดเศรษฐกิจรัสเซียซึมยาว ลุ้นปี 2565 จะฟื้นหรือไม่

25 ก.พ. 2564
|
1816

รัสเซียเคยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น 1 ใน 5 ของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2567 ในฐานะกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หรือ BRIC ร่วมกับสมาชิกอีก 3 ประเทศคือ จีน บราซิล และอินเดีย ซึ่งอย่างน้อยหากวัดตามมาตรฐานการเศรษฐกิจมหภาคแล้วมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านเหรียญ และทุนสำรองจำนวนมหาศาลก็ถือว่ามีโอกาสที่จะเป็นไปได้

แต่ทว่าเมื่อต้นปี 2563 รัฐบาลรัสเซียต้องยกเลิกเป้าหมายการเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจดังกล่าวไปอย่างเงียบๆ พร้อมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19

ไม่เพียงเท่านั้นรายได้จากการส่งออกน้ำมันซึ่งเป็นรายได้หลักทางหนึ่งของรัสเซีย ก็ปรับตัวลดลง 70% จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงไปกว่า 20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อย่างไรก็ตาม Sergei Guriev นักเศรษฐศาสตร์รัสเซียยังให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวเพียง 4% ยังถือว่าดีหากเทียบกับประเทศเศรษฐกิจหลักที่หดตัว 6% หรือประเทศยุโรปบางประเทศที่หดตัว 10%

โดยค่าเงินรูเบิลของรัสเซียที่เคยได้รับความเสียหายไปก่อนช่วงวิกฤตก่อนหน้านี้ ร่วงลงมา 18% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่จะเห็นว่าเงินสกุลนี้เป็นตัวดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดี และยิ่งไปกว่านั้นนโยบายของรัฐบาลกลางยังช่วยให้ค่าเงินอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ และพ้นจากแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจของรัสเซียจะกลับมาฟื้นตัวได้ในระดับเทียบกับก่อนการระบาดของเชื้อโควิด 19 ได้ในปลายปี 2565 หรืออีกประมาณ 1 ปี ข้างหน้า ผลจากการการทำข้อตกลงการผลิตน้ำมันร่วมกับกลุ่มโอเปก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการราคา การสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนความมั่นคงเพิ่มขึ้นกว่า 1.7 แสนเหรียญสหรัฐ การลดหนี้สาธารณะ การใช้ระเบียบคลังเพื่อรับมือความเสี่ยงต่างๆ

อีกด้านหนึ่งก็มีนักวิชาการที่มองว่า รัสเซียยังต้องดำเนินมาตรการเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 ซึ่ง Elina Ribakova รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance) ชี้ว่าแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกแต่ปัญหาระยะกลางคือรัสเซียจะเติบโตได้อย่างไร สอดคล้องกับมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่มองว่าศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจรัสเซียระยะกลางจะอยู่ที่ 1.6% จากที่เคยเติบโตสูงกว่าประเทศอื่นในช่วงตั้งแต่ปี  2000-2013

สาเหตุสำคัญจากการที่รัฐบาลมีนโยบายเศรษฐกิจแบบอนุรักษ์นิยม ไม่ได้มีการใช้มาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิดมากเท่าที่ควร ทั้งที่มีเงินในกองทุนความมั่นคงเพิ่มขึ้นกว่า 1.7 แสนเหรียญสหรัฐ แต่กลับไม่แบ่งปันมาเยียวยาประชาชนและธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งนั่นอาจจะเป็นแรงฉุดทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้าจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกที่สอง

ทั้งนี้มีการวิเคราะห์ว่า แผนการลดงบประมาณของรัฐบาลรัสเซียที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2563 อาจจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวได้ถึง 2% และอาจจะขยายตัวเพียง 2.4% ในปี 2564

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำกรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย สะท้อนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจรัสเซียที่ยังไม่ฟื้นตัวในปีนี้จะส่งผลเชื่อมโยงกับการส่งออกของไทย ซึ่งพึ่งพาตลาดนี้ประมาณร้อยละ 0.4 หรือประมาณ 987 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจะเป็นตลาดที่มีขนาดไม่ใหญ่นักแต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพ (Emerging market) โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหาร

แต่น่าเสียดายว่าในปีนี้ การหวังพึ่งกำลังซื้อในการจับจ่ายของประชาชนรัสเซียน่าจะไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลไม่ประกาศใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้น เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งปัญหาค่าเงินรูเบิลที่อ่อนตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ มีผลต่อราคาสินค้าด้วย ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเกาะติดสถานการณ์ตลาดนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนผลักดันการส่งออกต่อไป 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333