แปลงโฉม ‘ดูไบ’ Free Zone แห่งตะวันออกกลาง
SME KnowledgeSME Go Inter

แปลงโฉม ‘ดูไบ’ Free Zone แห่งตะวันออกกลาง

26 เม.ย. 2564
|
2992

ไวรัสโควิด 19 ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนหันไปซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น นับเป็น New Normal ใหม่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ด้วยเหตุนี้รัฐบาลรัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จึงตัดสินใจที่จะรองรับแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดออนไลน์ที่คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อไป โดยเมื่อปีที่ผ่านมาประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีใหม่สำหรับการค้าอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ มีชื่อว่า ‘Dubai CommerCity’ ซึ่งจะเป็นฐานสำหรับผู้ค้าออนไลน์

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

Dubai CommerCity มีมูลค่าการลงทุนโครงการประมาณ 874 ล้านเหรียญสหรัฐ บนพื้นที่รวม 2.1 ล้านตารางฟุต ตั้งอยู่ในเขต Umm Ramool ใกล้กับสนามบินนานาชาติดูไบและคาร์โก้เอมิเรตส์ โดยความคืบหน้าการก่อสร้างเขตการค้าพิเศษโครงการ Dubai CommerCity ขณะนี้เฟสแรกเสร็จแล้ว 100% พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ประกอบด้วยพื้นที่สํานักงานและคลังสินค้าขนาด 470,000 ตารางฟุต ของกลุ่มโลจิสติกส์และธุรกิจ พร้อมอํานวยความสะดวกให้กับธุรกิจและนักลงทุนในการสร้างฐานการค้าออนไลน์ในยูเออี

สำหรับการเปิดตัวเฟสแรกแบ่งพื้นที่ออกเป็น 320,000 ตารางฟุต สำหรับส่วนสํานักงานในคลัสเตอร์ธุรกิจ รวมถึงส่วนโลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce Logistics) และคลังสินค้าบนพื้นที่ขนาด 150,000 ตารางฟุต ซึ่งบริหารจัดการโดยบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท Hellmann Worldwide Logistics และ DHL ที่ให้บริการธุรกิจโลจิสติกส์สมัยใหม่แบบครบวงจร ทำหน้าที่ประสานภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การบรรจุหีบห่อ การติดฉลากสินค้า การจัดส่งสินค้า และการกระจายสินค้า เป็นตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าและตัวแทนออกของ (ตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากร) ขนส่งระหว่างประเทศ และพิธีการศุลกากร

โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งที่จะเข้ามาทำสัญญาใช้พื้นที่ โดยมีกลุ่มผู้ค้าปลีก เช่น ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าจะสามารถใช้ประโยชน์จากคลังสินค้าที่ใช้ระบบ AI อัตโนมัติ รวมทั้งยังมีร้านอาหารและร้านกาแฟให้บริการอีกด้วย

อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว

Sheikh Ahmed bin Saeed Al Maktoum ประธานกรรมการ Airport Free Zone Authority (Dafza) เผยว่าภายในปี 2565 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกาและเอเชียใต้ (MEASA) จะมีมูลค่า 148.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) สำหรับประเทศยูเออีนั้นมีการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสูงเป็นอันดับที่สองในกลุ่ม GCC และได้รับการจัดอันดับตลาดอีคอมเมิร์ซรูปแบบ Business to Consumer : B2C ใหญ่เป็นอันดับ 5 ในภูมิภาค MEASA มีมูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และบริษัทอีคอมเมิร์ซของยูเออีมีสัดส่วนคิดเป็น 6% จากบริษัทอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ 100 บริษัทในภูมิภาค MEASA

 

‘โควิด’ ฉุดธุรกิจอีคอมเมิร์ซไม่อยู่

การเปิดตัวเฟสแรกของ Dubai CommerCity นับว่าเป็นไปตามกำหนดเวลาที่วางไว้ แม้ว่าสถานการณ์ทั่วโลกจะมีความท้าทายที่เกิดจากการระบาดของโควิด 19 ซึ่งเมืองดูไบเล็งเห็นถึงความจําเป็นเร่งด่วนในการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก เพื่อดึงดูดบริษัทที่ต้องการขยายตลาดในภูมิภาคนี้ โดยจัดตั้งสํานักงานใหญ่ในเขตอุตสาหกรรมใหม่แห่งนี้ เพื่อให้ทันกับการเติบโตที่สําคัญในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

Dubai CommerCity คือเขตสินค้า Free Zone แห่งเดียวในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ มีการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทที่จะเข้ามาใช้บริการตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้ามาทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในดูไบได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ดังนั้นโครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซของไทย โดยเฉพาะ e-Commerce Platform และบริษัทไทยที่มีการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ของตนเองอยู่แล้ว โดยต้องการขยายการให้บริการมายังตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา

แหล่งอ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333