MyHotel พลิกธุรกิจโรงแรมด้วย Smart Hospitality Technology ลดต้นทุนพลังงาน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าพัก
หนึ่งในต้นทุนที่สำคัญของธุรกิจโรงแรม คือ “พลังงาน” โดยเฉพาะระบบปรับอากาศภายในห้องพัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เข้าพักคาดหวังว่าจะใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและสะดวกสบาย แต่ในมุมของผู้ประกอบการ โรงแรมจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับการใช้พลังงานที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น เช่น กรณีที่ผู้เข้าพักเสียบคีย์การ์ดทิ้งไว้เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานต่อเนื่องแม้ไม่ได้อยู่ภายในห้องพัก
ในช่วงที่ธุรกิจโรงแรมต้องรับมือทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ความคาดหวังด้านความยั่งยืน และการมอบประสบการณ์แก่ลูกค้า แนวคิด “โรงแรมสีเขียว (Green Hotel)” จึงเริ่มกลายเป็นโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
จากจุดเริ่มต้นของ “บริษัท พรีเซ้นต์ เทคโนโลยี จำกัด” ภายใต้การนำของ “คุณภูวนารถ ยกฉวี” ที่พัฒนาโซลูชันด้าน Smart Home และ IoT สำหรับที่อยู่อาศัย บริษัทได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลไปสู่ภาคธุรกิจโรงแรม ผ่านการพัฒนา MyHotel แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้เข้าพัก การทำงานของพนักงาน และการบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์มกลางได้สะดวกมากขึ้น
MyHotel พัฒนาแพลตฟอร์ม Smart Hospitality ในลักษณะ modular เพื่อให้โรงแรมสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่ระบบจัดการพลังงาน ระบบเช็กอิน ไปจนถึงการเชื่อมต่อข้อมูลด้านการบริหารจัดการโรงแรม ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่ช่วยให้การบริหารจัดการโรงแรมเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จาก Smart Home สู่แพลตฟอร์มโรงแรมอัจฉริยะที่ช่วยเชื่อมต่อการบริหารจัดการภายในโรงแรม
เส้นทางของ PZent เริ่มต้นจากการทำธุรกิจนวัตกรรมที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร หรือ Smart Home Solution ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระบบความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย การดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงการประหยัดพลังงาน
อย่างไรก็ตาม PZent ไม่ได้มอง Smart Home เป็นเพียงอุปกรณ์แยกชิ้น แต่พัฒนาแนวคิดจาก Gadget ให้กลายเป็น Solution ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยคุณภูวนารถอธิบายว่า ในอดีต อุปกรณ์แต่ละประเภทมักทำงานแยกกัน และต้องควบคุมผ่านแอปพลิเคชันคนละระบบ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ระบบไฟ หรืออุปกรณ์ภายในบ้านประเภทต่าง ๆ
เมื่อพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานแล้ว PZent จึงค่อย ๆ ต่อยอดองค์ความรู้สู่พื้นที่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างโรงแรมและอาคารสำนักงาน เพราะในธุรกิจโรงแรม นอกจากเทคโนโลยีจะต้องตอบโจทย์ความสะดวกของผู้ใช้งานแล้ว ยังต้องตอบโจทย์เรื่องการบริหารต้นทุน การดูแลพนักงาน การจัดการระบบหลังบ้าน และประสบการณ์ของผู้เข้าพักไปพร้อมกัน
และนี่คือที่มาของการพัฒนาแพลตฟอร์ม MyHotel ในฐานะ “แพลตฟอร์มโรงแรมอัจฉริยะ” ที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ Smart Room แต่เชื่อมต่อองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจโรงแรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่แอปพลิเคชันสำหรับผู้เข้าพัก ระบบช่วยงานพนักงาน การควบคุมอุปกรณ์ภายในห้องพัก การสั่งบริการต่าง ๆ ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับโรงแรมสู่ Green Hotel Transformation
Green Hotel ไม่ใช่แค่ใช้พลังงานสะอาด แต่ต้องลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
เมื่อพูดถึงโรงแรมสีเขียว หลายคนอาจนึกถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ การใช้พลังงานสะอาด หรือการเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟ แต่ในมุมของการบริหารธุรกิจ การผลิตพลังงานเพิ่มอาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากต้นเหตุของการใช้พลังงานเกินจำเป็นยังไม่ได้รับการจัดการ
แนวคิดของ MyHotel จึงขยับไปอีกขั้น นั่นคือ ก่อนจะคิดเรื่องการผลิตพลังงานทดแทน ธุรกิจควรเริ่มจากการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นก่อน โดยเฉพาะในห้องพักโรงแรมที่มีโอกาสเกิดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น (Energy Waste) จากพฤติกรรมการใช้งาน เช่น การเปิดแอร์ทิ้งไว้แม้ไม่มีคนอยู่ในห้อง
MyHotel พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยตรวจจับและบริหารการใช้พลังงานให้เหมาะสมมากขึ้น เช่น การตรวจจับว่ามีผู้ใช้งานอยู่ภายในห้องหรือไม่ การควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง การตั้งค่า Energy Saving Mode และการติดตามการใช้พลังงานผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องต้นทุนจากเดิมที่ผู้ประกอบการอาจมองค่าไฟเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไปสู่การมองว่า ต้นทุนพลังงานสามารถควบคุมและลดการสูญเสียได้ตั้งแต่ต้นทาง
Smart Hospitality ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ไม่ใช่ลดต้นทุนอย่างเดียว
แม้การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นแก่นสำคัญของ Green Hotel Transformation แต่ธุรกิจโรงแรมก็ไม่สามารถลดต้นทุนโดยแลกกับความสะดวกสบายของผู้เข้าพักได้ เพราะหัวใจของธุรกิจบริการยังคงอยู่ที่ “ประสบการณ์ของลูกค้า”
MyHotel จึงพยายามเชื่อมโยงการจัดการพลังงานเข้ากับประสบการณ์ลูกค้า ผ่านแพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้เข้าพักใช้บริการต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น เช่น การเช็กอินล่วงหน้า การเช็กอินด้วยตนเอง การใช้ Digital Room Key การควบคุมอุปกรณ์ภายในห้องพักผ่านแอปพลิเคชัน การสั่ง Room Service การจองกิจกรรมต่าง ๆ และการสื่อสารกับโรงแรมผ่านระบบแชต
คุณภูวนารถยกตัวอย่างการทำ Smart Hotel ว่า ผู้เข้าพักสามารถเช็กอินและเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองมากขึ้น เช่น สแกนเพื่อรับคีย์การ์ด เข้าห้อง สั่งอาหาร รวมถึงควบคุมอุปกรณ์ภายในห้องพักผ่านระบบดิจิทัลได้ทันทีหลังเช็กอิน
ประเด็นนี้สำคัญต่อธุรกิจโรงแรมมาก เพราะเทคโนโลยีที่ดีไม่ควรทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกว่าถูกควบคุม แต่ควรทำให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น
รวมงานหลังบ้านโรงแรมให้เป็นระบบเดียว ลดงานซ้ำ เพิ่มความเร็วในการบริการ
นอกจากประสบการณ์ของผู้เข้าพักแล้ว อีกด้านหนึ่งของ Smart Hospitality คือการทำให้การทำงานของโรงแรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน ตั้งแต่แผนกต้อนรับ แม่บ้าน ช่างซ่อมบำรุง ห้องอาหาร งานบริการ ไปจนถึงฝ่ายบริหาร หากแต่ละส่วนยังทำงานแยกกัน หรือข้อมูลยังกระจัดกระจาย หรือยังต้องสื่อสารผ่านกระบวนการแบบเดิม การให้บริการอาจล่าช้า ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น และผู้บริหารมองไม่เห็นภาพรวมของการดำเนินงานแบบเรียลไทม์
MyHotel จึงถูกวางให้เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมต่อการทำงานของโรงแรมผ่านแดชบอร์ดและแอปพลิเคชันสำหรับพนักงาน เช่น การอัปเดตสถานะห้องพัก การจัดการงานแม่บ้าน การแจ้งซ่อม การติดตามงาน งานซ่อมบำรุง การรับออร์เดอร์ การอัปเดตสถานะบริการ และการดูรายงานต่าง ๆ ในแพลตฟอร์มเดียว
คุณภูวนารถยังเสริมอีกว่า การนำแพลตฟอร์มเข้าไปใช้กับโรงแรมจริงต้องคำนึงถึงโครงสร้างเดิมของแต่ละอาคาร โดยเฉพาะโรงแรมเก่าที่อาจมีระบบไฟหรือระบบควบคุมเดิมอยู่แล้ว ทีมงานจึงต้องเข้าไปสำรวจหน้างานก่อน เพื่อดูว่าจุดไหนใช้ได้ จุดไหนต้องปรับ และติดตั้งอย่างไรให้เหมาะกับระบบเดิมของโรงแรม
นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับ SME เพราะ Digital Transformation ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากการซื้อเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเสมอไป แต่เริ่มจากการเข้าใจหน้างานจริง เข้าใจกระบวนการเดิม และออกแบบการเปลี่ยนผ่านให้เหมาะกับข้อจำกัดของธุรกิจแต่ละแห่ง
ปรับโรงแรมสู่แพลตฟอร์มอัจฉริยะทีละขั้น ตามงบประมาณและความพร้อมของธุรกิจ
หนึ่งในข้อกังวลของผู้ประกอบการ SME เมื่อต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี คือเรื่องความคุ้มค่าและขนาดของการลงทุน เพราะไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะพร้อมเปลี่ยนระบบทั้งหมดในครั้งเดียว
คุณภูวนารถอธิบายว่า แพลตฟอร์มของ MyHotel สามารถขายเป็นโมดูลได้ โดยโรงแรมสามารถเลือกเริ่มจากบางส่วนก่อน เช่น เริ่มจากโมดูลด้านค่าไฟ ความชื้น หรือทดลองติดตั้งบางห้องก่อน แล้วค่อยขยายเพิ่มเติมในภายหลังตามความเหมาะสมของงบประมาณและเป้าหมายของโรงแรม แนวคิดนี้ทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงธุรกิจโรงแรมได้หลากหลายขนาดมากขึ้น ตั้งแต่โรงแรมขนาดเล็กไปจนถึงโรงแรมที่มีหลายร้อยห้อง
ในเชิงธุรกิจ นี่คือการออกแบบ Transformation ให้เป็น Journey ไม่ใช่ One-time Project ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน แต่สามารถเริ่มจาก Pain Point ที่ชัดที่สุดก่อน เช่น ค่าไฟสูง การบริหารห้องพัก การลดภาระงานพนักงาน หรือการยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าพัก จากนั้นจึงค่อยขยายระบบให้ครอบคลุมมากขึ้นเมื่อเห็นผลและมีความพร้อม
ออกแบบเทคโนโลยีให้คนหลายช่วงวัยใช้งานได้จริง
อีกหนึ่งประเด็นที่มักถูกมองข้ามในการทำ Digital Transformation คือ ผู้ใช้งานไม่ได้มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเท่ากันทั้งหมด เพราะผู้ใช้งานในธุรกิจโรงแรมมีความหลากหลาย ทั้งผู้เข้าพัก พนักงาน และผู้บริหาร ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน
คุณภูวนารถกล่าวว่า หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยคือเรื่องการใช้งานแอปพลิเคชัน เนื่องจากลูกค้าบางกลุ่มอาจมีหลายเจเนอเรชันและไม่สะดวกในการดาวน์โหลด แพลตฟอร์มจึงมีทั้งแบบ Web App และ Mobile App เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม
มุมนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีที่ดีไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ล้ำ ไม่ได้สำคัญเท่ากับการใช้งานได้จริงกับคนทุกกลุ่ม เพราะหากแพลตฟอร์มซับซ้อนเกินไป แม้จะมีความสามารถสูง ก็อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้เต็มที่ ดังนั้น Smart Hospitality จึงเป็นการออกแบบแพลตฟอร์มให้คนทำงานง่ายขึ้น ผู้เข้าพักเข้าถึงบริการง่ายขึ้น และผู้บริหารเห็นข้อมูลชัดขึ้น เพื่อให้ทั้งองค์กรเคลื่อนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
“การเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นระบบอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
แต่อาจเริ่มต้นจากจุดที่เป็นปัญหาสำคัญของธุรกิจก่อน
แล้วจึงค่อยขยายไปสู่ระบบอื่น ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น”
สิ่งที่ทำให้เส้นทางของ PZent น่าสนใจ คือความสามารถในการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาด และต่อยอดจาก Smart Home ที่เริ่มต้นด้วยการทำให้บ้านสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ไปสู่ Smart Hospitality ที่ต้องตอบโจทย์ลึกกว่าเดิม ทั้งเรื่องต้นทุนพลังงาน การทำงานของพนักงาน ประสบการณ์ของผู้เข้าพัก และการสร้างโรงแรมที่สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน
ความสำเร็จของแนวทางดังกล่าวเกิดจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
ปัจจัยแรก การไม่มองเทคโนโลยีเป็นสินค้าแยกชิ้น แต่พัฒนาให้เป็น Ecosystem ที่เชื่อมอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน ข้อมูล และการทำงานจริงเข้าไว้ด้วยกัน
ปัจจัยที่สอง ควรเริ่มจาก Pain Point ของธุรกิจมากกว่าสนใจความล้ำของเทคโนโลยี เพราะโจทย์ของโรงแรมไม่ใช่แค่ต้องการห้องพักที่ทันสมัย แต่ต้องการแพลตฟอร์มที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า
ปัจจัยสุดท้าย การออกแบบการเปลี่ยนผ่านให้เหมาะสมกับความพร้อมของผู้ประกอบการ ทั้งการติดตั้งแบบโมดูล การสำรวจหน้างานก่อนออกแบบ และการรองรับทั้งโรงแรมขนาดเล็กไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่
ในวันที่ธุรกิจโรงแรมต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน Green Hotel Transformation จึงไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์สีเขียว แต่คือการเปลี่ยนวิธีบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น และสำหรับ SME บทเรียนสำคัญจากกรณีของ MyHotel คือ เทคโนโลยีที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนครั้งใหญ่เสมอไป แต่ควรเริ่มจากการเข้าใจว่าต้นทุนรั่วไหลอยู่ตรงไหน ลูกค้ายังติดขัดกับประสบการณ์ใด และระบบหลังบ้านส่วนใดยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน