e-Commerce ในอาเซียน ทำไม? ควรเปลี่ยนมาขนส่งทางบก
วิกฤติโควิด 19 ปัจจัยสำคัญทำให้ธุรกิจ
e-Commerce อาเซียนเติบโต เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งให้แต่ละประเทศมีการค้าแบบออนไลน์หรือ
‘อีคอมเมิร์ซ’ มากยิ่งขึ้น เพราะในวันที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้านพร้อมกับห้างร้านที่ปิด
ผลักดันให้การทำธุรกรรมออนไลน์กลายมาเป็นช่องทางสำคัญในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
รวมถึงเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังมาแรงเป็นผลให้ผู้คนหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการ e-Commerce จึงได้หาช่องทางการขนส่งสินค้าที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยในปัจจุบันกิจการอีคอมเมิร์ซหลายแห่งกำลังให้ความสนใจการขนส่งทางบกมากขึ้น ในฐานะทางเลือกที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าและปล่อยมลพิษน้อยกว่าการขนส่งทางอากาศ รวมทั้งมีความสะดวกมากกว่าแต่ก่อน ด้วยพิธีการศุลกากรระดับอาเซียนและเทคโนโลยีสมัยใหม่
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme
โดย DHL หนึ่งในผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใหญ่ของโลก
เปิดเผยรายงานว่า การเติบโตของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอาเซียน เป็นปัจจัยกระตุ้นอุปสงค์ของการขนส่งระหว่างประเทศสมาชิก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่หลายประเทศกำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด 19 ซึ่งผู้ประกอบการกำลังกระจายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของตน
นาย โทมัส ทีเบอร์ ซีอีโอ ดีเอชแอล โกลเบิล
ฟอร์เวิร์ดดิ้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กล่าวว่าการขนส่งทางถนนกำลังมีบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ในการแก้ปัญหาการขนส่งระยะไกลระหว่างประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย
เนื่องจากเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน การขนส่งทางถนนมีราคาถูก ปล่อยมลพิษน้อยกว่าการขนส่งทางอากาศมาก
ในขณะเดียวกันยังเพิ่มความปลอดภัยและลดระยะเวลาการขนส่งที่เมื่อเทียบกับการขนส่งทางทะเล
โดยโซลูชันการขนส่งทางถนนยังเป็นทางเลือกที่มีความคล่องตัวสูง
เพราะรถบรรทุกสามารถทำการขนส่งสินค้าแบบถึงที่หมาย ข้ามพรมแดนครอบคลุมทั้งในระยะทางทั้งใกล้และไกลได้
นอกจากนี้
ยังมีการผ่อนคลายความเข้มงวดและการยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าด้วยมาตรการใหม่ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบศุลกากรผ่านแดนอาเซียน ASEAN Customs Transit
System (ACTS)
ที่อนุญาตให้ขนส่งสินค้าผ่านประเทศสมาชิกอาเซียนได้ โดยใช้หนังสือค้ำประกันฉบับเดียวที่ครอบคลุมภาษีต่างๆ
ตลอดทั้งเส้นทาง
ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ตลาดบริการขนส่งทางบกในอาเซียนจะมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย
(Compound
Average Growth Rate : CAGR) มากกว่าร้อยละ 8
ในช่วงปี 2563-2568 การซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคและระหว่างผู้ประกอบการ (B2B) อาจเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 70 ภายในปี 2570 ด้วยเหตุนี้ความต้องการใช้บริการขนส่งจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใหม่หลายรายได้เข้าสู่ตลาดและให้บริการที่หลากหลายแก่ผู้บริโภค
เมื่อคำนึงถึงความผันผวนของค่าบริการการขนส่งทางอากาศและทางทะเลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด
การขนส่งทางบกจึงเป็นทางเลือกที่มีตุ้นทนคงที่กว่าและข้ามพรมแดนได้ง่ายกว่าในอาเซียน
ที่สำคัญในยุคปัจจุบันที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม
การขนส่งทางบกจึงมีแนวโน้มเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในอนาคต ซึ่งสาเหตุที่ผู้ประกอบการเลือกใช้การขนส่งทางถนนเพิ่มมากขึ้นทั้งระยะใกล้และไกล
เนื่องจากการขนส่งทางถนนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าการขนส่งทางอากาศ
และยังเป็นการช่วยประหยัดต้นทุนจำนวนไม่น้อยได้อีกทางหนึ่งด้วย
แหล่งอ้างอิง :