และส่วน Body ของ Website หน่อยนะครับ
“บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)”  เปลี่ยนอนาคตอุตสาหกรรมอาหารด้วยกลยุทธ์ ESG
SME KnowledgeSME Sharing

“บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)” เปลี่ยนอนาคตอุตสาหกรรมอาหารด้วยกลยุทธ์ ESG

29 เม.ย. 2568
|
142

ในโลกของอุตสาหกรรมอาหาร การจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ต้องอาศัยวัตถุดิบคุณภาพสูงเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งบริษัทที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและพร้อมที่จะปรับตัวสู่แนวทางที่ยั่งยืน ย่อมมีโอกาสเติบโตได้อย่างมั่นคง หนึ่งในองค์กรที่เป็นตัวอย่างของความสำเร็จนี้ ได้แก่ “บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)” หรือ “RBF”

เบื้องหลังของการเติบโตอย่างมั่นคงของ RBF คืออะไร กลยุทธ์ใดที่ทำให้บริษัทสามารถขยายตัวจากธุรกิจเฉพาะทางไปสู่ระดับนานาชาติ และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ RBF สามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงแนวทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมากกว่าผู้ผลิตวัตถุดิบอาหาร เพราะ RBF คือองค์กรที่ขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ภาพรวมธุรกิจ และเส้นทางการเติบโตของ RBF

RBF หรือ บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นธุรกิจในปี 2528 โดยมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาสารปรุงแต่งกลิ่นอาหาร (Flavor) ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ ก่อนที่จะแยกตัวออกมาดำเนินธุรกิจอย่างอิสระในปี 2540 พร้อมขยายธุรกิจด้วยการแตกไลน์สินค้าไปยังกลุ่มธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ด (Fast Food) เช่น แป้งชุบทอด ผงปรุงรส ซอสหมัก เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตและเสริมสร้างความหลากหลายในการผลิต นอกจากนี้ยังมีการขยายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับความต้องการในตลาดโลกและเติบโตเป็นองค์กรชั้นนำในปัจจุบัน


ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยหลัก ESG ควบคู่กับปรัชญา RBF

RBF ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ควบคู่กับหลักปรัชญาการดำเนินธุรกิจขององค์กร ที่ประกอบไปด้วย

  • R (Responsibility for All) การรับผิดชอบต่อสังคม

  • B (Benefit for Stakeholders) การสร้างคุณค่าและคืนกำไรสู่สังคม

  • F (Flexibility for Future) ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป 

จากสองหลักการนี้ RBF มีการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืน เช่น การใช้พลังงานสะอาดและการนำระบบ Carbon Footprint Organization (CFO) รวมถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่โรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแผนที่จะขยับขยายไปยังโรงงานอื่น ๆในอนาคต เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม



รับมือกับความท้าทาย ด้วยการกำหนดเป้าหมายระยะสั้น-กลาง และมาตรการระยะยาว

หนึ่งในประเด็นที่ RBF ให้ความสำคัญ คือ การปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน “ภาวะโลกร้อนถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ทุกบริษัทต้องเตรียมตัวเข้าสู่ Net Zero” “แพทย์หญิงสนาธร รัตนภูมิภิญโญ (หมอจอย)” กรรมการบริษัทและกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ RBF กล่าวเน้นย้ำว่าการเตรียมตัวรับมือกับวิกฤตดังกล่าวสำคัญแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเคมีและการผลิตขนาดใหญ่อย่าง RBF ของเรา

หมอจอยกล่าวต่อว่า “บริษัทเรามีการกำหนดเป้าหมายระยะสั้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 5 จากปีฐาน 2566 ภายในปี 2573 สำหรับเป้าหมายระยะกลาง บริษัทตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับองค์กร (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และ ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO Emissions) ภายในปี พ.ศ.2608”

รวมถึงมีการใช้มาตรการระยะยาวต่าง ๆ เช่น

  • การบริหารจัดการของเสีย (Waste Management) เช่น การ reuse น้ำในกระบวนการผลิต

  • การส่งเสริมการ recycle เช่น การแยกขยะพลาสติกเพื่อนำไปผลิตเป็นอิฐบล็อก

  • โครงการปลูกป่ายูคาลิปตัส เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

โครงการลดของเสีย โดยนำเศษขนมปังที่ไม่ผ่านมาตรฐานมาเข้าสู่กระบวนการรีโพเซส (Reprocess) เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดการสูญเปล่าและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าอย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย RBF จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการเหล่านี้ ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

การสร้างคุณค่าผ่านโครงการเพื่อสังคม

RBF ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการพัฒนาสังคมผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการศึกษาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • โครงการบริจาคเลือดประจำปีให้กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

  • การสนับสนุนโครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกัน อัมพาต” ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  • การสนับสนุนทุนการศึกษา สำหรับบุตรของพนักงานที่มีผลการเรียนดี

  • โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เช่น การบริจาคสิ่งของแก่ผู้ประสบอุทกภัย

  • โครงการ สานฝันสร้างอาชีพ มุ่งสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับชุมชน โดยสนับสนุนการเปิดร้านน้ำดื่ม เพื่อเสริมสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ หมอจอยยังเป็นผู้ริเริ่มเพจ “Too Young to Die” ที่มีผู้ติดตามเกือบ 4 หมื่นคน (ข้อมูลเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568) ซึ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่สังคม

ปัจจัยความสำเร็จของ RBF และทิศทางในอนาคต

ความสำเร็จของ RBF มาจากการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาหาร กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ยืดหยุ่น และการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงด้วยปัจจัยหลัก ได้แก่

1. ความสามารถในการสร้าง Value Chain ที่ครบวงจร

RBF ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมการผลิตอาหารแปรรูป และขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ

2. ใช้กลยุทธ์ ESG-Driven Growth เป็นจุดแข็ง

การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้น ESG ทำให้ RBF ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและคู่ค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในยุคที่ตลาดให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

3. การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้

RBF ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตอาหารเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน เช่น การใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการของเสีย ตลอดจนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ภาวะผู้นำที่มองการณ์ไกล

หมอจอยและทีมผู้บริหารมีแนวคิดที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์กร ทั้งในเชิงธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ RBF เป็นบริษัทที่มีรากฐานแข็งแกร่ง และสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างเป็นมืออาชีพ


“ทุกวันนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราก็อยู่ในจุดที่เลย 1.5 องศาไปแล้ว 

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่จริงจัง ผลกระทบจะรุนแรงกว่าที่เราคาดไว้ 

เราอาจไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่เราสามารถกำหนดอนาคตใหม่ได้เสมอ”


แนวคิดนี้ของหมอจอยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ RBF ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นเพียงผู้นำด้านวัตถุดิบอาหารเท่านั้น แต่ยังต้องการวางตนเองเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมในอนาคต

ดังนั้น ในอนาคต “บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)” หรือ “RBF” จึงยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและปรับตัวสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมวัตถุดิบอาหาร พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องสืบไป


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333