ปลอดภาษี! โอกาสส่งออกสินค้าพลังงานทดแทนในสหรัฐ
SME KnowledgeSME Go Inter

ปลอดภาษี! โอกาสส่งออกสินค้าพลังงานทดแทนในสหรัฐ

2 ก.พ. 2563
|
2452

ทั่วโลกกำลังตื่นตัวในการรักษาสภาพแวดล้อมของกลุ่มธุรกิจและผู้บริโภค  ทำให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น จีน สหรัฐ บราซิล เยอรมนี แคนาดา ญี่ปุ่น อิตาลี รัสเซีย และฝรั่งเศส หันมาสนใจลงทุนในการติดตั้งระบบเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัย สำหรับการผลิตพลังงานและกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ระบบพลังงานลม (Wind) ระบบพลังงานน้ำ (Hydropower) และพลังงานชีวภาพ (Biofuels) เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่จะทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล ถ่านหิน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่อาจส่งผลให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และสิ่งแวดล้อม

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


"สหรัฐ" ถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทน โดยรัฐบาลได้ขับเคลื่อนทั้งมาตรการรณรงค์  สนับสนุนกลุ่มธุรกิจ และผู้บริโภคให้ไปสู่การผลิตและการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นนานนับ 10 ปี

ธุรกิจพลังงานทดแทนหลัก อย่าง "พลังงานลม" และ "พลังงานแสงอาทิตย์" ถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 90% ของการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทนในสหรัฐ จากความตื่นตัวดังกล่าว ทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องถูกกระตุ้นให้ตื่นตามไปด้วย ทั้ืงการผลิตชิ้นส่วนวัสดุในการผลิตพลังงานทดแทน เช่น เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งยังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้สหรัฐต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ โดยหนึ่งในแหล่งนำเข้าสำคัญคือ "จีน"

แต่ทว่าเมื่อเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีการปรับเปลี่ยนนโยบายไม่สนับสนุนกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทั้งยังมีนโยบายให้ลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากจีน เพื่อลดการขาดดุลการค้า ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดปัญหา "สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน" จากการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าแผงพลังงานแสงอาทิตย์จากจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30% และเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้านี้ จากจีนในอัตราร้อยละ 30

ประเด็นนี้สร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลจีน แต่อีกด้านก็ถือเป็น "ช่องว่าง" ให้กับสินค้าจากประเทศอื่น รวมถึงไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสหรัฐฯจะมีนโยบายไม่สนับสนุนธุรกิจพลังงานทดแทนกลุ่มนี้ แต่แนวโน้มการเติบโตในธุรกิจนี้ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากข้อมูลของบลูมเบิร์ก เมื่อต้นปี 2563 ระบุว่าอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้น 28% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าการลงทุน 5.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ


ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าแผงพลังงานแสงอาทิตย์จากจีนในปี 2562 ก็ยังมีมูลค่า 3,300 เหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 274.62% และยังมีการนำเข้าจากแหล่งอื่น เช่น มาเลเซีย เวียดนาม ไทย เกาหลีใต้ และเม็กซิโก เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เป็นผลจากต้นทุนการผลิตพลังงานในประเทศสหรัฐที่ถูกลง โดยเฉพาะพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้มีการพัฒนาการลงทุนเพื่อให้กับกรอบระยะเวลาการให้สิทธิพิเศษทางภาษีจากสหรัฐ ที่จะสิ้นสุดลงในปีนี้ จึงคาดการณ์ว่าแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้จะมีโอกาสที่ดี

แม้ว่าสหรัฐฯและจีนจะบรรลุข้อตกลงการค้าระยะแรกระหว่างกัน และได้ลงนามความตกลงดังกล่าวไปแล้ว แต่ในรายละเอียดยังไม่ครอบคลุมสินค้ากลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้สินค้าจากจีนยังต้องเสียภาษีนำเข้าอัตรา 30% ขณะที่ไทยได้รับการยกเว้นภาษี นี่จึงยังเป็นโอกาสสำหรับภาคธุรกิจผลิตและส่งออกวัสดุที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน ที่จะฉวยจังหวะนี้ในการทำตลาดส่งออกในปีนี้

 

ภาพรวมการส่งออกโซลาร์เซลล์ของไทย


ที่มา - กระทรวงพาณิชย์ 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อ Bualuang Green<<  


โรงไฟฟ้าชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ความสำเร็จ 6 เมือง “Smart City” ระดับโลก


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333