SME KnowledgeSME Update
‘พัฒนาคน ผสานเทคโนโลยี’ แนวคิดเพิ่ม Productivity ของ ‘TGG’ ผู้ผลิตท่อและอุปกรณ์ HDPE คุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนของสังคม
24 ส.ค. 2566
|2008
SME in Focus จะนำทุกท่านไปรู้จักกับ บริษัท ไทยก้าวไกลกรุ๊ป จำกัด หรือ “TGG” ผู้ผลิตและจำหน่าย ท่อและอุปกรณ์ HDPE และแผ่นปูพื้น PE sheet (HDPE Geomembrane) ชั้นนำของไทย ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสาธารณูปโภค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบประปา ไฟฟ้า โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และระบบน้ำในภาคเกษตร ภายใต้แบรนด์ ‘TGG’
คุณณิชมน ตั้งจริยา ทายาทธุรกิจรุ่น 2 หนึ่งในทีมบริหารของ บริษัท ไทยก้าวไกลกรุ๊ป จำกัด เล่าว่า ครอบครัวของเธอเริ่มต้นธุรกิจในปี 2516 โดยมีคุณมานะ ตั้งจริยา และคุณประภาส ตั้งจริยา เป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจเกี่ยวกับพลาสติก โดยเริ่มต้นจากการผลิตสายยาง และ รองเท้าบู๊ท
จนในปี 2537 จึงได้ขยายธุรกิจมาผลิตท่อและอุปกรณ์ HDPE (High Density Polyethylene) เพราะมองเห็นศักยภาพของ HDPE ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงสูงและเป็นหนึ่งในวัสดุพลาสติกวิศวกรรม (Engineering Plastic) ที่ใช้งานได้หลากหลาย มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงมองว่าจะเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่สามารถผลิตเป็นสินค้าคุณภาพสูงตอบโจทย์ตลาดในระยะยาว
ทำไมต้องท่อ HDPE
คุณณิชมน อธิบายถึงคุณสมบัติของท่อว่าใช้เป็นวัสดุ HDPE (High Density Polyethylene) ที่มีความยืดหยุ่นและมีความแข็งแรงสูง สามารถรับแรงดันได้ดี รวมทั้งคุณสมบัติที่ปลอดภัยไม่ปนเปื้อนกับสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะจะนำมาผลิตเป็นท่อที่ใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภค
โดยเฉพาะการขนส่งน้ำดิบ และการส่งน้ำประปาไปยังครัวเรือน โดยท่อส่งน้ำจะมีลักษณะเป็นท่อสีดำล้วน สีฟ้า หรือเป็นสีดำคาดฟ้า และยังสามารถนำไปใช้งานลักษณะอื่น ๆ ได้ดี เช่น เป็นท่อร้อยสายไฟและสายเคเบิ้ล
ซึ่งเป็นท่อคาดสีส้มที่สามารถพบเห็นได้ในโครงการย้ายสายไฟลงดิน ที่มีการขุดเพื่อเปิดหน้าดินบางส่วน แล้วใช้วิธีการ HDD (Horizontal Directional Drilling) เพื่อเดินสายไฟใต้ดินในระยะทางที่ยาวโดยไม่จำเป็นต้องขุดเปิดหน้าดิน ลดปัญหาด้านการจราจรได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือจากนั้น ทางบริษัทฯ ก็ได้มีการผลิตท่อน้ำสำหรับภาคเกษตรด้วย เป็นท่อ LDPE (Low Density Polyethylene) มีความทนทาน แข็งแรง ทนทานต่อสารเคมีและสภาพแวดล้อม สามารถโค้งงอได้ ไม่แตกหัก อายุการใช้งานยาวนาน ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งในการติดตั้งและการขนส่ง และลดปัญหาแรงงานในภาพรวม
กระนั้น เมื่อเทียบกับท่อ PVC หรือท่อฟ้าที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้วนั้น ท่อ HDPE ดูเหมือนสินค้าใหม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ท่อ HDPE มีการนำมาใช้ในงานอย่างกว้างขวางเป็นระยะเวลานาน และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 50 ปี ที่สำคัญ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
โดยที่ผ่านมามีผู้เล่นเข้ามาในตลาดท่อ HDPE เยอะมาก แต่ด้วยกลยุทธ์ของ TGG ที่มีแนวคิดมุ่งเน้นผลิตสินค้าคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่ลูกค้าในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ เราจึงพิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการคัดสรรวัตถุดิบจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน ควบคุมกระบวนการผลิตอย่างเข้มงวด และมีทีมงานคอยตรวจสอบทั้งระหว่างการผลิตและสินค้าสำเร็จรูป เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจทุกครั้งที่นำสินค้าของเราไปใช้
การตลาดแบบ B2B (Business-to-Business)
คุณณิชมน กล่าวถึงการทำการตลาดว่า สินค้า TGG จะเกี่ยวข้องกับด้านสาธารณูปโภค ระบบโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ต่าง ๆ ดังนั้นการตลาดของธุรกิจจึงเป็นไปในลักษณะ B2B ซึ่งจะเน้นความรู้เชิงลึกทางวิศวกรรมและการออกแบบตามข้อจำกัดต่างๆของลูกค้า จึงเน้นการอบรม ให้ความรู้ รวมถึงไปร่วมพัฒนาโครงการต่าง ๆ กับลูกค้าเป็นหลัก
เพื่อมุ่งเน้นการตอบโจทย์ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคให้ดียิ่งขึ้น จึงได้มีการย้ายจากโรงงานแห่งเดิมที่ถนนพระราม 2 กทม. มายังที่ตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดปทุมธานี บนเนื้อที่ประมาณ 125 ไร่ ในปี 2551 ซึ่งสามารถขยายพื้นที่ในการจัดเก็บสต็อกสินค้าและเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจ ดูแลพนักงาน และให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พัฒนาฟังชันก์ ท่อ HDPE ตอบโจทย์การใช้งานลูกค้า
การพัฒนาองค์ความรู้ และกระบวนการทางวิศวกรรมการผลิต คุณณิชมน กล่าวว่า TGG มีทีมวิศวกรรมในการช่วยสนับสนุนลูกค้าด้านข้อมูลทางวิชาการ และด้านการคิดค้นและพัฒนาสินค้า
โดยส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการใช้งานจริงของลูกค้า เพื่อนำไปปรับปรุงหรือพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ตรงความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น อาทิ พัฒนาฟังก์ชันการใช้งานของท่อ HDPE ในด้านประสิทธิภาพในการใช้งานหรือการออกแบบอุปกรณ์บางชนิดเพื่อให้มีความเหมาะสมกับข้อจำกัดหน้างาน
นำ IoT เพิ่ม Productivity ไลน์การผลิต
ปัจจุบันเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ทั้งตลาดผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า HDPE มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีออโตเมชัน ที่สามารถนำมาปรับปรุง ช่วยเพิ่ม Productivity ของโรงงานผลิตได้
ดังนั้นกลยุทธ์การเติบโตของ TGG เพื่อก้าวทันยุคสมัยที่อุตสาหกรรมมีการปรับเปลี่ยนจากการขาดแคลนแรงงานคนไปสู่ระบบอัตโนมัติที่เทคโนโลยีมีบทบาทในการผลิตมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตต่อไป
รวมถึงการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเรียนรู้และสร้างความภาคภูมิใจให้ทีมงาน อาทิ การเข้าร่วมโครงการแข่งขัน Smart Factory IoT Challenge 2020 ที่จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) โดย TGG ได้ร่วมกับ ทีม Pied Piper จากมหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอผลงาน Smart Cooling Tower System Development using uRTU and NETPIE และได้รางวัลชนะเลิศ
“อธิบายคร่าว ๆ ได้ว่า กระบวนการผลิตท่อ HDPE ใช้ความร้อนในการขึ้นรูป และนำไปหล่อเย็นด้วยน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความแข็งแรง หรือคุณสมบัติตามที่ต้องการ ดังนั้น ‘อุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม’ จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งในกระบวนการหล่อเย็นแบบเดิมจะต้องมีวิศวกรที่ชำนาญงานควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด”
ขณะที่ผลงาน Smart Cooling Tower System Development using uRTU and NETPIE โดยทีมวิศวกรของTGG ที่ได้พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ไปประมวลผล ควบคุมอุณหภูมิของ Cooling Tower โดยเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดเข้าระบบคลาวด์ (Cloud) ทำให้วิศวกรสามารถตรวจสอบข้อมูลระบบหล่อเย็นผ่านสมาร์ทโฟนได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าไลน์การผลิต
นวัตกรรมดังกล่าว ไม่เพียงลดต้นทุนการใช้แรงงานในโรงงานได้เท่านั้น แต่ยังสามารถลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และความผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีข้อดีที่เห็นได้ชัดเจน คือ ประหยัดพลังงาน เป็นเทคโนโลยีที่สามารถแก้ Pain Point ของโรงงานได้เป็นอย่างดี
รวมถึงระบบออโตเมชั่นของโรงงานที่นำมาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในโรงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มี Productivity สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็พัฒนาฝีมือแรงงานของบุคลากรเพื่อเพิ่มทักษะการทำงานไปพร้อม กันด้วย เพราะมองว่าอุตสาหกรรมยังต้องประกอบด้วยแรงงานคน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพสินค้าเรา
ตลอดจนการนำระบบ ERP คือซอฟท์แวร์สำหรับการวางแผนการจัดการ โดยรวมข้อมูลทุกอย่างบันทึกไว้ใน Database หลัก ทำให้บริษัทสามารถบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น
Upskill And Reskill ตอบโจทย์การผลิตสมัยใหม่
คุณณิชมน กล่าวว่า ปัจจุบัน ธุรกิจของ TGG กำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อการพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำมากขึ้น โดยระบบออโตเมชัน สามารถลดความผิดพลาด ลดการสูญเสีย รวมถึงลดเวลาทำงาน และลดแรงงานลงได้ ทำให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิศวกรของบริษัทฯ สามารถนำเวลาส่วนนี้ไปพัฒนาด้านอื่นได้อีกมาก
คุณณิชมน มองว่า การคิดค้นและพัฒนาเครื่องจักรเพื่อเพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิตในโรงงานหรือพัฒนาคุณภาพของสินค้า เป็นการปรับเปลี่ยนที่ต้องค่อย ๆ ปรับ ทำไปทีละขั้นตอน และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในแต่ละโปรเจคของลูกค้า และเชื่อมั่นว่าการ Upskill และ Reskill ให้บุคลากรจะทำให้องค์กรเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรในบางส่วน เพื่อให้ได้ Productivity ที่ดียิ่งขึ้น อาจมีทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่เข้าใจ เราจึงต้องอธิบายถึงข้อดี ประโยชน์ที่เขาจะได้รับ และส่งผลดีในการทำงานของเขาอย่างไร ทุกกระบวนการและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จะต้องมีการสื่อสารกับพนักงานอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาพนักงานให้เติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กรของเรา”
นอกจากการพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพดีแล้ว เราต้องดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เริ่มจากกำหนดนโยบายองค์กรที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยึดหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติตามนโยบายของบุคลากรในทุกระดับ
ส่งผลให้ได้รับรางวัลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม คือ รางวัลสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ในงาน “Thailand Industry Expo 2018” ประจำปี พ.ศ.2560-2561 ที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการมีธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่ดี และการได้รับมาตรฐานระบบจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001 ก็เป็นตัวการันตีถึงความมุ่งมั่นขององค์กรได้เป็นอย่างดี
ต่อยอดตลาด HDPE Sheet
คุณณิชมน สะท้อนภาพว่า แม้ TGG จะเป็นผู้ผลิตท่อ HDPE ที่รับงานโปรเจคขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน แต่เรายังมองหาโอกาสในการขยายตลาด HDPE Sheet หรือ HDPE Geomembrane ที่เหมาะจะนำไปใช้ในงานอ่างเก็บน้ำ ระบบชลประทาน การจัดการน้ำสำหรับชุมชนและภาคเกษตร การบำบัดน้ำเสีย บ่อก๊าซชีวภาพ (Bio Gas) เหมืองแร่ การจัดการของเสียอันตราย ซับในอุโมงค์ ซับคอนกรีต และ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งมองว่ากำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจในปัจจุบัน
TGG มองว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำกำลังเป็นวิกฤตในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีความจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมหาศาลในแต่ละปีเพื่อการเพาะปลูก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ได้เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านวิกฤตภัยแล้ง
ซึ่งแผ่นปูนี้จะช่วยเหลือเกษตรกรในการบริหารจัดการ และลดน้ำสูญเสียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกที่ห่างไกลบางพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะเป็นดินปนทราย ไม่อุ้มน้ำ และเกษตรกรยังสามารถนำไปใช้งานเพื่อเพิ่มมูลค่าในฟาร์ม เช่นการทำบ่อก๊าซชีวิภาพ
โดยก๊าซที่ได้ จะสามารถนำไปให้ความร้อนในการทำอาหารสัตว์ เข้า generator เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และกากที่ได้ ก็สามารถนำไปเป็นปุ๋ยในการเพาะปลูกได้อีกอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ดี ด้วยรูปแบบการตลาดของ TGG ยังคงเป็นแบบ B2B การโฟกัสตลาดจึงมุ่งเน้นงานโปรเจครัฐ และโครงการก่อสร้างขอภาคเอกชนรายใหญ่เป็นหลัก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจในบทบาทของการเป็นผู้ผลิตสินค้าที่ถูกนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน และอีกหนึ่งความภูมิใจของ TGG คือผลิตภัณฑ์ของเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน
ติดตามข้อมูล บริษัท ไทยก้าวไกลกรุ๊ป จำกัด หรือ TGG เพิ่มเติมที่: