‘Ever Given’ ขอเลื่อนพิจารณาคดี เพื่อเจรจา ‘ค่าชดเชย’
SME KnowledgeSME Go Inter

‘Ever Given’ ขอเลื่อนพิจารณาคดี เพื่อเจรจา ‘ค่าชดเชย’

12 มิ.ย. 2564
|
3615

เรือบรรทุกสินค้าเอเวอร์ กิฟเวน (Ever Given) ที่ดำเนินการโดยบริษัทเอเวอร์กรีน มารีน ของไต้หวัน ซึ่งประสบอุบัติเหตุขวางคลองสุเอซ เส้นทางขนส่งทางเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนส่งผลให้มีการฟ้องร้องเรียกค่าชดเชย ล่าสุดศาลเศรษฐกิจของอียิปต์ (The Ismailia Economic Court) เลื่อนพิจารณาคดีเรือ Ever Given ไปวันที่ 20 มิถุนายนนี้ จากคำร้องของทนายผู้แทนของ Suez Canal Authority (SCA) และเจ้าของเรือ โดยการขอเลื่อนการพิจารณาคดีดังกล่าวคาดว่า เนื่องจากอยู่ระหว่างการเจรจาและไกล่เกลี่ยของทั้งสองฝ่าย

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

โดยศาลเศรษฐกิจได้มีคำสั่งเมื่อเดือนเมษายน ให้กักเรือ Ever Given จากข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าชดเชยจำนวน 916 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก Suez Canal Authority (SCA) เกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นเนื่องจากการที่เรือ Ever Given ขวางคลองสุเอซ โดย Shoei Kisen เจ้าของเรือที่เป็นบริษัทญี่ปุ่นได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อทบทวนคำสั่งกักเรือดังกล่าว อย่างไรก็ตามล่าสุด SCA ได้ยอมที่จะลดค่าชดเชยจาก 916 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 550 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อยุติข้อพิพาท โดยเรือ Ever Given จะได้รับอนุญาตให้ออกจากท่าหากจ่ายค่าปรับเป็นเงินสดจำนวนร้อยละ 40 ของค่าปรับทั้งหมด อย่างไรก็ตามบริษัทประกันของเรือ Ever Given กล่าวว่าค่าชดเชยดังกล่าวสูงเกินความจริง และได้เสนอที่จะจ่ายค่าชดเชยจำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปก่อนหน้านี้

คลองสุเอซจัดเป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลที่มีความสำคัญ เชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดียผ่านทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง ช่วยเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างภูมิภาคเอเชียและยุโรป ลดระยะเวลาการเดินทางของเรือไม่ต้องเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในทวีปแอฟริกา โดยคลองสุเอซมีระยะทาง 193.3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางผ่านประมาณ 11-16 ชั่วโมง มีปริมาณการขนส่งทางเรือผ่านคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 10 ของการขนส่งทางเรือทั่วโลก มีรายได้เฉลี่ย 5,900 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี โดยอียิปต์ตั้งเป้าที่จะสร้างรายได้จากคลองสุเอซให้ถึง 13,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2566 ปัจจุบันอียิปต์อยู่ระหว่างการพัฒนาคลองสุเอซครั้งใหญ่ มีการขุดคลองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางและสามารถรองรับปริมาณเรือต่อวันได้มากขึ้น

การกักเรือ Ever Given ส่งผลให้สินค้าบนเรือติดค้างไม่สามารถขนส่งต่อไปยังท่าเรือปลายทางที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องระหว่างผู้นำเข้าและผู้ส่งออกกับบริษัท เดินเรือหากข้อพิพาทมีความยืดเยื้อ ส่งผลให้บริษัทประกันรวมถึงบริษัทเดินเรือเริ่มพิจารณาหาเส้นทางเดินเรือใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการขนส่งสินค้าและเพิ่มทางเลือกใหม่ที่จะช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนในการขนส่ง โดยเฉพาะผู้ส่งออกจากญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้เริ่มพยายามหาเส้นทางการส่งออกสินค้าจากเอเชียเข้าสู่ยุโรปผ่านเส้นทางใหม่ๆ ที่จะไม่ต้องผ่านคลองสุเอซ โดยใช้เส้นทางขนส่งในลักษณะการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal transport) ขนส่งทางน้ำไปยังท่าเรือที่ประเทศรัสเซีย จากนั้นขนส่งต่อด้วยระบบราง

อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนรูปแบบและเส้นทางการขนส่งดังกล่าวอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน เนื่องจากผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (Logistics & Freight Forwarders) ส่วนใหญ่ยังคงใช้ช่องทางเดิมทึ่มีความคุ้นเคยและชำนาญมากกว่า เว้นเสียแต่เส้นทางใหม่ที่เชื่อมโยงมีข้อดีและประโยชน์มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดทั้งในเชิงของระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่ง ประกอบกับยังมีประเด็นด้านการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้การขนถ่ายสินค้ายังต้องอาศัยความชำนาญของผู้ขนส่งที่จะเชื่อมโยงการขนส่งในหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อให้สินค้าที่ขนส่งผ่านช่องทางดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่นตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

 

แหล่งอ้างอิง : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333