“เบด นิมมาน” พลิกอะพาร์ตเมนต์ครอบครัว สู่ธุรกิจโรงแรมที่เติบโตด้วย Product Matching
ธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ การมีทำเลที่ดีหรือห้องพักสวย ๆ จึงอาจยังไม่เพียงพอ หากธุรกิจไม่สามารถตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า ลูกค้าของคุณคือใคร พวกเขามองหาอะไร และทำไมเขาต้องเลือกคุณ
สำหรับ “บริษัท เบด นิมมาน จำกัด” ผู้พัฒนา “เบด นิมมาน” โรงแรมในย่านนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ คำตอบไม่ได้เริ่มจากการสร้างโรงแรมให้ใหญ่ที่สุด หรูที่สุด หรือแข่งขันด้วยราคาที่ ถูกที่สุด แต่เริ่มจากการมองสินทรัพย์ให้ลึกกว่าเดิม และออกแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับทำเล กลุ่มลูกค้า และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน
ผศ.ดร. นฤพนธ์ ไชยยศ กรรมการผู้จัดการบริษัท และนักวิชาการด้านสถาปัตยกรรม เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเบด นิมมานเกิดจากการค่อย ๆ พัฒนาจากธุรกิจครอบครัว หลังเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามว่า จะสามารถทำธุรกิจควบคู่ไปกับบทบาทนักวิชาการได้อย่างไร และเมื่อมองกลับมายังสินทรัพย์เดิมของครอบครัวอย่าง “อะพาร์ตเมนต์” ในเชียงใหม่ ผศ.ดร. นฤพนธ์จึงเริ่มเห็นโอกาสใหม่ว่า อาคารดังกล่าวอาจสร้างมูลค่าได้มากกว่าการปล่อยเช่ารายเดือน
มองสินทรัพย์ให้ลึกกว่า “ของที่มี” เพื่อเห็น “มูลค่าที่ควรจะเป็น”
หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากเบด นิมมาน คือการไม่ยึดติดกับรูปแบบธุรกิจเดิม แม้สินทรัพย์ตั้งต้นจะเป็นอะพาร์ตเมนต์ของครอบครัว แต่เมื่อทำเลอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างนิมมานเหมินทร์ การปล่อยเช่าแบบรายเดือนอาจไม่ใช่วิธีสร้างมูลค่าสูงสุดอีกต่อไป
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ ผศ.ดร. นฤพนธ์มองเห็นว่า อาคารเดิมสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็น “พื้นที่ให้เช่า” หากปรับให้สอดคล้องกับดีมานด์ของนักท่องเที่ยวจากอะพาร์ตเมนต์ที่เคยมีรายได้ราว 200,000 บาทต่อเดือน เมื่อนำมารีโนเวตและปรับโมเดลเป็นโรงแรม รายได้ก็เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3-4 ล้านบาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้เหมาะกับทำเลสามารถยกระดับมูลค่าของสินทรัพย์ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ผศ.ดร. นฤพนธ์ยังอธิบายว่า การมองธุรกิจให้ขาดไม่ได้ดูเพียงมูลค่าของอาคารหรือที่ดินเท่านั้น แต่ต้องประเมินให้ครบ 3 มิติ ได้แก่
-
Asset Value มูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
-
Market-based Value ศักยภาพของสินทรัพย์เมื่อเทียบกับตลาด
-
Earning-based Value ความสามารถในการสร้างรายได้จริง
นี่คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการถือครองทรัพย์สินไปสู่การบริหารสินทรัพย์ให้สร้างรายได้สูงสุด เพราะอาคารหลังเดิมอาจมีมูลค่าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของธุรกิจเลือกวางโมเดลอย่างไร เข้าใจทำเลแค่ไหน และสามารถจับคู่สินทรัพย์กับความต้องการของตลาดได้ตรงเพียงใด
สำหรับผู้ประกอบการ SME บทเรียนนี้ชัดเจนมาก คือสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมอาจไม่ได้มีมูลค่าเท่าที่เห็นในวันนี้เสมอไป หากสามารถประเมินใหม่อย่างเป็นระบบ ธุรกิจอาจค้นพบโอกาสที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเปลี่ยนข้อจำกัดเดิมให้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีศักยภาพมากกว่าเดิม
Product Matching ทำของให้ถูกที่ ถูกกลุ่ม และถูกจังหวะตลาด
“สำหรับเบด นิมมาน หัวใจสำคัญคือการทำ Product Matching ให้ชัดเจน นั่นคือการออกแบบสินค้าและบริการให้เหมาะกับทำเล และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เราต้องการจริง ๆ” ผศ.ดร. นฤพนธ์กล่าว
ดังนั้น เบด นิมมานจึงไม่ได้เริ่มจากการทำโรงแรมขึ้นมาแล้วค่อยหาลูกค้า แต่เริ่มจากการดูทำเล อ่านตลาด และทำความเข้าใจว่าลูกค้ากลุ่มใดเหมาะกับพื้นที่นั้นมากที่สุด
ในกรณีของเบด นิมมาน ทำเลนิมมานเหมินทร์มีความเป็นแหล่งท่องเที่ยวชัดเจน การเปลี่ยนอะพาร์ตเมนต์ 56 ห้องให้กลายเป็นโรงแรม 56 ห้อง จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนประเภทอาคาร แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีสร้างรายได้จาก “รายเดือน” เป็น “รายวัน” ซึ่งสอดคล้องกับดีมานด์ของพื้นที่มากกว่า
นอกจากนี้ เบด นิมมาน ยังเลือกกำหนดกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน คือ กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ธุรกิจไม่ได้ปิดกั้นลูกค้ากลุ่มครอบครัว แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าซึ่งต้องการที่พักที่เงียบ สงบ และมีมาตรฐานที่คาดหวังได้ การเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบนี้ทำให้เบด นิมมานไม่ต้องพยายามเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน แต่เลือกเป็นโรงแรมที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม และทำให้ดีที่สุดในพื้นที่นั้น
สร้างแบรนด์ให้จำง่าย ด้วยดีไซน์ที่ชัดและประสบการณ์ที่สม่ำเสมอ
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้เบด นิมมานมีตัวตนชัดเจน คือการออกแบบแบรนด์ผ่านสิ่งที่ลูกค้ามองเห็นและสัมผัสได้จริงภายใต้งบประมาณที่จำกัด ด้วยการเลือกใช้โทนสีขาว เทา ดำ ในสไตล์ Industrial Modern โดยใช้วัสดุอย่างเหล็กและสัจจะวัสดุ หรือแนวคิดในการออกแบบและสถาปัตยกรรมที่เน้นการเปิดเผย “เนื้อแท้” ของวัสดุตามธรรมชาติ แทนการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย เพื่อสร้างภาพจำที่ชัดเจนและสอดคล้องกันในทุกพื้นที่
มากไปกว่านั้น เบด นิมมาน ยังเลือกออกแบบประสบการณ์โดยยึดจากพฤติกรรมการใช้งานจริงของลูกค้า ไม่ใช่เพิ่มฟังก์ชันเพียงเพื่อให้โรงแรมดูครบ เพราะในมุมของ ผศ.ดร. นฤพนธ์ นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้ต้องการใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในโรงแรม แต่ต้องการที่พักที่ตอบโจทย์การพักผ่อนจริง ก่อนออกไปใช้ชีวิตและสัมผัสเมืองเชียงใหม่
“ลูกค้าควรจ่ายในสิ่งที่เขาได้ใช้จริง และสิ่งที่เราให้บริการต้องคุ้มค่ากับราคาที่เขาจ่าย” ผศ.ดร. นฤพนธ์เสริม
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ดีไซน์ของเบด นิมมานยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจที่ช่วยควบคุมต้นทุน สร้างภาพจำ และส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงกับความคาดหวังของลูกค้า ทั้งการรักษาคะแนนรีวิวให้อยู่ในระดับ 9.0 ขึ้นไป การรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยตลอดปีไม่ให้ต่ำกว่า 90% รวมถึงการกำหนดราคาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยไม่ปรับราคาตามช่วงไฮซีซันหรือโลว์ซีซัน
แนวคิดนี้ทำให้เบด นิมมานสามารถสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ลูกค้ารู้ได้ทันทีว่าจะได้รับประสบการณ์แบบใดจากการเข้าพัก และเมื่อสิ่งที่ได้รับตรงกับสิ่งที่แบรนด์สื่อสาร ความน่าเชื่อถือก็จะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงจากการโปรโมตหรือคำโฆษณาเท่านั้น
ใช้ Local Experience สร้างความประทับใจจากรายละเอียดเล็ก ๆ
สำหรับด้านอาหาร เบด นิมมาน ใช้แนวคิด Exotic F&B คือการนำความเป็นท้องถิ่น เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไก่ทอด หรือเมนูที่มีกลิ่นอายท้องถิ่นมาปรับให้เหมาะกับรสนิยมของลูกค้าต่างชาติ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แบบเชียงใหม่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ไม่รู้สึกไกลตัว และยังมั่นใจได้เรื่องรสชาติ ความสดใหม่ และความสะอาด
“นักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่ย่อมอยากสัมผัสความเป็น Local แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องปรับรสชาติและประสบการณ์ให้เข้ากับสิ่งที่เขารับประทานได้” ผศ.ดร. นฤพนธ์อธิบาย
เบด นิมมานใช้อาหารเช้าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าจดจำได้ ในช่วงแรก เมนูอย่างข้าวเหนียวหมูปิ้งหรือไก่ทอดจึงกลายเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้แขกต่างชาติได้สัมผัสความเป็นท้องถิ่นผ่านเมนูที่เข้าถึงง่าย กินง่าย และแตกต่างจากโรงแรมทั่วไป
เมื่อเวลาผ่านไป เบด นิมมาน ยังพัฒนาเมนูให้เหมาะกับลูกค้าของแต่ละสาขา เพราะกลุ่มผู้เข้าพักไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด บางพื้นที่มีลูกค้าชาวจีนเป็นกลุ่มหลัก รสชาติและรูปแบบอาหารจึงต้องปรับให้ตอบโจทย์มากขึ้น โดยอาศัยการสังเกต ทดลอง และเก็บข้อมูลว่าลูกค้ากลุ่มไหนชอบหรือไม่ชอบอะไร
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเสริมประสบการณ์คือการให้บริการกาแฟสดและน้ำดื่มตลอดทั้งวัน โดยไม่จำกัดแบบตายตัวว่าเป็นจำนวนกี่ขวดต่อห้อง แต่เปิดให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ตามความต้องการ รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเล็กในเชิงปฏิบัติการ แต่มีผลต่อความรู้สึกของลูกค้าโดยตรง เพราะทำให้การเข้าพักรู้สึกง่าย สบาย และเป็นมิตรมากขึ้น
นี่คือการสร้าง Local Experience ที่เกิดจากการเข้าใจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจริง ๆ ว่าเขาไม่ได้ต้องการเพียงที่พักสะอาดและนอนสบายเท่านั้น แต่ยังต้องการรายละเอียดที่ทำให้รู้สึกว่าได้สัมผัสเมืองเชียงใหม่อย่างมีความหมาย และเมื่อประสบการณ์เล็ก ๆ เหล่านี้ถูกส่งมอบอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าจดจำและอยากกลับมาพักอีกครั้ง
บริหารโรงแรมด้วยข้อมูล เพื่อคาดการณ์ก่อนตัดสินใจ
แนวคิด Product Matching ที่เบด นิมมานนำมาใช้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงโรงแรมแห่งแรกเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาโรงแรมในเครืออีกหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแต่ละแห่งมีทำเล กลุ่มลูกค้า และรูปแบบการเข้าพักที่แตกต่างกัน ทำให้การบริหารธุรกิจไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันทั้งหมดได้
การบริหารโรงแรมหลายสาขาไม่สามารถพึ่งสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียวได้ เบด นิมมานจึงให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สัญชาติของลูกค้า ช่วงเวลาการเข้าพัก ปริมาณการจอง รีวิว ไปจนถึงแนวโน้มของแต่ละตลาด เพื่อนำมาใช้ประเมินทิศทางธุรกิจล่วงหน้า
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมมองเห็นภาพก่อนตัดสินใจ เช่น ปลายปีจะมีการจองประมาณเท่าไร ปีหน้าทิศทางของลูกค้าแต่ละกลุ่มจะเป็นอย่างไร และแต่ละโรงแรมควรเตรียมตัวรับมือแบบไหน แม้จะยังมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สงคราม โรคระบาด หรือเศรษฐกิจ แต่การมีข้อมูลทำให้ธุรกิจตั้งรับได้ดีกว่าการรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อน
“เราใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจล่วงหน้า เพื่อประเมินทิศทางรายได้ของแต่ละสาขา รวมถึงวางแผนควบคุมค่าใช้จ่าย และจัดสรรงบประมาณสำหรับการรีโนเวต การลงทุน หรือการคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้เหมาะสมมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร. นฤพนธ์ย้ำว่า เบด นิมมานไม่ได้ใช้ AI คิดแทนทั้งหมด แต่ใช้เป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ใกล้เคียงแบบเรียลไทม์มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้มีไว้สำหรับองค์กรใหญ่เท่านั้น แต่สามารถเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำ และทำให้การตัดสินใจมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจที่รายได้ผันผวนตามฤดูกาล พฤติกรรมนักท่องเที่ยว และสถานการณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาอย่างธุรกิจโรงแรม
รักษามาตรฐานบริการ ด้วยทีมที่เติบโตไปพร้อมธุรกิจ
แม้เบด นิมมานจะขับเคลื่อนด้วยระบบการทำงานและมาตรฐานที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ลูกค้าเกิดขึ้นจริงคือ “คน” ในช่วงโควิด-19 ธุรกิจจึงเลือกที่จะดูแลพนักงานต่อเนื่อง แม้ไม่มีรายได้ โดยมองพนักงานเป็นครอบครัวของแบรนด์ สิ่งนี้ช่วยให้อัตราการลาออกต่ำ และทำให้ทีมมีความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว
“ในช่วงโควิดที่ไม่มีรายได้เลย เราเลือกใช้เงินเก็บเพื่อดูแลพนักงานทุกคน เพราะผมเชื่อว่าเมื่อเป็นครอบครัวเบด นิมมานแล้ว เราต้องผ่านวิกฤตไปด้วยกัน” ผศ.ดร. นฤพนธ์กล่าว
ส่วนด้านการบริหารคน เบด นิมมาน ใช้แนวคิด Profit Sharing โดยจัดสรรส่วนหนึ่งจาก Management Fee ให้กับทีม เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าเมื่อธุรกิจเติบโต พวกเขาก็เติบโตไปด้วย ไม่ใช่เพียงทำงานตามหน้าที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกัน
นอกจากนี้ วัฒนธรรมองค์กรยังวางอยู่บนหลักสำคัญ เช่น Positive Energy, Trust, Support และ Shared Achievement หรือการมองปัญหาเชิงบวก การทำงานร่วมกันด้วยความไว้ใจ การสนับสนุนกัน และการมองความสำเร็จเป็นของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ถือหุ้น
ในธุรกิจบริการที่ลูกค้ารับรู้คุณภาพผ่านการปฏิสัมพันธ์กับพนักงาน วัฒนธรรมองค์กรจึงไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การแข่งขันโดยตรง เพราะทีมที่เข้าใจแบรนด์และรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม ย่อมมีแนวโน้มที่จะส่งมอบบริการได้สม่ำเสมอ และรักษามาตรฐานของโรงแรมให้เกิดขึ้นจริงในทุกวัน
“เราไม่ควรเริ่มจากมุมของตัวเองว่าอยากทำอะไร
แต่ต้องเริ่มจากการถามให้ชัดว่า สิ่งที่เรากำลังจะทำมี Demand จริงหรือไม่”
ประโยคนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดจากเบด นิมมาน เพราะการทำธุรกิจให้ยืนระยะได้ ไม่ได้เริ่มจากความชอบของผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการพิสูจน์ให้ได้ว่า สิ่งที่กำลังทำมีตลาดรองรับจริงหรือไม่ ลูกค้ามองเห็นความคุ้มค่าอย่างไร และธุรกิจสามารถส่งมอบประสบการณ์นั้นได้สม่ำเสมอแค่ไหน
ในมุมของผู้ประกอบการ SME เคสของเบด นิมมานจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเปลี่ยนอะพาร์ตเมนต์เป็นโรงแรม แต่เป็นตัวอย่างของการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีวินัย ตั้งแต่การประเมินสินทรัพย์ การอ่านทำเล การเลือกกลุ่มลูกค้า การรักษามาตรฐาน ไปจนถึงการเตรียมทีมและระบบหลังบ้านให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ทำให้เบด นิมมานเติบโตได้อย่างมั่นคง คือการรู้ชัดว่าตัวเองอยู่ในตลาดไหน แข่งขันด้วยคุณค่าอะไร และควรรักษาสิ่งใดไว้ไม่ให้ถูกบั่นทอน แม้ในวันที่ตลาดกดดันให้ลดราคา หรือปัจจัยภายนอกทำให้ยอดจองผันผวน
สำหรับ SME บทเรียนจากเรื่องนี้คือ ธุรกิจที่ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดหรือมีทุกอย่างมากที่สุด แต่ต้องชัดพอที่จะรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และอะไรคือคุณค่าหลักที่ลูกค้ากลับมาเลือกซ้ำ เพราะสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของธุรกิจย่อมวัดจากความสามารถในการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า ทีมงาน และตลาด ให้เดินได้ต่อไปในระยะยาว