เมื่อระบบมีปัญหา ธุรกิจต้องเดินต่อ: Systems Dot Com เตรียมความพร้อมให้ลูกค้าอย่างไร?
SME KnowledgeSME Sharing

เมื่อระบบมีปัญหา ธุรกิจต้องเดินต่อ: Systems Dot Com เตรียมความพร้อมให้ลูกค้าอย่างไร?

19 ส.ค. 2569
|
38

สำหรับธุรกิจไอที ลูกค้ามักจะมองเห็นผู้ให้บริการชัดที่สุดในวันที่ระบบมีปัญหา เพราะเวลานั้น สิ่งที่พวกเขาต้องการคือคนที่รู้ว่าต้องแก้จากจุดไหน มีอะไหล่พร้อมหรือไม่ ข้อมูลที่สำรองไว้สามารถนำกลับมาใช้ได้แค่ไหน และต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะทำให้ธุรกิจกลับมาเดินต่อได้

นี่คือพื้นที่ที่ บริษัท ซิสเต็มส์ ดอท คอม จำกัด เลือกยืนมาตลอด 26 ปี

บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2543 โดยคุณเมธา กังวานพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ก่อนส่งต่อบทบาทการบริหารสู่ทายาทธุรกิจรุ่นที่สอง ได้แก่ คุณธนา กังวานพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ และคุณธารินี กังวานพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ที่เข้ามาร่วมต่อยอดธุรกิจและพัฒนาบริการด้าน Hardware Infrastructure ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ Systems Dot Com เติบโตจากความเข้าใจว่าตนเองมีความเชี่ยวชาญด้านใด และจะทำให้ความเชี่ยวชาญนั้นกลายเป็นคุณค่าที่ลูกค้าขาดไม่ได้อย่างไร ตั้งแต่การดูแลเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอที และอะไหล่สำรอง ไปจนถึงการยืนข้างลูกค้าในวันที่ระบบเกิดปัญหา ดังที่คุณเมธากล่าวว่า “สินค้าอาจจะไม่ได้ราคาถูกที่สุดในตลาด แต่สิ่งที่การันตีได้คือบริษัทจะไม่ทอดทิ้งลูกค้า”

คุณเมธา กังวานพงศ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสเต็มส์ ดอท คอม จ

จากงานดูแลระบบ สู่บริการ IT Infrastructure ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ก่อนก่อตั้งบริษัท คุณเมธาทำงานกับ IBM มาประมาณ 20 ปี โดยผ่านการดูแลเทคโนโลยีหลายด้าน ตั้งแต่ระบบสวิตช์ เครื่อง ATM รุ่นแรก ไปจนถึงระบบคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กร ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเห็นทั้งความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและข้อจำกัดของตลาดไอทีไทยในเวลานั้น

ขณะนั้น ภาคธุรกิจไทยยังมีผู้ให้บริการไอทีที่เป็นบริษัทของคนไทยไม่มากนัก คุณเมธาจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้ประกอบการไทย นำไปสู่การก่อตั้ง Systems Dot Com โดยเริ่มต้นจากพนักงานเพียง 4 คน และใช้ทาวน์เฮาส์ขนาดเล็กเป็นสถานที่ทำงาน

ในช่วงแรก บริษัทมุ่งรับงานบริการและบำรุงรักษาระบบเป็นหลัก เพราะเป็นงานที่ทีมมีประสบการณ์และสามารถให้บริการได้ทันที

คุณเมธาเล่าว่า “เราเริ่มจากงานที่ถนัดก่อน คือการดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้ลูกค้าที่เรารู้จัก เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับเขา”

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขึ้นและความต้องการของลูกค้ากว้างขึ้น บริษัทจึงค่อย ๆ ขยายจากงานดูแลระบบเดิม ไปสู่การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่การบำรุงรักษาระบบที่ใช้อยู่ ไปจนถึงการวางแผนเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่

รู้ให้ชัดว่าธุรกิจเก่งอะไร ก่อนตัดสินใจขยายไปทางใหม่

เมื่อ Systems Dot Com ขยายบริการจากงานดูแลและบำรุงรักษาไปสู่การจัดหาและติดตั้งระบบ คำถามถัดมาคือ บริษัทควรเติบโตไปในทิศทางใด โดยที่ยังรักษาความเชี่ยวชาญและคุณภาพการดูแลลูกค้าไว้ได้

ในตลาดไอทีที่มีทั้ง Cloud Computing, Software และ AI เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีมผู้บริหารมองว่าธุรกิจไม่จำเป็นต้องเข้าไปแข่งขันในทุกตลาด เพียงเพราะเทคโนโลยีนั้นกำลังได้รับความสนใจ หากขยายไปทำบริการที่ไม่มีความถนัด บริษัทอาจต้องแข่งขันกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านมากกว่า และอาจทำได้ไม่ดีเท่ากับการต่อยอดจากสิ่งที่สะสมความรู้มาอย่างยาวนาน

“เราต้องมองว่าจุดเด่นของเราคืออะไร เราสามารถซัปพอร์ตอะไรลูกค้าได้ แล้วจึงค่อยขยับขยายต่อจากสิ่งที่เรามี” 

สำหรับ Systems Dot Com จุดแข็งที่ว่าคือ Hardware Infrastructure ทั้งคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์ที่อยู่ภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ หรือ Data Center รวมถึงบริการติดตั้งและดูแลหลังการขาย บริษัทจึงเลือกพัฒนาความเชี่ยวชาญเหล่านี้ให้ลึกขึ้น แทนการขยายไปให้บริการในด้านที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ

“เมื่อเรามีจุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์ แต่ถ้าเราเลือกจะทำ AI เราก็คงทำได้ไม่เก่งเท่าบริษัท AI ในทางกลับกัน บริษัท AI ก็คงทำด้านฮาร์ดแวร์ได้ไม่ดีเท่าเราที่ทำมานานกว่า 26 ปี” คุณธนาเสริม

การเลือกไม่เข้าไปทำทุกอย่างไม่ได้หมายความว่าบริษัทปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการประเมินว่าควรนำเทคโนโลยีใดมาเสริมบริการเดิม และส่วนใดควรปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นผู้ดำเนินการ Systems Dot Com จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนารายละเอียดของงานเดิม ทั้งคุณภาพสินค้า ความพร้อมของทีมงาน และบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ายังคงเห็นคุณค่าของบริษัทในระยะยาว

สิ่งที่ลูกค้าซื้อจริงคือ “ความมั่นใจว่าระบบจะมีคนดูแลต่อ”

เมื่อเลือกต่อยอดธุรกิจบนความเชี่ยวชาญด้าน Hardware Infrastructure สิ่งที่ Systems Dot Com ต้องตอบให้ได้คือ จะสร้างความแตกต่างจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีรายอื่นอย่างไร ในวันที่เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในตลาด

คำตอบของบริษัทคือ การให้บริการหลังการขายที่ครอบคลุมและต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของระบบ ตั้งแต่การรับมือเมื่ออุปกรณ์ขัดข้อง การจัดเตรียมอะไหล่สำรอง ไปจนถึงการช่วยดูแลและประคองระบบเดิมในช่วงที่ลูกค้ายังไม่พร้อมลงทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด

“สินค้าของผมอาจไม่ได้มีราคาถูกที่สุดในตลาด แต่สิ่งที่การันตีได้คือ ผมไม่ทิ้งลูกค้า” คุณธนากล่าว

นอกจากบริการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์แล้ว Systems Dot Com ยังให้การดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง แม้ในกรณีที่สินค้าหมดระยะเวลารับประกันหรือยุติการผลิตไปแล้ว บริษัทสามารถจัดหาอะไหล่และชิ้นส่วนทดแทนผ่านเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อให้ระบบของลูกค้ายังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

เบื้องหลังบริการดังกล่าวคือการลงทุนเชิงรุก โดยบริษัทจัดเตรียมสต็อกอะไหล่สำรองมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท เพื่อรองรับภาระผูกพันตามสัญญาบริการ หากเกิดเหตุขัดข้อง ทีมงานสามารถนำอะไหล่เข้าดำเนินการเปลี่ยนทดแทนได้ทันที ลดระยะเวลาหยุดชะงักของระบบและช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น

Sdc Engineer

ช่วยลูกค้าวางแผนก่อนระบบล่ม เพื่อลดความเสียหายของธุรกิจ

ความพร้อมด้านอะไหล่ช่วยลดระยะเวลารอคอยเพื่อซ่อมอุปกรณ์ แต่สำหรับระบบไอทีของบางองค์กร การเปลี่ยนชิ้นส่วนให้เครื่องกลับมาใช้งานได้อาจยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่มีมูลค่าสูงกว่าตัวอุปกรณ์คือข้อมูลและกระบวนการทำงานที่อยู่ภายในระบบนั้น

หากเซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลได้ ธุรกิจที่ต้องให้บริการลูกค้า เชื่อมต่อกับคู่ค้า หรือใช้ระบบควบคุมการผลิตอาจไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ตามปกติ Systems Dot Com จะช่วยลูกค้าประเมินล่วงหน้าว่า ระบบใดสำคัญ ข้อมูลส่วนใดต้องสำรอง และหากเกิดเหตุขัดข้อง ธุรกิจต้องกลับมาใช้งานได้ภายในระยะเวลาเท่าใด

“เราไม่ได้ดูแลแค่การซ่อมเครื่อง แต่ยังช่วยลูกค้าวางแผนด้วยว่า หากระบบเกิดปัญหา จะกู้กลับมาใช้งานได้ภายในกี่ชั่วโมง และถ้าธุรกิจหยุดนานกว่านั้น จะเกิดความเสียหายมากแค่ไหน”

จากนั้น บริษัทจะช่วยวางแนวทางการสำรองข้อมูลตามลำดับความสำคัญ เช่น ข้อมูลใดควรสำรองทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน รวมถึงพิจารณาว่าควรจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้ที่ใด เพื่อไม่ให้ข้อมูลต้นฉบับและข้อมูลสำรองเสียหายจากเหตุการณ์เดียวกัน

“Worst Case ที่เคยเจอคือ ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ แบบ Set Zero ต้องเริ่มต้นใหม่หมด เราก็ไปช่วยเขาดูแล ตั้งแต่สร้างขึ้นมา กู้ แล้วย้ายข้อมูลให้เขา” คุณธนาเล่า

ในกรณีที่ลูกค้าปฏิบัติตามแผนและจัดเก็บข้อมูลไว้อีกสถานที่หนึ่ง Systems Dot Com สามารถเตรียมฮาร์ดแวร์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง นำข้อมูลสำรองกลับเข้าสู่ระบบ และช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินธุรกิจได้เร็วขึ้น

Sdc  Working Space2

จัดการข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจพร้อมเติบโต

หลังจากวางแผนสำรองข้อมูลและเตรียมรับมือกับเหตุไม่คาดคิดแล้ว อีกเรื่องที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญคือ การจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น เพราะข้อมูลไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะในวันที่ต้องกู้คืนระบบ แต่ยังเป็นพื้นฐานของการบริหารธุรกิจในแต่ละวันด้วย

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้าประมาณ 500 ราย ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงบริษัทมหาชน Systems Dot Com พบว่า ธุรกิจแต่ละแห่งอาจมีรูปแบบข้อมูลไม่เหมือนกัน บางรายเก็บข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ขณะที่บางรายยังใช้เอกสาร ใบเสร็จ หรือบิลกระดาษเป็นหลัก แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการดำเนินงาน

เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บแยกกันหลายจุด ผู้ประกอบการอาจต้องเสียเวลาในการค้นหาและรวบรวมข้อมูล อีกทั้งยังมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ไม่ชัด ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย ต้นทุน การเงิน ภาษี หรือประวัติการทำงานกับลูกค้า ปัญหาดังกล่าวอาจยังไม่เห็นผลชัดในช่วงที่ธุรกิจมีขนาดเล็ก แต่จะเริ่มเป็นข้อจำกัดเมื่อจำนวนลูกค้า ธุรกรรม และพนักงานเพิ่มขึ้น

คุณธนาอธิบายว่า “SME จะเติบโตได้ก็ต้องพัฒนาเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ เพราะถ้า Data ยังไม่เป็นระเบียบ ในอนาคตทั้งการต่อยอด การลงทุน หรือด้านการเงินก็จะเป็นปัญหา”

การลงทุนด้าน IT Infrastructure จึงต้องเริ่มจากการวางระบบว่า ธุรกิจมีข้อมูลอะไร ข้อมูลอยู่ที่ใด ใครมีสิทธิ์เข้าถึง และต้องจัดเก็บอย่างไรให้สามารถนำกลับมาใช้ได้เมื่อต้องการ

สำหรับ SME ที่ยังไม่มีทีมไอทีภายใน จุดเริ่มต้นอาจเป็นการทบทวนข้อมูลสำคัญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น ข้อมูลลูกค้า เอกสารการเงิน รายการสั่งซื้อ ข้อมูลสินค้า หรือประวัติการให้บริการ จากนั้นจึงเลือกวิธีจัดเก็บและสำรองข้อมูลให้เหมาะกับขนาดของธุรกิจ เพราะยิ่งธุรกิจเติบโต ข้อมูลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากเริ่มจัดระเบียบเมื่อข้อมูลมีจำนวนมากแล้ว การแก้ไขอาจใช้ทั้งเวลาและต้นทุนสูงกว่าเดิม การวางระบบตั้งแต่วันนี้จึงช่วยให้ผู้ประกอบการมีข้อมูลพร้อมใช้ ลดความเสี่ยงจากการสูญหาย และตัดสินใจเรื่องสำคัญได้บนข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น

เมื่อธุรกิจขยาย ปัญหาที่ต้องแก้ให้ทันคือเรื่อง “คน”

อีกหนึ่งโจทย์ที่ Systems Dot Com ต้องเผชิญในช่วงขยายธุรกิจคือ การสร้างทีมให้เติบโตทันกับขอบเขตงานที่กว้างขึ้น เพราะบริการด้าน IT Infrastructure ไม่ได้อาศัยความรู้เพียงเรื่องเดียว แต่ต้องมีบุคลากรที่เข้าใจทั้งเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย และองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในระบบของลูกค้า

คุณเมธาเล่าว่า ในช่วงปีที่ 10-15 ของบริษัท การสรรหาบุคลากรกลายเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากผู้ที่มีความรู้ด้านไอทีในตลาดยังมีจำนวนจำกัด ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ก็ต้องการคนกลุ่มเดียวกัน ส่งผลให้การแข่งขันด้านบุคลากรทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ช่วงแรกก็มีปัญหา ต้องลองผิดลองถูกครับ รับคนมาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สุดท้ายเราต้องกลับมาทบทวนโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรของตัวเอง”

แทนที่จะมุ่งหาคนเก่งจากภายนอกเพียงอย่างเดียว Systems Dot Com เลือกเริ่มจากการวางระบบภายในให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งการกำหนดบทบาทหน้าที่ เส้นทางความก้าวหน้า สวัสดิการ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้พนักงานเห็นโอกาสในการเติบโตไปพร้อมกับบริษัท

อีกแนวทางสำคัญคือการเปิดรับบัณฑิตจบใหม่ด้านวิศวกรรมเข้ามาร่วมงานและพัฒนาให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การสร้างทีมจึงต้องอาศัยทั้งผู้มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเรียนรู้ บริษัทจึงเน้นพัฒนาคนให้เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและการดูแลลูกค้า แทนการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญจากตลาดเพียงอย่างเดียว

สำหรับบางตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะทาง บริษัทอาจใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาเข้ามาช่วย แต่หัวใจสำคัญยังคงเป็นการสร้างระบบที่ช่วยพัฒนาและรักษาบุคลากรให้เติบโตกับองค์กรได้ในระยะยาว

ประสบการณ์ของ Systems Dot Com จึงสะท้อนว่า การขยายธุรกิจบริการอาจไม่สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าหรือปริมาณงานได้ หากทีมงานยังไม่พร้อมรับมือ เพราะคุณภาพของบริการขึ้นอยู่กับคนที่ต้องเข้าใจระบบ แก้ปัญหาได้ และรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของลูกค้า การลงทุนด้านบุคลากรจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้บริษัทขยายงานได้โดยไม่ลดทอนมาตรฐานที่สร้างมาตลอด 26 ปี

Sdc  Working Space

“ถ้าในบริษัทเราเอง เรายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ 

แล้วเราจะไปแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างไร”

 

แนวคิดของคุณธนาสะท้อนให้เห็นว่า Systems Dot Com ยังคงยึดมั่นในการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร แม้ระบบอัตโนมัติและ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่บริษัทเชื่อว่างานบริการที่มีคุณภาพยังต้องอาศัยบุคลากรที่เข้าใจปัญหา ให้คำปรึกษา และพร้อมดูแลลูกค้าในสถานการณ์จริง

ผู้บริหารมองว่า ความสามารถในการแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นจากภายในองค์กร เพราะเป็นรากฐานของการส่งมอบบริการที่ดีให้กับลูกค้า บริษัทจึงส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แทนการพึ่งพาผู้นำเพียงไม่กี่คน

ในโลกธุรกิจที่ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างโรคระบาดและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความแข็งแกร่งขององค์กรจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำเพียงคนเดียว แต่เกิดจากศักยภาพของคนทั้งองค์กรที่พร้อมปรับตัวและรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง

ในอีก 5 ปี บริษัทตั้งเป้าเติบโตจากการเพิ่มประสิทธิภาพของทีม ขยายความสามารถในการรับงาน และดูแลลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยยังคงยืนอยู่บนความเชี่ยวชาญเดิม และพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ธุรกิจได้ลึกกว่าเดิม

เส้นทางของ Systems Dot Com สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ SME ที่สร้างความแข็งแกร่งจากบทบาทผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแสหรือเติบโตหวือหวาที่สุด แต่ต้องเป็นพาร์ตเนอร์ที่ลูกค้านึกถึงเสมอในวันที่ระบบมีปัญหา และพร้อมเคียงข้างจนธุรกิจกลับมาเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333